แม่ทัพผู้เยือกเย็นกับกุนซือหญิงผู้หยั่งกระแสธาร•ตอนที่ 1

ดาบในพายุ

ผลงานโดย พงศาวดารมีชีวิต
กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งเจือจางในสายลมหนาวเหน็บยามค่ำคืน ไม่ได้ทำให้คมดาบในมือของหลวนเฟยหลงสั่นคลอนแม้แต่น้อย บุรุษผู้ดำรงตำแหน่งฉินอ๋องประทับอยู่บนหลังม้าสีหมอกยามค่ำคืน อาภรณ์สีดำสนิทปักลวดลายมังกรเงินด้วยด้ายไหมชั้นดี แน่นหนาด้วยเกราะอ่อนหนังมังกรทมิฬ น้ำค้างแข็งเกาะพราวอยู่บนบ่ากว้างและเส้นผมสีดำสนิทที่ถูกรวบเก็บอย่างเป็นระเบียบ ทว่าแววตาคู่คมกริบดั่งเหยี่ยวพรานกลับกวาดมองซากปรักหักพังของค่ายทหารตระกูลอู่ที่เพิ่งถูกกวาดล้างจนราบคาบในชั่วข้ามคืน ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วอาณาบริเวณ มีเพียงเสียงสะเก็ดไฟจากกองเพลิงที่ยังคงเผาไหม้คานไม้ของค่ายใหญ่และเสียงลมหนาวที่พัดหวีดหวิวราวกับเสียงร่ำไห้ของดวงวิญญาณไร้ญาติ "รายงานท่านอ๋อง! กองกำลังกบฏที่เหลือถูกควบคุมตัวไว้หมดแล้วพ่ะย่ะค่ะ... แต่ทว่า เราพบความผิดปกติบางอย่างในห้องตำราของแม่ทัพอู่" เสียงรายงานจากรองแม่ทัพหนุ่มดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ หลวนเฟยหลงมิได้ปริปากเอ่ยสิ่งใด นัยน์ตาคมกริบดั่งภูเขาน้ำแข็งปรายมองเพียงเล็กน้อย ม้าสีหมอกก้าวเดินอย่างเชื่องช้า ทว่ามั่นคง ราวกับพญายมที่กำลังย่างก้าวตรวจตราขุมนรกของตนเอง สำหรับเขาแล้ว การกวาดล้างกบฏในมณฑลประจิมครั้งนี้หาใช่ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ไม่ หากแต่เป็นเพียงหมากตัวหนึ่งในกระดานอำนาจที่อัครมหาเสนาบดีจางผู้ชั่วช้าพยายามชักใยอยู่เบื้องหลัง ทว่า ในขณะที่รองแม่ทัพกำลังจะนำทางไปยังห้องตำรา สายลมวูบหนึ่งพลพัดพาเอา “กลิ่นหอม” ที่ไม่ควรหลงเหลืออยู่ในสมรภูมิอันโสมมนี้มาแตะจมูก กลิ่นหอมจางๆ ของชาอวี้เฉียน ผสมผสานกับกลิ่นหมึกชั้นดีและกลิ่นอายอันบริสุทธิ์ของดอกเหมย หลวนเฟยหลงชะงักฝีคอม้าลงทันที สัญชาตญาณของยอดแม่ทัพผู้ผ่านศึกมาโชกโชนบอกให้เขารู้ว่า ท่ามกลางซากศพและคราบโลหิตนับร้อยนี้ ยังมี “สิ่งแปลกปลอม” ที่ซ่อนเร้นอยู่ และสิ่งนั้น... กำลังจับจ้องมองพวกเขาจากความมืด "ถอยไป" น้ำเสียงทุ้มต่ำ เยียบเย็น ดุจน้ำค้างแข็งกลางเหมันตฤดูเอ่ยสั่งสั้นๆ หลวนเฟยหลงกระชับด้ามกระบี่ประจำกายในมือแน่น นัยน์ตาดุจเหยี่ยวหันขวับไปยังทิศทางของหอตำราที่ถูกไฟไหม้ไปครึ่งแถบ ที่นั่น... ท่ามกลางแสงเพลิงสีส้มแดงที่สะท้อนกับโครงสร้างไม้ที่หักพัง ปรากฏร่างระหงของสตรีผู้หนึ่งนางหนึ่งกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้แกะสลักอย่างใจเย็น ราวกับนางมิได้อยู่ในสมรภูมิรบที่เพิ่งผ่านพ้นการฆ่าฟันอันเหี้ยมโหด หากแต่กำลังนั่งจิบชาชมจันทร์ในเรือนพักส่วนตัว เส้นผมดำขลับดั่งรัตติกาลถูกรวบไว้ด้วยปิ่นหยกขาวเรียบง่าย อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ตัดกับความมืดมิดและคราบเขม่าควันโดยรอบ แม้ใบหน้าครึ่งหนึ่งจะถูกบังด้วยเงาไม้ ทว่าความนิ่งสงบและท่าทีอันองอาจราวกับพญาหงส์กลางกองเพลิงนั้น กลับตรึงสายตาของทหารกล้าทุกคนให้หยุดนิ่งค้างไปชั่วขณะ หลวนเฟยหลงหรี่ตาลงเล็กน้อย ความระแวดระวังแปรเปลี่ยนเป็นความฉงนชั่วพริบตา สตรีผู้นี้เป็นใคร? เหตุใดจึงกล้ามานั่งรอรับความตายอย่างสงบเยี่ยงนี้? "บังอาจ! เจ้าเป็นใคร ถึงกล้ามานั่งลักลอบอยู่ในค่ายกบฏ!" รองแม่ทัพชักดาบออกครึ่งเล่ม ตะคอกถามด้วยความเกรี้ยวกราด สตรีในชุดขาวค่อยๆ วางถ้วยชาในมือลงบนโต๊ะไม้ที่หลงเหลืออยู่เพียงตัวเดียวอย่างแผ่วเบา เสียงกระทบกันเบาๆ ของถ้วยกระเบื้องเคลือบกังไฉดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ นางค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตากับฉินอ๋องผู้เลื่องชื่อโดยปราศจากความหวาดกลัวแม้แต่น้อย ดวงตาคู่นั้น... ลึกซึ้ง ดำขลับราวกับห้วงมหาสนิท ทว่าแฝงไว้ด้วยประกายความฉลาดเฉลียวที่ยากจะหยั่งถึง รอยยิ้มบางเบาประดับอยู่บนเรียวปากอิ่มเอิบสีชาด "คารวะท่านอ๋องเพ่ะย่ะค่ะ หม่อมฉัน ‘หลินซูเหมย’" น้ำเสียงหวานใสกังวานใสราวดนตรีบรรเลงท่ามกลางเสียงลมหนาว เอ่ยออกมาอย่างไม่รีบร้อน นางลุกขึ้นยืนช้าๆ ย่อกายทำความเคารพตามธรรมเนียมอย่างงดงามไร้ที่ติ ราวกับมิได้ยืนอยู่ท่ามกลางซากศพของกองทัพกบฏ แต่เป็นราชสำนักอันทรงเกียรติ หลวนเฟยหลงไม่ขยับเขยื้อn ร่างสูงสง่าบนหลังม้ายังคงนิ่งสนิท ดั่งรูปปั้นหินสลัก นัยน์ตาดุดันจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของนาง ราวกับต้องการค้นหาพิษร้ายที่อาจซ่อนอยู่ภายใต้รอยยิ้มนั้น "หลินซูเหมย?" หลวนเฟยหลงทวนชื่อนั้นช้าๆ น้ำเสียงเยือกเย็นกดต่ำจนน่าขนลุก "บุตรีแห่งอดีตราช士เลขาธิการผู้ล่วงลับ ผู้ถูกเนรเทศไปชายแดนเมื่อสิบปีก่อน... เหตุใดจึงมาปรากฏตัวอยู่ในรังของพวกกบฏตระกูลอู่ได้เล่า? หรือเจ้า... คือกุนซือผู้อยู่เบื้องหลังกลยุทธ์ทั้งหมดของพวกมัน?" คำกล่าวหาอันเฉียบคมพุ่งตรงราวดอกธนู อาอากาศรอบตัวพลوكกดดันจนแทบหายใจไม่ออก ทว่าหลินซูเหมยหาได้สะดุ้งสะเทือน นางก้าวเท้าเดินเข้ามาใกล้แสงไฟจากกองเพลิงมากขึ้น เผยให้เห็นใบหน้างดงามล่มเมืองที่เจือด้วยความเศร้าสร้อยล้ำลึกชั่วพริบตา ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความเยือกเย็นที่ทัดเทียมกัน "กุนซือหรือเพ่ะย่ะค่ะ?" หลินซูเหมยแย้มยิ้มบางเบา แววตาสعาดล้ำสะท้อนภาพเงาของท่านอ๋องผู้เยือกเย็น "หากหม่อมฉันเป็นกุนซือของอู่หลงจริง ค่ายทหารแห่งนี้คงไม่พินาศย่อยยับด้วยแผนกลยุทธ์ ‘ปิดฟ้าข้ามทะเล’ ของท่านอ๋องภายในหนึ่งคืนหรอกเพ่ะย่ะค่ะ... แท้จริงแล้ว หม่อมฉันก็เป็นเพียง ‘นักโทษ’ ที่ถูกกักขังไว้เพื่อรอวันใช้ประโยชน์ เหมือนกับที่ท่านอ๋องกำลังถูกใช้เป็นหมากตัวหนึ่งในกระดานของใครบางคนในเมืองหลวงต่างหากเล่า" คำพูดประโยคสุดท้ายของนางราวกับสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางความเงียบ หลวนเฟยหลงชะงักไปเล็กน้อย คิ้วหนาขมวดเข้าหากันอย่างไม่พอใจนัก "เจ้าหมายความว่าอย่างไร?" หลินซูเหมยไม่ตอบในทันที นางก้าวเข้ามาประชิดหน้าม้าสีหมอกในระยะที่ห่างกันเพียงไม่กี่ก้าว กลิ่นหอมจางๆ ของดอกเหมยลอยมาแตะจมูกของฉินอ๋องท่ามกลางกลิ่นคาวเลือด นางเงยหน้าขึ้นสบตากับเขาโดยไม่หลบเลี่ยง แววตาคู่นั้นลุ่มลึกและเต็มไปด้วยความลับมากมายที่ยังไม่ได้ถูกเปิดเผย "หากท่านอ๋องทรงต้องการทราบว่าใครคือผู้ที่ส่งสาส์นลับฉบับสุดท้ายให้อู่หลงก่อนที่ค่ายจะแตก... และใครคือผู้ที่ต้องการให้ท่านอ๋องกำจัดตระกูลอู่เพื่อปิดปากพยานสำคัญ..." หลินซูเหมยหยุดเว้นจังหวะเล็กน้อย ปล่อยให้ความเงียบงันบีบคั้นหัวใจคนฟัง ก่อนจะกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่ชัดเจนทุกถ้อยคำ "...ท่านอ๋องต้องทรงพาหม่อมฉันกลับไปด้วย... ในฐานะเชลย หรือในฐานะอะไรก็ตามแต่ที่ท่านทรงโปรด" นางยกมือขึ้นหยิบม้วนกระดาษเก่าคร่ำคร่าฉบับหนึ่งออกจากแขนเสื้อ ยื่นส่งให้เขาโดยปราศจากความกลัวเกรงใดๆ หลวนเฟยหลงก้มมองม้วนกระดาษในมือนั้น สลับกับใบหน้าอันนิ่งสงบแต่มั่นใจของสตรีตรงหน้า หัวใจที่เคยเยือกเย็นดุจหินผาเริ่มไหววูบด้วยคลื่นลมแห่งความสงสัย ยามเมื่อเขายื่นมือหนาออกไปหมายจะรับม้วนกระดาษสาส์นนั้น ทันใดนั้นเอง... เสียงฝีเท้าม้าศึกนับร้อยก็ดังสนั่นหวั่นไหวมาจากเบื้องล่างหุบเขา พร้อมกับเสียงตะโกนก้องขององครักษ์เอกที่ควบม้าเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก "ท่านอ๋อง! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ! ราชสำนักส่ง ‘พระราชโองการด่วนที่สุด’ มาถึงท่านกลางดึก... และเนื้อความในนั้น... ระบุว่าท่านอ๋องทรงเป็นกบฏ!" พงศาวดารมีชีวิตขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหน้าประวัติศาสตร์บทนี้ไป1ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (พงศาวดารมีชีวิต)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ทัพผู้เยือกเย็นกับกุนซือหญิงผู้หยั่งกระแสธาร นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%