สลักรอยหมึก พลิกบัลลังก์หทัย•ตอนที่ 15

ความจริงครึ่งใบ

ผลงานโดย ดอกโบตั๋นพันปี
"น้ำหมึกสีชาดที่เจ้าใช้ป้ายทับบัญชีคลังทหารเมื่อสามปีก่อน เป็นฝีมือของตระกูลหลี่ว์... หรือเป็นความจงใจของไทเฮากันแน่เพคะ องค์ชาย" ปลายพู่กันขนกระต่ายป่าในมือของลู่ว่านหนิงหยุดชะงักกลางอากาศ หยดหมึกสีดำสนิทร่วงหล่นลงบนกระดาษซวนจื่อเนื้อดีจนเกิดเป็นรอยด่างพร้อยคล้ายหยาดเลือด นางไม่ได้เงยหน้าขึ้นทันที ทว่าประสาทสัมผัสทุกส่วนกลับตื่นตัวเต็มที่ นางรับรู้ได้ถึงไอเย็นยะเยือกที่แผ่ออกมาจากบุรุษผู้ยืนประทับอยู่เบื้องหลังเงาสลัวของฉากกั้นลายปักนกกระเรียน ฉู่จวินเซียวไม่ตอบคำถามนั้นทันที เขาย่างพระบาทเข้ามาใกล้ทีละก้าวอย่างเงียบเชียบ ทว่าหนักแน่นดั่งเสียงกลองศึกยามค่ำคืน กลิ่นอายบุรุษเจือจางด้วยกลิ่นหอมเย็นของไม้จันทน์และกลิ่นสนิมเหล็กบางเบาจากสนามรบโชยเข้าแตะนาสิก ลู่ว่านหนิงสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความสั่นไหวในอก เสื้อคลุมผ้าต่วนปักดิ้นทองลายเมฆมงคลของเขาขยับไหวตามจังหวะการก้าวเดิน ก่อนที่ปลายนิ้วสอบอุ่นจัดจะเอื้อมมากุมข้อมือเรียวของนางไว้ ปลดพู่กันออกจากมือที่ชื้นเหงือกของนางอย่างนุ่มนวล แต่เด็ดขาด "ว่านหนิง... เจ้าช่างกล้าหาญยิ่งนักที่กล้าเอ่ยนามของไทเฮาออกมาในห้องหนังสือส่วนตัวของเปิ่นหวาง" น้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบ ทว่ากลับทรงพลังกดดันจนแทบทำให้บรรยากาศรอบกายแข็งค้าง ลู่ว่านหนิงเงยหน้าขึ้นสบพระเนตรคมกริบดั่งเหยี่ยวคู่นั้น ดวงตาคู่หงส์ของนางฉายแววเยือกเย็นไม่แพ้กัน "หม่อมฉันเป็นเพียงธิดาขุนนางตกอับที่ท่านอ๋องทรงชุบเลี้ยงไว้ไถ่โทษ หาใช่สตรีในห้องหอที่รู้จักแต่การปักผ้าไม่เพคะ หากหม่อมฉันไม่เอ่ยความจริง แล้วปล่อยให้เอกสารชุดนี้ถูกเผาทำลายไปพร้อมกับกองเพลิงที่จวนสกุลหลี่ว์เมื่อคืนนี้ ป่านนี้เก้าอี้มังกรในท้องพระโรงคงสั่นคลอนจนน่าอนาถแล้วกระมัง" มุมโอษฐ์ขององค์ชายสี่กระตุกขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มเยาะหยันที่ปรากฏบนพระพักตร์หล่อเหลานั้นแฝงความพึงพอใจลึกๆ เขาไม่เคยผิดหวังในสติปัญญาของสตรีผู้นี้เลย นางไม่เพียงแต่ฉลาดเป็นกรด แต่ยังมีความเด็ดเดี่ยวชนิดที่บุรุษอกสามศอกหลายคนยังต้องอับอาย "เจ้าไม่ได้ทำลายหลักฐาน แต่นำมันมาล่อเสือออกจากถ้ำแทน เจ้าคิดหรือว่าอัครเสนาบดีหลี่ว์ซานจะยอมปล่อยให้บัญชีลับกองทุนสลายความทุกข์ของราษฎรเล่มนี้ตกถึงมือฮ่องเต้" ฉู่จวินเซียวปล่อยข้อมือนาง ชายพระหัตถ์กวาดไปหยิบสมุดปกหนังแกะสีหม่นที่ซ่อนอยู่ใต้กองตำราอักษรศาสตร์ขึ้นมาพลิกดู สมุดเล่มนั้นคือหัวใจสำคัญของการเมืองราชสำนักในรอบทศวรรษ มันบันทึกเส้นทางการเงินสีเทา เงินกองทุนบรรเทาสสาธารณภัยที่ถูกยักยอกไปซื้ออาวุธเถื่อนและติดสินบนขุนนางฝ่ายเหนือ เพื่อเตรียมการก่อกบฏยึดอำนาจในฤดูใบไม้ร่วงนี้ และรายชื่อทั้งหมด... มีลายมือประทับตราประทับของอัครเสนาบดีหลี่ว์ซานหราอยู่ทุกหน้า "เขาไม่มีทางปล่อยไว้แน่เพคะ" ลู่ว่านหนิงขยับกายถอยหลังหนึ่งก้าวเว้นระยะห่างที่เหมาะสม ทว่าสายตายังคงจดจ้องแผ่นหลังกว้างของบุรุษตรงหน้า "คืนนี้... มือสังหารเงาโลหิตของสกุลหลี่ว์จะต้องมาเยือนเรือนปักษาลอยลมแห่งนี้อย่างแน่นอน ท่านอ๋องทรงเตรียมรับมือสุนัขจนตรอกพวกนั้นอย่างไรหรือเพคะ" ฉู่จวินเซียวหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะทุ้มต่ำกังวานก้องในความเงียบงัน เขาก้มลงกระซิบข้างใบหูของนาง จนสตรีสาวรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นร้อนที่รินรดอยู่เหนือลาดไหล่ "เปิ่นหวางรอคอยให้พวกมันมาเคาะประตูอยู่พอดี... แลกกับการได้เห็นสีหน้าของตาเฒ่าหลี่ว์เมื่อรู้ว่าของสำคัญไม่ได้อยู่ที่นี่ แต่อยู่ในมือของคนที่เขาคาดไม่ถึงที่สุด" บรรยากาศภายในห้องหนังสือกลับมาตึงเครียดอีกครั้งยามที่เสียงลมพายุเริ่มพัดโหมกระหน่ำด้านนอก เมฆฝนตั้งเค้าดำทะมึนปกคลุมท้องนภา ทว่าในจังหวะที่ลู่ว่านหนิงกำลังจะเอ่ยปากถามต่อว่า 'ใคร' คือผู้ที่เก็บรักษาสมุดตัวจริง เสียงฝีเท้าเบาหวิวดั่งใบไม้ร่วงก็ดังขึ้นที่ระเบียงทางเดินด้านนอก *ฉับพลัน!* หน้าต่างกระดาษสาด้านทิศตะวันตกถูกกระชากเปิดออกด้วยกำลังภายในอันรุนแรง เงาร่างสีดำทะมึนหลายสบายนับสิบพุ่งทะยานเข้ามาในห้องราวกับฝูงกาฝูงใหญ่ ประกายคมดาบวาววับสะท้อนกับแสงตะเกียงน้ำมันก๊าดจนแสบตา ฉู่จวินเซียวไม่แม้แต่จะขยับพระบาทสะท้านสะเทือน เขาดึงร่างบางของลู่ว่านหนิงเข้าสู่อ้อมพระกรอย่างรวดเร็ว มือข้างหนึ่งสะบัดชายเสื้อคลุม ปรากฏกระบี่วิญญาณโลหิตพุ่งออกจากฝักตวัดรับคมดาบของมือสังหารคนแรกจนเกิดประกายไฟสว่างวาบไปทั่วห้อง "อยู่ในอ้อมพระกรของเปิ่นหวางให้ดี อย่าให้พวกมันระคายผิวเจ้าได้แม้แต่เส้นผมเดียว" พระสุรเสียงตรัสสั่งอย่างเด็ดขาด แววพระเนตรดุดันดั่งพญาเสือโคร่งที่พร้อมฉีกกระชากศัตรูเป็นชิ้นๆ การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือด เลือดสีแดงฉานสาดกระเซ็นเปรอะเปื้อนผนังห้องลายภาพวาดภูเขา ทว่าท่ามกลางกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้ง ลู่ว่านหนิงกลับไม่แสดงอาการหวาดกลัวแม้แต่น้อย สายตาของนางกวาดมองมือสังหารคนหนึ่งที่ถูกปลิดชีพนอนล้มลงแทบเท้า ที่มุมเสื้อคลุมสีดำของมือสังหารผู้นั้น... มีรอยปักดิ้นเงินรูป "ดอกเบญจมาศหนาม" ซึ่งเป็นสัญลักษณ์เฉพาะตัวของหน่วยลับองค์รักษ์ประจำตำหนักไทเฮา! หัวใจของนางกระตุกวูบ ความจริงครึ่งใบที่นางสงสัยมาตลอดถูกเปิดเผยออกในเสี้ยววินาทีนี้ ไม่ใช่แค่ขุนนางทุจริตหลี่ว์ซานเท่านั้นที่อยู่เบื้องหลังกองทุนลับนี้ แต่เบื้องบนสุดของบัลลังก์มังกร... ผู้กุมอำนาจสูงสุดในวังหลังต่างหาก คือผู้ชักใยที่แท้จริง! ทว่า ก่อนที่นางจะได้กล่าวเตือนสติองค์ชายสี่ เสียงปรบมือช้าๆ แว่วมาจากหน้าประตูกลางห้อง พร้อมกับร่างของขันทีเฒ่าคนสนิทของไทเฮาที่ก้าวเท้าเข้ามาท่ามกลางซากศพ พร้อมรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมที่เคลือบด้วยยาพิษ "ทูลองค์ชายสี่... พระราชโองการด่วนจากไทเฮาให้เชิญเสด็จพระองค์เข้าเฝ้าเป็นการด่วน ณ ตำหนักเย็น... ส่วนแม่นางลู่ผู้นี้ ไทเฮามีรับสั่งให้ 'เก็บกวาด' เสียให้เรียบร้อยในคืนนี้พ่ะย่ะค่ะ!" ดอกโบตั๋นพันปีขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดื่มด่ำไปกับอักษรานี้นะคะ
สารจากนักเขียน (ดอกโบตั๋นพันปี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สลักรอยหมึก พลิกบัลลังก์หทัย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%