"ถ้าเจ้ายังคำนวณโครงสร้างเวทมนตร์รูปทรงแปดเหลี่ยมของบทที่ห้าผิดพลาดเป็นครั้งที่สาม ข้าจะเสนอชื่อเจ้าให้ไปขัดพื้นหอประชุมใหญ่ด้วยมือเปล่าแทนการเข้าห้องสมุด... เอเลียส"
เสียงถอนหายใจยาวนานที่เจือด้วยความระอาเล็กน้อยดังขึ้นจากหลังชั้นหนังสือสูงตระหง่าน ท่ามกลางกลิ่นอายของกระดาษเก่าและหมึกเวทมนตร์สีครามที่ลอยอบอวลในอากาศเย็นเยียบ เอเลียสสะดุ้งสุดตัว ปลายปากกาขนนกในมือเกือบจะปาดลงบนตำราเวทมนตร์ประวัติศาสตร์เล่มหนาจนเกิดรอยด่าง เด็กหนุ่มรีบก้มลงมองกระดาษตรงหน้า ละอองแสงสีขาวนวลที่ปลายนิ้วยังคงเรืองแสงริบหรี่เพื่อใช้ตรวจสอบโครงสร้างมานาของตัวอักษร
ให้ตายเถอะ... เขาพลาดจุดเชื่อมต่อมานาตรงมุมขวาของหน้ากระดาษไปอีกแล้ว สมเป็นอาจารย์เซเลเน่จริงๆ แม้จะไม่ได้หันมามองด้วยซ้ำ แต่สายตาคู่นั้นคงทะลุทะลวงผ่านชั้นหนังสือหนาเตอะมาเห็นความซุ่มซ่ามของเขาได้อย่างแน่นอน
"ผม... ผมขอโทษครับ— เอ๊ย! ขอโทษค่ะอาจารย์!" เอเลียสรีบแก้คำพูดแทบไม่ทันเมื่อนึกขึ้นได้ว่าตอนนี้เขากำลังยืนอยู่ในเขตปกครองพิเศษของบรรณารักษ์ผู้เข้มงวดที่สุดในสถาบันเวทมนตร์แห่งนี้
ฟินน์ที่นั่งยองๆ อยู่มุมห้องเพื่อจัดเรียงตำราธาตุดินตามหมวดหมู่ ส่งเสียงหัวเราะคิกคักในลำคออย่างปิดไม่มิด เจ้าเพื่อนตัวดีหันมาขยิบตาให้พร้อมกับทำปากมขยับเป็นคำว่า *'สู้เขานะเจ้าชายแสงสว่าง'* จนเอเลียสอยากจะปาตำราเล่มหนาใส่หัวมันสักที
ย้อนกลับไปเมื่อช่วงบ่าย เอเลียสก็ยังไม่เข้าใจว่าเหตุใดเขาถึงถูกเรียกตัวมายัง "หอสมุดลับ" แห่งนี้—สถานที่ซึ่งไม่มีปรากฏอยู่บนแผนที่ฉบับใดของโรงเรียนเวทมนตร์ ภายหลังจากเหตุการณ์ที่เขาเผลอใช้เวทมนตร์ธาตุแสงตรวจสอบโครงสร้างเวทมนตร์โบราณใต้บันไดวนเมื่อวานนี้ เขาก็ดันได้รับใบแจ้งประกาศสีทองหม่นจากสำนักทะเบียน ให้มารายงานตัวรับหน้าที่ "ผู้ช่วยบรรณารักษ์ฝึกหัด" เป็นการด่วน โดยไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธแม้แต่น้อย
"ตามมานี่สิ เอเลียส"
เสียงราบเรียบทรงเสน่ห์ดังขึ้นพร้อมกับร่างเพรียวบางของอาจารย์เซเลเน่ที่ก้าวออกมาจากเงาของชั้นหนังสือ นัยน์ตาสีครามเข้มคู่นั้นกวาดมองเด็กหนุ่มด้วยความรู้สึกที่ยากจะคาดเดา วันนี้เธอยังคงสวมชุดคลุมนักวิชาการสีเข้มสนิท เส้นผมสีดำสนิทรวบไว้หลวมๆ ปล่อยให้ปอยผมเคลียคลอข้างแก้มเนียน ขับเน้นบรรยากาศลึกลับน่าค้นหาให้เด่นชัดยิ่งขึ้น
เอเลียสรีบวางปากกาขนนก เดินตามแผ่นหลังนั้นไปอย่างระมัดระวัง ฝีเท้าของเขาต้องเหยียบลงบนช่องกระเบื้องตามตำราเวทมนตร์ป้องปราม เพื่อไม่ให้ไปปลดผนึกอักขระโบราณที่ซ่อนอยู่ตามพื้นห้อง
"อาจารย์เรียกผมมา มีงานอะไรให้ทำเป็นพิเศษเหรอครับ— เอ๊ย... คะ?" เอเลียสเอ่ยถามด้วยความประหม่า ขณะกวาดสายตามองไปรอบห้องสมุดขนาดมหึมาที่ตั้งอยู่ใต้ดินลึก ชั้นหนังสือที่นี่ไม่ได้ตั้งอยู่บนพื้นดินธรรมดา หากแต่ลอยเคว้งคว้างอยู่กลางอากาศด้วยวงแหวนมานาสีฟ้าครามที่หมุนวนอย่างเป็นระบบ ทุกเล่มถูกจัดเรียงตามความหนาแน่นของคลื่นพลังเวท ไม่ใช่ตามตัวอักษรเหมือนห้องสมุดทั่วไป
เซเลเน่หยุดเดิน เธอหันกลับมาเผชิญหน้ากับเด็กหนุ่ม ระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือเพียงแค่ก้าวเดียว กลิ่นหอมจางๆ คล้ายดอกลาเวนเดอร์ผสมกับกลิ่นกระดาษเก่าลอยแตะจมูก ทำให้หัวใจของเอเลียสเต้นผิดจังหวะอย่างช่วยไม่ได้
"งานพิเศษงั้นหรือ..." เซเลเน่ทวนคำ มุมปากหยักลึกขึ้นเล็กน้อยคล้ายกำลังยิ้มแต่ก็ไม่ใช่ "เจ้าคิดว่าตำแหน่งผู้ช่วยบรรณารักษ์ที่ข้าเลือกด้วยตัวเอง เป็นแค่การจัดหนังสือแก้เบื่อไปวันๆ อย่างนั้นหรือ เอเลียส"
"ผม... ผมไม่ทราบครับ... คะ" เอเลียสกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เมื่อปลายนิ้วเรียวยาวของอาจารย์สาวเอื้อมมาแตะที่ปกเสื้อด้านซ้ายของเขาเบาๆ เพื่อจัดให้เข้าที่
สัมผัสแผ่วเบานั้นทำให้ผิวเนื้อของเด็กหนุ่มร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ
"เมื่อคืนนี้ ข้าตรวจสอบบันทึกการใช้เวทมนตร์ธาตุแสงของเจ้า" เซเลเน่เอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่จริงจัง "เวทมนตร์แสงส่วนใหญ่ในปัจจุบันถูกใช้เพื่อการรักษา การโจมตี หรือการสร้างภาพลวงตา แต่สิ่งที่เจ้าทำใต้บันไดวนเมื่อวานนี้... มันคือการ 'ถอดรหัสโครงสร้าง' ด้วยความถี่ของแสงบริสุทธิ์ ซึ่งเป็นศาสตร์ที่สูญหายไปจากตำราของสถาบันนี้มากว่าสามร้อยปีแล้ว"
เอเลียสเบิกตากว้าง ความลับที่เขาพยายามปิดบังมาตลอดถูกมองทะลุปรุโปร่งในเวลาอันAรวดเร็วเช่นนี้เชียวหรือ
"เจ้ามีความสามารถในการมองเห็น 'แก่นแท้' ของมานาผ่านแสงสว่าง... นั่นคือเหตุผลที่เจ้าอยู่ที่นี่" เซเลเน่ผละมือออกแล้วหันหลังเดินนำไปยังมุมลึกที่สุดของห้องสมุด ซึ่งมีประตูบานใหญ่ทำจากไม้มะฮอกกานีโบราณ ประดับด้วยโซ่เวทมนตร์สีดำสนิทนับสิบเส้นที่กำลังสั่นระริกราวกับมีสิ่งมีชีวิตบางอย่างพยายามดิ้นรนอยู่ข้างใน
ฟินน์ที่แอบเดินตามมาห่างๆ ถึงกับอ้าปากค้าง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ "เฮ้ย... นั่นมันประตูผนึกเขตหวงห้ามระดับเจ็ดนี่นา อาจารย์เซเลเน่ จะให้พวกเราเข้าไปข้างในนั้นจริงๆ เหรอครับ?!"
เซเลเน่ไม่ได้หันกลับมามอง แต่ปลายนิ้วเรียวของเธอแตะลงบนรูกุญแจเวทมนตร์ วงแหวนมานาสีครามสว่างวาบขึ้นในความมืด "ถูกต้อง ฟินน์... เพราะงานที่ข้าจะมอบให้เอเลียสในฐานะผู้ช่วยบรรณารักษ์ ก็คือการเข้าไป 'ชำระล้าง' สิ่งที่ถูกกักขังอยู่ข้างในนั้นอย่างไรล่ะ"
ทันทีที่สิ้นเสียงคำพูด โซ่ตรวนสีดำนับสิบเส้นก็ร่วงหล่นลงสู่พื้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ประตูบานใหญ่ค่อยๆ แง้มเปิดออกช้าๆ เผยให้เห็นไอหมอกสีดำทมิฬที่พวยพุ่งออกมาพร้อมกับเสียงคำรามต่ำๆ ที่สะเทือนไปถึงขั้วหัวใจ
และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนจากระบบเวทมนตร์ส่วนตัวของเอเลียสก็ดังขึ้นในโสตประสาทอย่างกะทันหัน—
*[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบภารกิจระดับ SSS 'ปลดผนึกบรรณารักษ์เงา' เงื่อนไขการสำเร็จ: ใช้เวทมนตร์ธาตุแสงตรวจสอบและทำลายจุดอ่อนของบอสลับภายในเวลา 10 นาที หากล้มเหลว วิญญาณของเป้าหมายจะถูกกลืนกินถาวร]*
เอเลียสหน้าถอดสีทันทีเมื่อตัวเลขเวลาถอยหลังสีแดงฉานปรากฏขึ้นกลางอากาศตรงหน้า พร้อมกับร่างเงาดำมหึมาที่มีดวงตาสีแดงฉานคู่หนึ่งค่อยๆ ก้าวพ้นความมืดออกมาจากหลังประตูบานนั้น!
--------------------------------------------------
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหน้ากระดาษเวทมนตร์บทนี้ไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ! — เซเลสเทียละอองเวท
เวทมนตร์สีครามกับความลับใต้บันไดวน•ตอนที่ 3
ห้องสมุดลับที่ไม่มีในแผนที่
ผลงานโดย เซเลสเทียละอองเวท
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซเลสเทียละอองเวท)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เวทมนตร์สีครามกับความลับใต้บันไดวน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!