กลิ่นอายของกาแฟลาเต้ที่เย็นชืดบนโต๊ะทำงานราคาแพ็คละหลายแสน ไม่ได้ช่วยให้สมองของรวิศปลอดโปร่งขึ้นเลยแม้แต่น้อย หน้าจอแท็บเล็ตตรงหน้ากำลังแสดงกราฟการเงินของกลุ่มบริษัทศัตรูที่ดิ่งลงเหวอย่างสมบูรณ์แบบ จากอาณาจักรธุรกิจที่เคยผูกขาดตลาดอสังหาริมทรัพย์ ตอนนี้เหลือเพียงซากปรักหักพังที่รอเวลาให้เขาออกแรงผลักอีกเพียงครั้งเดียว—ครั้งเดียวเท่านั้น ทุกอย่างก็จะพังทลายลงตามแผนการล้างแค้นที่เขาใช้เวลาค่อนชีวิตกัดฟันสร้างมันขึ้นมา
แต่วินาทีที่นิ้วเรียวยาวของเขากำลังจะแตะลงบนปุ่มยืนยันคำสั่งซื้อหุ้นล็อตสุดท้ายเพื่อเผด็จศึก เสียงเคาะประตูก็เบาหวิวเสียจนแทบไม่ได้ยิน หากแต่รวิศรู้ดีว่าเป็นใคร
รินรดาเดินเข้ามาในห้องทำงานส่วนตัวด้วยชุดสูทเข้ารูปสีเทาอ่อน ดวงตาคู่นั้นไม่ได้มีความหวาดกลัวหรือความเวทนาปรากฏอยู่เลย มีเพียงความนิ่งงบที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ เธอยืนมองเอกสารลับบนหน้าจออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยที่สั่นน้อยๆ ตรงปลายเสียง
"คุณจะหยุดแค่นี้... หรือจะก้าวข้ามเส้นขนานนี้ไปจนกว่าจะไม่เหลืออะไรเลยคะ, รวิศ"
รวิศเงยหน้าขึ้นสบตา หญิงสาวที่คอยอยู่เคียงข้างเขาในวันที่กระเป๋าไม่มีเงินแม้แต่จะซื้อขนมปังแผ่นเดียว วันนี้เธอกลับยืนอยู่ฝั่งตรงข้าม—ไม่ใช่ในฐานะศัตรู แต่เป็นกระจกเงาที่สะท้อนความมืดมิดในใจเขาเอง
"คุณก็รู้ว่าพวกมันทำอะไรกับครอบครัวเราบ้าง, รินรดา" รวิศแค่นหัวเราะในลำคอ น้ำเสียงทุ้มต่ำเย็นยะเยือกไร้ซึ่งความปรานี "ความเมตตาเป็นเรื่องฟุ่มเฟือยเกินไปสำหรับคนตระกูลนั้น และตอนนี้... ประตูแห่งการทำลายล้างก็เปิดออกกว้างแล้ว ฉันไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องหยุดมือ"
"แต่การทำลายพวกเขาทั้งเป็นแบบนี้ มันไม่ได้ทำให้ความเจ็บปวดในอดีตของคุณจางหายไปเลยนะคะ" รินรดาก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานมากขึ้น ลมหายใจของเธอกรุ่นกลิ่นจางๆ ของชาดอกไม้ที่เธอมักจะชงให้เขาดื่มเพื่อสงบสติอารมณ์เสมอ "มันมีแต่จะสร้างแผลเป็นใหม่ให้คุณกลายเป็นปีศาจที่ไร้หัวใจ... เหมือนกับคนที่คุณเกลียดที่สุด"
คำพูดนั้นราวกับคมมีดที่กรีดลงบนรอยแผลเป็นเก่า รวิศชะงักไป ดวงตาคมกริบไหววูบชั่วขณะก่อนจะกลับมาเย็นชาดังเดิม เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำภายใต้สูทสั่งตัดพิเศษกดดันบรรยากาศรอบตัวให้หนักอึ้งจนแทบหายใจไม่ออก
"ถ้าการเป็นปีศาจมันทำให้ฉันได้เห็นพวกมันคุกเข่าร้องขอชีวิตเหมือนวันที่พ่อแม่ฉันต้องตาย... ฉันก็ยินดีจะยอมรับมันค่ะ" รวิศโน้มตัวลงไปกระซิบใกล้ใบหูของเธอ กลิ่นน้ำหอมคุ้นเคยที่เขาหลงใหลบีบหัวใจเขาจนเจ็บแปลบ "ถอยไป, รินรดา นี่ไม่ใช่เรื่องที่คุณจะต้องมาแบกรับ"
รินรดาสบตากับเขาตรงๆ นัยน์ตากลมโตคู่สวยเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำใสๆ แต่เธอกลับไม่ยอมก้าวถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว มือเรียวบางเอื้อมไปแตะที่หน้าจอแท็บเล็ต ปลายนิ้วของเธอกำลังจะกดปุ่มยกเลิกคำสั่งซื้อทั้งหมดที่รวิศใช้เวลาวางแผนมานานแรมปี!
"ถ้าคุณเลือกที่จะเดินหน้าต่อ... เพื่อแลกกับความพินาศของทุกอย่างรวมถึงตัวฉันเอง..." น้ำเสียงของเธอสั่นเครือแต่ทว่าเด็ดเดี่ยวอย่างยิ่ง "งั้นก็เชิญกดปุ่มนั้นด้วยมือของคุณเองเถอะค่ะ"
หัวใจของรวิศกระตุกวูบ นิ้วมือที่ชะงักค้างอยู่กลางอากาศเย็นเยียบราวกับถูกแช่แข็งในน้ำแข็งขั้วโลก ระหว่างความสะใจจากการล้างแค้นที่รออยู่แค่เอื้อม กับผู้หญิงคนเดียวในโลกที่ยังคงรักษาความเป็นมนุษย์ที่เหลืออยู่ให้อยู่ในอกของเขา—ทางเลือกที่ไม่มีวันบรรจบนี้กำลังบีบเค้นลมหายใจของเขาให้แตกสลายเป็นเสี่ยงๆ
ในเสี้ยววินาทีที่สติของเขากำลังจะหลุดลอย เสียงแจ้งเตือนข้อความฉุกเฉินจากโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะก็ดังขึ้นแทรกกลางความเงียบงัน หน้าจอแสดงภาพวิดีโอสดจากกล้องวงจรปิดหน้าคฤหาสน์ตระกูลศัตรู พร้อมกับร่างของบุคคลที่ไม่คาดฝันที่สุดกำลังก้าวลงมาจากรถลิมูซีนสีดำคันยาว—บุคคลที่ควรจะตายไปจากกองเพลิงเมื่อสิบปีก่อน!
รวิศเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงจนแทบหยุดหายใจ เมื่อเห็นใบหน้านั้นชัดเจนผ่านจอภาพ มือที่สั่นเทาของเขากำหมัดแน่นขึ้นทันที ขณะที่รินรดาลดมือลงช้าๆ เมื่อหันมาเห็นภาพบนหน้าจอเช่นกัน
---
ขอบคุณสำหรับการติดตามและร่วมเดินทางไปในเกมแค้นอันลึกล้ำนี้ด้วยกันนะคะ ต้นไม้ริมระเบียงค่ะ
มหาเศรษฐีไร้ใจกับแผนผลาญทรัพย์ให้สิ้นซาก•ตอนที่ 9
ทางเลือกที่ไม่มีวันบรรจบ
ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มหาเศรษฐีไร้ใจกับแผนผลาญทรัพย์ให้สิ้นซาก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!