"เสียงนินทาพวกนั้น... คุณไม่ต้องไปเก็บมาใส่ใจหรอกนะครับริน"
เสียงทุ้มต่ำแต่หนักแน่นของธันวาเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบภายในห้องทำงานส่วนตัว แสงไฟนีออนสลัวจากตึกระฟ้าภายนอกสะท้อนลงมาบนใบหน้าคมคายที่ผ่านการผ่านศึกและหยาดเหงื่อมานับไม่ถ้วน สายตาของเขาไม่ได้มองไปยังหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่แสดงกราฟหุ้นและยอดเงินในบัญชีหลักแสนล้าน ทว่ามันกลับจดจ่ออยู่กับร่างบางของหญิงสาวที่กำลังยืนกุมมือตัวเองแน่นอยู่ริมกระจกบานใหญ่
รินรดาสะดุ้งเล็กน้อย เธอเม้มริมฝีปากเข้าหากันจนเป็นเส้นตรง ดวงตากลมโตคู่นั้นไหวระริกด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งความอึดอัด ความกังวล และความเจ็บปวดที่ถูกกัดเซาะทีละน้อยจากสังคมคนรวยจอมปลอมที่รายล้อมพวกเขาอยู่
"รินไม่ได้กลัวคำครหาหรอกค่ะ... เอ๊ย! รินไม่ได้กลัวหรอกนะคะธันวา" รินรดาเผลอหลุดคำพูดตามความคุ้นเคยเดิมออกมาก่อนจะรีบแก้คำพูดด้วยใบหน้าที่แดงก่ำ "เอ่อ... รินหมายถึง รินไม่ได้สนใจพวกปากหอยปากปูพวกนั้นหรอกค่ะ... เอ่อ... นะครับ... ว้าย! รินสับสนหมดแล้ว!"
ธันวาหลุดยิ้มออกมาบางเบา รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเอ็นดูและความอบอุ่น ซึ่งเป็นมุมมองที่น้อยคนนักจะได้เห็นจาก "ผู้กุมอำนาจระบบ" ที่เพิ่งเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของพวกไฮโซตระกูลใหญ่จนจมดินในงานประมูลเมื่อค่ำวานนี้ เขาลุกขึ้นจากเก้าอี้หนังราคาแพง ก้าวเท้าเข้าไปหารินรดาอย่างช้าๆ จนกระทั่งระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดลงเหลือเพียงแค่ก้าวเดียว
กลิ่นหอมอ่อนๆ ของแชมพูเด็กที่รินรดาใช้มาตั้งแต่สมัยมหาวิทยาลัยลอยแตะจมูก ธันวาจำกลิ่นนี้ได้ดี... มันคือกลิ่นเดียวกับวันที่พวกเขานั่งกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปถ้วยเดียวกันในห้องเช่าแคบๆ ขนาดสี่คูณสี่เมตร วันที่ไม่มีแม้แต่เงินจะเติมน้ำมันรถมอเตอร์ไซค์ วันที่รินรดายอมควักเงินเก็บก้อนสุดท้ายในกระปุกออมสินยื่นให้เขาโดยไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียว
มือหนายื่นออกไปอย่างแผ่วเบa ประคองแก้มเนียนนุ่มของหญิงสาวเอาไว้ด้วยความทะนุถนอม ปลายนิ้วโป้งเกลี่ยไล่ความชื้นเบาๆ บริเวณใต้ตาของเธอ รินรดานิ่งงอนตัวเกร็งไปชั่วขณะ ก่อนที่ดวงตาคู่สวยจะค่อยๆ ปิดลง ยอมรับไออุ่นจากฝ่ามือของชายหนุ่มที่เปรียบเสมือนโลกทั้งใบของเธอในเวลานี้
"จำได้ไหมครับวันที่เรากินมาม่าคัพถ้วยแรกด้วยกัน?" ธันวาเอ่ยกระซิบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าดวงตาคมกริบกลับฉายแววเด็ดเดี่ยว "ตอนนั้นผมสัญญาอะไรกับคุณไว้... คุณยังจำมันได้อยู่หรือเปล่า"
รินรดาลืมตาขึ้นสบตากับเขา หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมานอกอก ความทรงจำเมื่อสามปีก่อนไหลย้อนกลับเข้ามาในหัวราวกับภาพยนตร์ฉายซ้ำ วันที่ธันวาเนื้อตัวมอมแมมจากการวิ่งหางานเซลล์ จนมุมและหมดหนทาง แต่เขากลับกำมือเธอแน่นแล้วบอกว่า *'สักวันหนึ่ง ผมจะเอาทั้งโลกใบนี้มาวางไว้แทบเท้าคุณ เพื่อตอบแทนที่คุุณเชื่อมั่นในตัวผู้ชายกระจอกๆ คนนี้'*
"รินจำได้ค่ะ... ทุกคำพูดเลย" เสียงของเธოსั่นเครือเล็กน้อย ก่อนจะเปลี่ยนสรรพนามตามที่เขาเคยขอร้อง "รินจำได้... นะครับ... ธันวา"
"ใช่ครับ" ธันวาขยับยิ้มมุมปาก "เพราะฉะนั้น เสียงเห่าหอนของพวกสวะสังคมที่เกิดมาบนกองเงินกองทองพวกนั้น จึงไม่มีค่าอะไรเลยแม้แต่เศษเสี้ยวเดียว พวกมันแค่กลัว... กลัวว่าคนที่พวกมันเคยเหยียบย่ำ จะลุกขึ้นมามีอำนาจเหนือพวกมันอย่างเบ็ดเสร็จ"
รินรดาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกความกล้า มือเล็กเอื้อมขึ้นไปทาบลงบนหลังมือของธันวาที่ประคองแก้มเธออยู่ ความอบอุ่นจากมือของเขาแผ่ซ่านเข้ามาในหัวใจ ขจัดความหวาดกลัวทั้งปวงให้มลายหายไปจนสิ้น
"รินไม่ได้กลัวคำนินทาหรอกค่ะธันวา... แต่รินกลัว... กลัวว่าวันหนึ่ง ถ้าคุณต้องแลกอะไรที่มันยิ่งใหญ่เกินไปเพื่อแก้แค้นคนพวกนั้น รินกลัวว่ารินจะรักษาคุณไว้ไม่ได้" ความในใจที่อัดอั้นถูกพรั่งพรูออกมาพร้อมกับหยาดน้ำตาที่เอ่อคลอเบ้า รินรดามองลึกเข้าไปในดวงตาของชายหนุ่ม "สำหรับรินแล้ว ต่อให้เราต้องกลับไปกินมาม่าคัพในห้องเช่าแคบๆ อีกครั้ง... ขอแค่มีคุณอยู่ตรงนี้ รินก็ไม่ต้องการอะไรในโลกนี้อีกแล้วค่ะ"
คำพูดนั้นทำเอาหัวใจของมหาเศรษฐีผู้เย็นชาสั่นสะท้าน ธันวารู้สึกราวกับมีกระแสไฟฟ้าวิ่งพล่านไปทั่วร่าง ความแข็งกร้าวที่ใช้ฟาดฟันศัตรูถูกหลอมละลายลงจนหมดสิ้น เหลือเพียงความรักและความผูกพันที่เหนียวแน่นยิ่งกว่าเหล็กกล้า
เขาดึงร่างบางเข้ามาสวมกอดไว้แนบอกทันที อ้อมกอดที่อบอุ่นและปลอดภัยที่สุดในจักรวาลนี้ รินรดากอดตอบเขาแน่น ซบใบหน้าลงกับอกแกร่ง ปล่อยให้น้ำตาแห่งความตื้นตันไหลซึมผ่านเนื้อผ้าเสื้อสูทราคาแพง
"ไม่มีวันนั้นหรอกครับริน..." ธันวาจูบลงบนกลุ่มผมนุ่มเบาๆ "ผมยอมตายดีกว่าจะปล่อยให้คุณต้องกลับไปลำบากอีก เงินทอง อำนาจ และระบบบ้าๆ พวกนี้... มันถูกสร้างขึ้นมาก็เพื่อปกป้องคุณ เพื่อให้ผู้หญิงที่ผมรักที่สุด ได้ยืนอยู่บนจุดสูงสุดที่ไม่มีใครหน้าไหนกล้าแตะต้องได้ต่างหาก"
บรรยากาศภายในห้องเงียบงันลง มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศเบาๆ และเสียงหัวใจของคนทั้งสองที่เต้นเป็นจังหวะเดียวกัน ความสัมพันธ์ที่ผ่านการทดกาลเวลาและการพิสูจน์จากความยากลำบาก บัดนี้มันได้หลอมรวมจิตวิญญาณของทั้งคู่เข้าไว้ด้วยกันอย่างไม่มีวันพรากจาก
ทว่า... ในวินาทีที่ความหวานล้ำกำลังปกคลุมพื้นที่ ทันใดนั้นเอง...
*กริ๊งงงงงง!*
เสียงสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินจากระบบหน้าจอหลักของธันวา ก็ดังขึ้นแทรกบรรยากาศโรแมนติกอย่างไม่ไว้หน้า หน้าจอสีดำสนิทบนโต๊ะทำงานพลاںเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนจากระบบที่เด้งขึ้นมาด้วยตัวอักษรสีทองกระพริบถี่ๆ
*[แจ้งเตือนระดับวิกฤต: ตรวจพบการเคลื่อนไหวของวงเงินลับระดับสูงสุดจากตระกูล "ชัยชนะ"]*
*[เป้าหมาย: กำลังทำการอายัดทรัพย์สินทั้งหมดในเครือบริษัทของคุณ และส่งกำลังพลติดอาวุธล้อมรอบตึกสำนักงานในรัศมี 500 เมตร]*
ธันวาชะงัก รอยยิ้มอ่อนโยนเมื่อครู่เลือนหายไปในพริบตา แววตาคมกริบเปลี่ยนเป็นประกายความเย็นเยียบดุจน้ำแข็งขั้วโลก มือหนาผละออกจากร่างของรินรดานิดหน่อย แต่ยังคงกุมมือเธอเอาไว้มั่น
รินรดาสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลง เธอเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยความตกใจ "ธันวา... เกิดอะไรขึ้นคะ?"
ธันวาไม่ได้ตอบในทันที เขาก้มมองหน้าจอที่แสดงพิกัดจีพีเอสของกองกำลังปริมาณมหาศาลที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ตึกนี้ทุกที ก่อนที่มุมปากหยักจะยกยิ้มขึ้นเป็นรอยยิ้มที่น่ากลัวที่สุดเท่าที่รินรดาเคยเห็นมา
"ดูเหมือนว่า... เจ้าชายตกอับอย่างคุณชัยชนะ จะยังไม่เข็ดกับบทเรียนเมื่อวานสินะครับ"
ธันวาเอื้อมมือไปหยิบสมาร์ทโฟนสีดำสนิทขึ้นมา ปลายนิ้วเรียวกดปุ่มเปิดใช้งานฟังก์ชันพิเศษของระบบที่ถูกซ่อนไว้ลึกที่สุด ก่อนจะกดสปีกเกอร์โฟนให้เสียงจากปลายสายดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องทำงาน
*"สวัสดีครับท่านธันวา... หวังว่าค่ำคืนนี้คงเป็นคืนสุดท้ายที่ท่านจะได้นอนหลับอย่างมีความสุขนะครับ..."* เสียงหัวเราะเยาะเย้ยอย่างหยิ่งผยองของชัยชนะดังลอดออกมาจากลำโพง พร้อมกับเสียงเฮลิคอปเตอร์รบที่ไม่รู้ว่ามาจากไหน บินวนกระหึ่มอยู่เหนือหลังคาตึกจนกระจกสั่นสะเทือน
รินรดาหน้าซีดเผือดด้วยความตกใจ แต่ธันวากลับแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ อย่างไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย เขากระชับมือที่กุมรินรดาไว้แน่นขึ้น ส่งรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความมั่นใจเกินร้อยไปให้เธอ ก่อนจะเอ่ยตอบปลายสายด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่ทรงพลังจนอีกฝ่ายถึงกับสะดุด
"ขอบคุณที่เป็นห่วงนะครับคุณชัยชนะ... แต่พอดีว่าเงินในบัญชีของผมตอนนี้ มันเพิ่งจะดอกเบี้ยขึ้นพอดี..." ธันวาเว้นจังหวะเล็กน้อย ดวงตาหรี่ลงอย่างอันตราย "...และผมกำลังคิดอยู่พอดีว่า จะเอาเงินจำนวนนี้ ซื้อบริษัทของคุณทิ้งทั้งบริษัท แล้วไล่คุณออกไปเป็นขอทานข้างถนนในอีกสิบนาทีข้างหน้านี้ดีไหมครับ?"
*(โปรดติดตามตอนต่อไป)*
ขอขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางในสมรภูมิเงินตรานี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
ยอดเงินพลิกชะตา มหาศึกล่าล้างจักรวาล•ตอนที่ 13
ความลับที่ไม่อยากบอก
ผลงานโดย โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โอเวอร์ลอร์ดซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยอดเงินพลิกชะตา มหาศึกล่าล้างจักรวาล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!