“อย่าขยับครับ”
เสียงกระซิบของผมแหบพร่าท่ามกลางความมืดมิดที่กดทับ เอลิน่าชะงักฝีเท้าทันที เธอเป็นถึงจอมเวทระดับท็อปแรงก์ที่ผ่านการต่อสู้มานับไม่ถ้วน แต่ในวินาทีนี้ ผมสัมผัสได้ถึงไอเย็นที่แผ่ออกจากร่างกายเธอผ่านชุดคลุมเวทมนตร์สีคราม กลิ่นอายของความชื้นและตะไคร่น้ำอบอวลอยู่ในอากาศเบื้องหลังกำแพงเมืองชั้นใน—พื้นที่ที่ไม่มีใครสังเกตเห็น เพราะมันคือจุดบอดที่ระบบอัลกอริทึมของเกมมองว่าเป็นเพียง ‘วัตถุประกอบฉาก’
“ตรงหน้าคุณ… มีแรงสั่นสะเทือนบางอย่าง” เอลิน่ากระซิบตอบ สายตาของเธอจับจ้องไปยังรอยแยกบนกำแพงหินที่ดูธรรมดาจนน่าเบื่อ
ผมหรี่ตาลง ประสาทสัมผัสของอดีตโปรเพลเยอร์เตือนผมว่านี่ไม่ใช่บั๊กกราฟิกทั่วไป แต่มันคือ ‘รอยโหว่ของโค้ด’ ที่ถูกทิ้งไว้โดยเจตนาหรือความประมาทของผู้สร้าง ผมหยิบเหรียญทองแดงใบหนึ่งขึ้นมาแล้วดีดมันเข้าไปในรอยแยกนั้นแทนที่จะเดินเข้าไปเอง
*เคร้ง...*
เหรียญกระทบพื้น แต่เสียงนั้นไม่ได้สะท้อนกลับมาเป็นเสียงเหล็กกระทบหิน แต่มันกลับหายวับไปเหมือนถูกดูดกลืนลงไปในหลุมดำ
“คุณกำลังเล่นอะไรอยู่?” เธอถามพลางขมวดคิ้ว มือเรียวบางยกขึ้นเตรียมร่ายคาถาระดับกลาง
“กำลังทดสอบความอดทนของระบบน่ะครับ” ผมตอบสั้นๆ ก่อนจะก้าวเท้าเข้าไปขวางหน้าเธอ “พื้นที่ตรงนี้คือจุดที่อัลกอริทึมลืมใส่คำสั่ง ‘ทางตัน’ เอาไว้ ถ้าสมมติฐานผมไม่ผิด ข้างหลังกำแพงนี่… คือดันเจี้ยนที่ไม่มีในแผนที่ของเซิร์ฟเวอร์หลัก”
ผมไม่รอให้เธอตอบโต้ ผมใช้ไหล่กระแทกแผ่นหินที่ดูไร้ค่าตรงหน้า ทันทีที่สัมผัสถึงความเย็นยะเยือกของมวลสารที่ผิดปกติ แผ่นหินนั้นก็สั่นไหวและเลือนหายไปเหมือนภาพโฮโลแกรมที่พังทลาย เผยให้เห็นทางเดินแคบๆ ที่ทอดยาวลงสู่ความมืดมิดเบื้องล่าง กลิ่นอายของมอนสเตอร์ระดับสูงที่ถูกปิดผนึกไว้นานนับปีพุ่งเข้าปะทะใบหน้าจนเราทั้งคู่ต้องถอยกรูด
“นี่มัน… พื้นที่ระดับไอคอนิกงั้นเหรอ?” เอลิน่าอุทาน ดวงตาเป็นประกายด้วยความตกใจ “ฉันไม่เคยได้ยินข้อมูลเกี่ยวกับดันเจี้ยนลับในกำแพงเมืองมาก่อนเลยนะคิริน!”
“เพราะคนอื่นมัวแต่ไล่ล่ามอนสเตอร์ในทุ่งกว้างตามเควสต์หลักไงครับ” ผมหยิบตะเกียงเวทมนตร์ขึ้นมาส่อง “ในขณะที่ผม… สนใจแค่ว่าทำไมจุดที่ควรเป็นจุดตันถึงได้มีค่าพิกัดลอยตัวสูงกว่าพื้นที่ข้างๆ”
เราก้าวลงสู่บันไดหินที่สึกกร่อน ความเงียบในนี้ไม่ใช่ความเงียบปกติ แต่มันเหมือนความเงียบของเครื่องจักรที่รอคำสั่งทำงาน แสงไฟจากตะเกียงกระทบกับผนังที่เต็มไปด้วยอักขระโบราณซึ่งส่องแสงสีม่วงเรืองรอง มันไม่ใช่ภาษาเวทมนตร์ทั่วไป แต่มันคือ ‘ซอร์สโค้ด’ ที่ถูกแปลงสภาพ
*ตึง!*
พื้นดินสั่นสะเทือนจากส่วนลึกที่สุดของโถงทางเดิน เสียงฝีเท้าหนักๆ ที่ดังสนั่นทำให้ผนังหินรอบตัวร้าวราน เงาร่างขนาดมหึมาปรากฏขึ้นตรงหน้า มันคือ ‘อัศวินเกราะเหล็กสนิมเขรอะ’ ที่ถือดาบยักษ์ยาวกว่าสองเมตร ดวงตาสีแดงฉานของมันจ้องมองมาที่เราราวกับเห็นสิ่งแปลกปลอมที่ต้องกำจัด
[แจ้งเตือนระบบ: ท่านได้ค้นพบ ‘ผู้พิทักษ์ที่ถูกลืม - อาร์คาส’ มินิบอสระดับเลเวล 45 ที่ถูกจำกัดความสามารถไว้]
“เลเวล 45!?” เอลิน่าเสียงหลง “นั่นมันสูงกว่าพวกเราเกือบสองเท่า! เราต้องรีบออกไปจากที่นี่!”
“อย่าเพิ่งครับ” ผมก้าวไปข้างหน้า ประจันหน้ากับมัน “สังเกตที่ข้อเท้าของมันสิ มันไม่ได้เคลื่อนไหวด้วย AI ปกติ แต่มันเคลื่อนไหวตามจังหวะของการรีเฟรชค่าพลัง”
ผมพุ่งตัวออกไปในจังหวะที่มันเหวี่ยงดาบ ความเฉียบคมของดาบผ่านหน้าผมไปเพียงไม่กี่มิลลิเมตร แรงลมทำให้ผมเสียหลัก แต่ผมใช้จังหวะที่ดาบของมันปักลงบนพื้นหินเพื่อดีดตัวขึ้นไปบนแขนเกราะที่ไร้การป้องกันของมัน
“เอลิน่า! เวทมนตร์สายฟ้า! ยิงเข้าไปที่รอยร้าวบนหมวกเกราะของมันทันที!”
เธอไม่ถามซ้ำ ร่ายมนตร์อย่างรวดเร็ว สายฟ้าฟาดลงมากลางห้องมืดสนิท ผมใช้จังหวะที่บอสมองไม่เห็นชั่วขณะกระชากเศษเหล็กที่ขัดระบบการทำงานของมันออก ความเจ็บปวดพุ่งผ่านแขนของผมเมื่อระบบพยายามต่อต้านการแทรกแซง
*ครืนนนน…*
เสียงเครื่องจักรภายในตัวบอสเริ่มทำงานผิดพลาด มันสะดุดล้มลงคุกเข่าต่อหน้าผม ก่อนจะหยุดนิ่งไปชั่วขณะเหมือนไฟล์วิดีโอที่โหลดไม่ทัน
“ทำไมมันถึงไม่โจมตีต่อ?” เอลิน่าวิ่งเข้ามาใกล้ด้วยความสงสัย
“เพราะผมเพิ่งตัด ‘สายป้อนคำสั่ง’ ของมันไปน่ะครับ” ผมหอบหายใจพลางเช็ดเหงื่อบนหน้าผาก “แต่นี่ไม่ใช่ชัยชนะนะ นี่แค่อาการบั๊กชั่วคราว”
ทันใดนั้น หน้าต่างแจ้งเตือนสีทองอร่ามที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนก็เด้งขึ้นมาตรงหน้าผม พร้อมกับเสียงสังเคราะห์ที่ดูเหมือนจะผิดเพี้ยนไปจากระบบปกติของเกม
[คำเตือน: การแทรกแซงระบบโดยไม่ได้รับอนุญาต ตรวจพบผู้ใช้งาน ‘บั๊ก’ ระดับ 00-K]
[ภารกิจระดับ SSS เริ่มต้นขึ้น: ชำระล้างดันเจี้ยนต้องห้ามก่อนที่ระบบจะทำการ Reset พื้นที่]
เอลิน่าเบิกตากว้างเมื่อเห็นหน้าต่างสีทองนั้น “คิริน… นั่นมันระบบสั่งทำลายไอดีไม่ใช่หรือไง? คุณไปทำอะไรลงไปกันแน่!”
ผมมองหน้าต่างระบบที่สั่นไหว พร้อมกับเสียงคำรามกึกก้องที่ไม่ได้มาจากมินิบอสตัวนี้ แต่มาจาก ‘ผนัง’ ที่กำลังค่อยๆ พังทลายออกเผยให้เห็นห้องโถงที่กว้างใหญ่กว่าเดิม… และกองทัพอัศวินนับร้อยที่กำลังค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาพร้อมกัน
“ดูเหมือนว่า...” ผมยิ้มมุมปาก พลางกระชับอาวุธในมือให้แน่นขึ้น “คืนนี้เราจะไม่ได้นอนกันง่ายๆ แล้วนะครับ”
ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับผมในดันเจี้ยนลับแห่งนี้ แล้วพบกันตอนหน้าครับ!
- ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม
เซิร์ฟเวอร์นี้ไม่มีที่ยืนให้คนธรรมดา แต่ผมดันเป็นบั๊กของระบบ•ตอนที่ 3
ดันเจี้ยนลับหลังกำแพงเมือง
ผลงานโดย ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซิร์ฟเวอร์นี้ไม่มีที่ยืนให้คนธรรมดา แต่ผมดันเป็นบั๊กของระบบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
