เวทมนตร์สีครามกับความลับใต้บันไดวน•ตอนที่ 26

สายสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้น

ผลงานโดย เซเลสเทียละอองเวท
"ถ้าผสานวงเวทเหลื่อมล้ำเข้าไปอีกศูนย์องศา นายได้ระเบิดคาคามือแน่ไอ้คุณฟินน์!" เสียงตวาดแกมเอือมระอาของเอเลียสดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องฝึกซ้อมใต้ดินของหอสมุดเวทมนตร์ กลิ่นอายของโอโซนและดินแห้งคละคลุ้งจนแสบจมูก ละอองแสงสีครามจากเนตรวิเคราะห์ของเอเลียสกำลังสั่นระริก สะท้อนโครงสร้างเวทธาตุดินและแสงที่บิดเบี้ยวเป็นรูปทรงเรขาคณิตที่เกือบจะสมบูรณ์แบบ—หากไม่ใช่เพราะความดื้อรั้นของเด็กหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลยุ่งเหยิงที่กำลังยืนปาดเหงื่ออยู่ตรงหน้า ฟินน์หัวเราะแห้งๆ พลางลดศิลาเวทในมือลงอย่างระมัดระวัง แรงสั่นสะเทือนที่เกือบจะฉีกกระชากโครงสร้างวงเวทเมื่อครู่ค่อยๆ สงบลงด้วยฝ่ามือเรืองแสงสีขาวนวลที่เอเลียสยื่นเข้าไปแทรกแซงในเสี้ยววินาที "โห เอเลียส นายจะตาไวเกินไปแล้วนะ! ฉันอุตส่าห์คำนวณมุมองศาตามตำราเป๊ะๆ เลยนะเว้ย" ฟินน์บ่นอุบอิบแต่แววตาเป็นประกายยอมรับ ชายหนุ่มทรุดตัวลงนั่งแปะกับพื้นหินเย็นเยียบอย่างหมดแรง "เวทประสานนี่มันยากชะมัด ธาตุดินหนักอึ้งอย่างฉันจะไปจูนเข้ากับธาตุแสงบริสุทธิ์ของนายได้ยังไงเล่า แค่ไม่ตีกันจนระเบิดใส่หน้าก็บุญโขแล้วค่ะ เอ้ย... บุญโขแล้วเว้ย!" เอเลียสถอนหายใจยาว พลางหย่อนตัวลงนั่งขัดสมาธิเคียงข้างเพื่อนสนิท ดวงตาคู่คมยังคงจดจ้องไปยังร่องรอยของวงเวทที่ยังหลงเหลืออยู่บนพื้นหิน การฝึกฝนตลอดสามวันที่ผ่านมาภายใต้คำแนะนำอันเข้มงวดของอาจารย์เซเลเน่ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แม้ทฤษฎีในตำราโบราณจะระบุไว้ชัดเจนว่า *'แสงสว่างสามารถนำพาและยึดโยงธาตุดินให้กลายเป็นเกราะคุ้มกันอันไร้เทียมทานได้'* ทว่าในทางปฏิบัติ ความต่างขั้วของพลังงานกลับทำให้มันผลักกันราวกับแม่เหล็กขั้วเดียวกัน "นายคิดคำนวณแต่ตัวเลขในตำราฟินน์ แต่นายลืมคำนึงถึง 'จังหวะการหายใจ' ของสภาพแวดล้อมรอบตัว" เสียงหวานทุ้มเย็นเยียบที่คุ้นเคยดังขึ้นจากมุมมืดของบันไดวน เซเลเน่ก้าวเท้าลงมาอย่างเงียบเชียบ ร่างระหงในชุดคลุมสีดำสนิทขอบด้ายเงินสะท้อนกับแสงตะเกียงเวทมนตร์ แววตาสีเทาควันบุหรี่ภายใต้กรอบแว่นไร้กรอบกวาดมองผลงานความพินาศย่อมๆ ตรงหน้าด้วยรอยยิ้มบางเบาที่มุมปาก นิ้วเรียวยาวแตะลงบนพื้นหินที่ยังอุ่นระอุ "เวทประสานไม่ใช่การบังคับให้พลังสองชนิดหลอมรวมเข้าด้วยกันด้วยกำลัง" อาจารย์สาวเอ่ยเสียงเรียบ พลางทรุดกายลงนั่งยองๆ เคียงข้างเด็กหนุ่มทั้งสอง กลิ่นหอมจางๆ ของดอกไวโอเล็ตป่าลอยมาแตะจมูก "แต่มันคือการ 'เจรจา' ระหว่างอนุภาค ดินคือความมั่นคงและอดทน ส่วนแสงคือวิสัยทัศน์และการนำทาง หากนาย—ฟินน์ มอบความไว้วางใจให้เอเลียสเป็นคนกำหนดทิศทาง และเอเลียส—เธอต้องเรียนรู้ที่จะโอบอุ้มน้ำหนักของดิน ไม่ใช่ผลักมันออกไป..." เซเลเน่เงียบไปนิด ปล่อยให้สายตาคมกริบกวาดมองใบหน้าของเอเลียสที่กำลังครุ่นคิดอย่างลึกซึ้ง "เข้าใจไหมคะ เอเลียส" คำถามสั้นๆ นั้นมาพร้อมกับสัมผัสอุ่นที่วางลงบนบ่าของเด็กหนุ่ม เอเลียสสะดุ้งเล็กน้อย หัวใจเต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะ ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความใกล้ชิดที่นานทีปีหนจะได้เห็นจากอาจารย์ผู้เย็นชาคนนี้ "ครับ... ผมเข้าใจแล้วครับอาจารย์" เอเลียสตอบรับด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นขึ้น เขารemember ถึงโครงสร้างเวทที่ตนเองมองเห็นผ่านเนตรสว่าง มันไม่ใช่แค่เส้นตรงและวงกลม แต่มันคือ 'ชีวิต' ที่กำลังรอการประสาน ฟินน์ยิ้มกริม แอบส่งสายตาแซวเพื่อนสนิทเบาๆ แต่ก็รีบหุบยิ้มแทบไม่ทันเมื่อโดนสายตาดุๆ ของเซเลเน่ปราดมองเข้าให้ "เอาล่ะ พักสิบนาที แล้วเริ่มรอบใหม่ คราวนี้ฉันจะคอยดูการถ่ายTearของพวกเธอด้วยตัวเอง" บรรยากาศในห้องฝึกซ้อมกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง แต่คราวนี้มีความอบอุ่นและเป้าหมายที่ชัดเจนกว่าเดิม เอเลียสหันไปสบตากับฟินน์ ทั้งคู่พยักหน้าให้กันโดยไม่ต้องเอ่ยคำพูดใดๆ ความผูกพันที่ร่วมเป็นร่วมตายผ่านอุปสรรคมานับครั้งไม่ถ้วนทำให้พวกเขามีรหัสลับทางใจที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าคำพูด เมื่อถึงเวลา เอเลียสสูดหายใจเข้าลึกๆ หลับตาลง แล้วปลดปล่อยละอองแสงสีครามบริสุทธิ์ออกจากปลายนิ้ว แสงนั้นแผ่ขยายออกไปราวกับเส้นใยแมงมุมที่อ่อนนุ่ม ทว่าแข็งแกร่ง มันโอบล้อมร่างของฟินน์ไว้ในพริบตา ขณะเดียวกัน ฟินน์ก็ผนึกกำลังธาตุดินจากผืนแผ่นดินเบื้องล่าง ส่งกระแสพลังงานหนักแน่นพุ่งทะยานขึ้นมาบรรจบกับโครงสร้างแสงของเอเลียส *วูบ!* แสงสีทองประกายไข่มุกผสานเข้ากับอณูหินสีนิลเกิดเป็นเกราะป้องกันทรงกลมโปร่งใสที่สั่นระริกด้วยความถี่สูงแต่มั่นคงอย่างยิ่งยวด ไม่มีเสียงระเบิด ไม่มีรอยร้าว มีเพียงความสมบูรณ์แบบที่สะท้อนอยู่ในแววตาพึงพอใจของเซเลเน่ "เยี่ยมมาก..." อาจารย์สาวพึมพำชมเบาๆ ทว่า ในวินาทีที่ความสำเร็จกำลังจะสมบูรณ์แบบและเสียงแจ้งเตือนระบบภารกิจในจิตสำนึกของเอเลียสกำลังจะดังขึ้นเพื่อยืนยันผ่านด่าน... แสงสว่างสีครามรอบตัวก็พลันสะดุดกึก! อุณหภูมิในห้องใต้ดินดิ่งฮวบลดลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว โครงสร้างเวทที่เคยประสานกันอย่างงดงามกลับถูกบิดเบือนด้วยคลื่นพลังงานแปลกปลอมที่ทรงพลังยิ่งกว่า เงาดำทึบสายหนึ่งแยกตัวออกมาจากความมืดมิดของมุมห้องที่ควรจะว่างเปล่า—พร้อมกับเสียงหัวเราะเยียบเย็นที่กรีดแทงโสตประสาทของทุกคนจนขนลุกซู่ "ช่างเป็นภาพที่น่าประทับใจเสียจริง... เด็กน้อยผู้โง่เขลา" ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับเอเลียสและผองเพื่อนนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ! - เซเลสเทียละอองเวท
สารจากนักเขียน (เซเลสเทียละอองเวท)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เวทมนตร์สีครามกับความลับใต้บันไดวน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%