เวทมนตร์สีครามกับความลับใต้บันไดวน•ตอนที่ 2

แสงสว่างที่ไม่เคยมีใครมองเห็น

ผลงานโดย เซเลสเทียละอองเวท
กลิ่นอายของกระดาษโบราณและละอองฝุ่นที่ลอยเคว้งคว้างอยู่ใต้แสงสว่างสีนวลจากคريสตัลเวทมนตร์ คือสิ่งที่เอเลียสคุ้นเคยที่สุดในยามที่เขาต้องหลบหนีความวุ่นวายจากห้องเรียนหลักมาซุกตัวอยู่ที่มุมอับใต้บันไดวนของหอสมุดกลาง "นายจะนั่งมุดหัวอยู่แต่ตรงนี้จนรากงอกหรือไง เอเลียส" เสียงกระซิบติดตลกแต่เจือความห่วงใยดังขึ้น พร้อมกับน้ำหนักที่ทิ้งตัวลงนั่งยองๆ ข้างกาย ฟินน์ สหายสนิทผู้มีเรือนผมยุ่งเหยิงและคราบดินจางๆ ติดอยู่ตามเสื้อคลุมนักเรียนธาตุดิน ส่งยิ้มแหยๆ มาให้ มือข้างหนึ่งแอบซ่อนผลไม้เวทมนตร์ลูกกลมๆ ที่แอบเด็ดมาจากสวนพฤกษศาสตร์ของโรงเรียนไว้ด้านหลัง "ฉันไม่ได้มุดหัว ฟินน์... ฉันแค่อำพรางตัวจากสายตาของอาจารย์เวทมนตร์พื้นฐานต่างหาก" เอเลียสถอนหายใจเบาๆ พลางปิดตำราเล่มหนาที่กำลังศึกษาโครงสร้างเวทมนตร์ระดับต้นลง ดวงตาสีฟ้าใสสะท้อนประกายความเหนื่อยล้า แม้เขาจะพยายามท่องจำวงแหวนเวทมนตร์ตามตำรามากแค่ไหน แต่เมื่อถึงเวลาปฏิบัติจริง แสงสว่างจากฝ่ามือของเขาก็ไม่เคยเสถียรพอที่จะจุดไฟให้ติดได้เลยสักครั้ง "ก็เพราะนายเอาแต่สนใจโครงสร้างยิบย่อยพวกนั้นไงล่ะ เวทมนตร์มันต้องใช้ความรู้สึก ขับเคลื่อนด้วยอารมณ์ ไม่ใช่มานั่งแกะสูตรทางคณิตศาสตร์แบบที่นายทำอยู่ทุกวัน" ฟินน์ยื่นผลไม้เวทมนตร์ให้เพื่อน พร้อมกับเอ่ยเตือนด้วยความหวังดี "พรุ่งนี้มีการทดสอบการสร้างบาตรป้องกันเวทมนตร์ประถม ถ้าไส้ในของนายยังกลกลวงแบบนี้ มีหวังโดนอาจารย์เซเลเน่เรียกพบที่ห้องทำงานส่วนตัวอีกรอบแน่" แค่ได้ยินชื่อ "เซเลเน่" หัวใจของเอเลียสก็กระตุกวูบ อาจารย์สาวผู้ดูแลหอสมุดและสอนวิชาทฤษฎีเวทมนตร์ขั้นสูง เธอเป็นผู้หญิงที่งดงามราวกับภาพวาดแต่กลับเย็นชาและเข้าถึงยากยิ่งกว่าน้ำแข็งขั้วโลก ทุกครั้งที่เธอปราบเด็กนักเรียนที่เกเรด้วยสายตาเพียงคู่เดียว บรรยากาศรอบตัวจะลดอุณหภูมิจนแทบหายใจไม่ออก "ฉันไม่ได้กลัวอาจารย์เซเลเน่หรอกนะ..." เอเลียสพึมพำแก้เก้อ แม้จะรู้ตัวดีว่าข้อสอบรอบนี้ยากเกินกว่าที่เด็กสอบตกอย่างเขาจะรับมือไหว "ปากแข็งน่า..." ฟินน์หัวเราะเบาๆ ก่อนจะตบไหล่เพื่อนรักแล้วลุกขึ้นยืน "ฉันไปล่ะ เดี๋ยวพวกสภานักเรียนมาตรวจโซนนี้อีก รอบก่อนเกือบโดนทำโทษข้อหาบุกรุกพื้นที่หวงห้ามแล้วนะ นายเองก็รีบกลับห้องพักซะล่ะ" เมื่อความเงียบสงบกลับคืนมาอีกครั้ง เอเลียสจึงเบนสายตากลับมามองแผ่นกระดาษร่างวงแหวนเวทมนตร์ตรงหน้า นิ้วเรียวแตะลงบนลวดลายซับซ้อนที่ถักทอด้วยมานาสีคราม ตามตำราแล้ว การสร้างเกราะป้องกันเวทมนตร์ต้องใช้การผสานมานาธาตุลมและธาตุดินเข้าด้วยกันอย่างละครึ่ง แต่วันนี้ เขากลับมองเห็นบางสิ่งที่แปลกประหลาด—บางสิ่งที่ดวงตาของคนอื่นรวมถึงตำราเวทมนตร์เล่มไหนๆ ก็ไม่เคยบันทึกไว้ ใต้ชั้นมานาสีครามที่ซ้อนทับกันอยู่สามชั้น เอเลียสกลับมองเห็น "รอยแยก" เล็กๆ สีทองจางๆ ที่สั่นไหวอยู่ภายในโครงสร้างนั้น มันไม่ใช่ความผิดพลาดของการร่ายเวท แต่เป็นช่องว่างระหว่างชั้นพลังงานที่มนุษย์สร้างขึ้น "หรือว่า... ถ้าเราไม่ได้ผสานพวกมันเข้าด้วยกัน แต่ปล่อยให้มันไหลผ่านช่องว่างนี้ล่ะ?" ด้วยความอยากรู้อยากเห็นที่มักจะนำพาเขาไปสู่ปัญหาอยู่เสมอ เอเลียสหลับตาลง รวบรวมสมาธิทั้งหมดไปที่ปลายนิ้ว ความสามารถพิเศษที่เขาไม่เคยบอกใคร—ดวงตาแห่งแสงสว่างที่มองทะลุแก่นแท้ของมานา—ถูกขับเคลื่อนออกมา ละอองแสงสีทองจางๆ เปล่งประกายรอบตัวเขาราวกับหิ่งห้อยในคืนเดือนมืด เขาลากนิ้วไปตามอากาศ วาดวงแหวนเวทมนตร์ขึ้นมาใหม่ตามแบบที่เขา "มองเห็น" ไม่ใช่ตามแบบที่ตำรากำหนด *ครืน...* อากาศรอบตัวสั่นไหวเบาๆ มานาสีครามไม่ได้ระเบิดออกเหมือนทุกครั้งที่เขาทำพลาด แต่มันกลับแยกตัวออกเป็นชั้นๆ อย่างเป็นระเบียบ ราวกับหน้ากระดาษหนังสือที่ถูกเปิดทีละหน้า แสงสีทองจากปลายนิ้วของเอเลียสทำหน้าที่เป็นดั่งเข็มร้อยด้ายที่เชื่อมโยงช่องว่างเหล่านั้นเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบ เกิดเป็นบาตรป้องกันโปร่งแสงที่ส่องประกายระยิบระยับยิ่งกว่าเวทมนตร์ของนักเรียนปีสามเสียอีก เอเลียสลืมตาขึ้นด้วยความตกตะลึง บาตรป้องกันตรงหน้าไม่ได้แค่แข็งแกร่ง แต่มันยัง "หายใจ" ได้ มันดูดซับมานาจากรอบข้างและปรับโครงสร้างตัวเองอัตโนมัติเมื่อเขาลองใช้นิ้วเคาะเบาๆ *นี่มัน... การแยกชั้นเวทมนตร์งั้นเหรอ?* เขากำลังจะเอื้อมมือไปสัมผัสผลงานชิ้นเอกของตัวเอง ทว่าเสียงฝีเท้าแผ่วเบาที่ดังสะท้อนมาจากทางเดินหินอ่อนก็ทำให้หัวใจของเขาหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม กลิ่นหอมจางๆ ของดอกไวโอเล็ตป่าและชาสมุนไพรลอยมาแตะจมูก—กลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ของบรรรารักษ์สาวผู้กุมความลับครึ่งหนึ่งของหอสมุดแห่งนี้ "การใช้เวทมนตร์ในเขตหวงห้ามยามวิกาล... แถมยังเป็นการร่ายคาถาที่ไม่มีบันทึกไว้ในตำราเรียนภาคบังคับอีก" น้ำเสียงเรียบเฉยแต่เยือกเย็นจนน่าขนลุกดังขึ้นจากความมืดตรงปากทางเข้าใต้บันไดวน เอเลียสสะดุ้งสุดตัว รีบสะบัดมือเพื่อทำลายวงแหวนเวทมนตร์ทิ้ง แต่กลับสายเกินไป เงาร่างโปร่งระหงในชุดคลุมสีดำสนิทของอาจารย์เซเลเน่ก้าวออกมาจากความมืด ดวงตาสีนิลคู่สวยภายใต้กรอบแว่นทรง The Classic จ้องมองตรงมาที่เขา นัยน์ตานั้นไม่ได้มีความโกรธเกรี้ยว แต่กลับมีความแปลกใจและประกายลึกล้ำบางอย่างที่อ่านไม่ออกสะท้อนอยู่ เซเลเน่ก้มลงมองเศษละอองแสงสีทองที่ยังคงลอยวนอยู่บนพื้นราวกับผงธุลีแห่งดวงดาว ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับเด็กหนุ่มที่นั่งตัวสั่นอยู่บนพื้น "เธอทำมันได้อย่างไร... เอเลียส" เสียงของเธอนุ่มนวลกว่าปกติ ทว่ามันกลับกดดันเสียจนเอเลียสรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกต้อนให้จนมุม ชั่วขณะนั้นเองที่อากาศรอบตัวหยุดนิ่ง พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนประหลาดที่ดังขึ้นในหัวของเอเลียส—เสียงที่ไม่มีใครอื่นนอกจากตัวเขาเองที่ได้ยิน [ ตรวจพบการตื่น ระบบ "สถาปัตยกรรมเวทมนตร์โบราณ" ทำงาน ] [ ผู้ถือครองสิทธิ์คนแรก: เอเลียส ] [ ระดับอันตรายของเป้าหมายที่อยู่ตรงหน้า: SSS (บรรณารักษ์ผู้พิทักษ์ประตูแห่งพันธสัญญา) ] ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับเวทมนตร์บทนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ! — เซเลสเทียละอองเวท
สารจากนักเขียน (เซเลสเทียละอองเวท)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เวทมนตร์สีครามกับความลับใต้บันไดวน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%