อักขระโบราณสีเลือดบนนภากาศมิได้เป็นเพียงภาพลวงตา หากแต่เป็นพันธนาการแห่งทัณฑ์สวรรค์ที่หนักอึ้งดั่งขุนเขาไท่ซาน แรงกดดันระดับขอบเขตหลอมรวมวิญญาณแผ่ซ่านลงมาจนพื้นดินรอบกายของจางเฟยหลงและซูเยว่ฉีปริแตกออกเป็นใยแมงมุม
"อึก..."
เสียงครางต่ำเล็ดลอดจากลำคอของจางเฟยหลง ใบหน้าคมคายชุ่มโชกไปด้วยหยาดเหงื่อ มือหนาที่กุมด้ามกระบี่เหล็กนิลกาฬสั่นสะเทือนเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความหวาดกลัวต่อความตาย ทว่ามันคือแรงปะทะของจิตสังหารจากค่ายกลปิดฟ้าสวรรค์ที่พยายามบดขยี้กระดูกและเส้นเอ็นของเขาให้แหลกสลาย
ข้างกายเขา ซูเยว่ฉี ในชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์บัดนี้กลับเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบโลหิตสีชาดที่ไหลรินจากมุมปาก นางเซียนผู้เยือกเย็นและหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีมาตลอดชีวิต บัดนี้กลับต้องใช้กระบี่คู่กายยันพื้นดินไว้เพื่อไม่ให้ทรุดฮวบลงไป ทว่าแววตาหงส์คู่นั้นยังคงทอประกายความดื้อรั้นและเด็ดเดี่ยวอย่างไม่ยอมจำนนต่อโชคชะตา
"ตาโง่..." ซูเยว่ฉีเค้นเสียงลอดไรฟัน ท่ามกลางเสียงอสนีบาตที่ยังคงคำรามกึกก้อง "หากท่านยังดื้อรั้นจะใช้ลมปราณต้านรับอักขระพวกนั้นด้วยตัวคนเดียว เราคงต้องตายด้วยกันทั้งคู่ในฐานะศพไร้ญาติแล้วกระมัง"
จางเฟยหลงไม่หันกลับไปมอง ทว่ามุมปากของเขายกย่องขึ้นเล็กน้อยอย่างเย้ยหยัน "ถ้าเช่นนั้น แม่นางซู... เจ้าก็ช่วยทำตัวให้มีประโยชน์สมกับฉายามารฟ้าผู้ไร้ลักษณ์เสียหน่อย อย่าเพิ่งรีบเอาตัวไปให้ยมบาลลากตัวไปเสียก่อนเล่า"
แม้คำพูดจะเชือดเฉือน ทว่าในยุทธภพที่ไร้ซึ่งความปรานี การที่คนทั้งสองซึ่งเคยอยู่คนละขั้วอำนาจต้องมายืนเคียงบ่าเคียงไหล่ภายใต้เงาแห่งความตายเช่นนี้ มันคือสัจธรรมที่โหดร้ายแต่ทรงพลังยิ่ง อักขระสีเลือดบนฟ้าแปรเปลี่ยนรูปร่างเป็นศาสตราวุธนับพันชิ้น พุ่งทะยานลงมาดั่งห่าฝนโลหิต เป้าหมายคือการลบชื่อของพวกเขาทั้งสองให้หายสาบสูญไปจากวัฏสงสาร!
"ระวัง!"
จางเฟยหลงคำรามลั่น ร่างสูงสง่าพุ่งทะยานขึ้นฟ้าดั่งพยัคฆ์คำราม กระบี่ในมือวาดวงโค้งเป็นโล่พลังปราณกระบี่เก้าชั้นฟ้า ปะทะเข้ากับหอกโลหิตเล่มแรกที่พุ่งลงมาอย่างจัง เสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหวสะเทือนไปทั่วผืนป่า ร่างของเขาถูกแรงกระแทกซัดจนร่วงหล่นลงมากระแทกพื้นอย่างรุนแรง เลือดสดๆ พ่นทะลักออกจากปากคำโต
ทว่า ในวินาทีแห่งความเป็นความตายนั้นเอง ซูเยว่ฉีมิได้ยืนดูเฉย นางสะบัดแขนเสื้อ พลังปราณมารฟ้าสายหนึ่งพวยพุ่งออกมาราวกับสายธารดารา ประสานเข้ากับวิถีกระบี่ของจางเฟยหลงอย่างไร้รอยต่อ ก่อเกิดเป็นเขตแดนกระบี่มารผสานหยินหยาง ต้านทานพายุอักขระโลหิตที่กำลังโหมกระหน่ำลงมาได้อย่างน่าอัศจรรย์
นี่ไม่ใช่การร่วมมือด้วยความเต็มใจ หากแต่เป็นสัญชาตญาณเอาตัวรอดของยอดฝีมือที่อ่านสถานการณ์ได้อย่างทะลุปรุโปร่ง
"ข้อตกลงของเรามีเพียงข้อเดียว..." ซูเยว่ฉีกล่าวเสียงเยียบเย็น ขณะที่เม็ดเหงื่อผุดพรายบนหน้าผากเนียน "รอดออกไปจากที่นี่ให้ได้ แล้วหลังจากนั้น... ค่อยสะสางบัญชีแค้นระหว่างเราทีหลัง"
จางเฟยหลงแค่น "ตกลง" สั้นๆ ออกมาคำหนึ่ง แววตาคมกริบเปล่งประกายความมุ่งมั่นระอุ ท่ามกลางการล้อมปราบของเงาดำนับร้อยที่กำลังเคลื่อนตัวเข้ามาปิดล้อมทุกเส้นทางหลบหนี
ทว่า ในจังหวะที่ทั้งสองกำลังจะทะยานร่างฝ่าวงล้อมออกไปสู่หุบเขาเบื้องหน้า แผ่นดินใต้ฝ่าเท้าของพวกเขากลับสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงยิ่งกว่าเก่า หลุมอเวจีสีดำสนิทเปิดออกเบื้องหน้า พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่ดังสะท้อนก้องมาจากความมืดมิด—เสียงของบุคคลที่พวกเขาทั้งคู่ไม่คาดคิดว่าจะได้พบเจอในดินแดนรกร้างแห่งนี้!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งใจให้ตัวละครของเรามา ณ ที่นี้นะครับ
วิถีกระบี่เดียวดาย ปะทะ มารฟ้าผู้ไร้ลักษณ์•ตอนที่ 3
ข้อตกลงบนกองเลือด
ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีกระบี่เดียวดาย ปะทะ มารฟ้าผู้ไร้ลักษณ์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
