ยอดเงินพลิกชะตา มหาศึกล่าล้างจักรวาล•ตอนที่ 17

คดีพลิกในที่ประชุม

ผลงานโดย โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารหนาปึ้กกระทบพื้นโต๊ะไม้สักทองดังสนั่น หัตถ์ของชัยชนะสั่นเทาด้วยความเดือดดาล เส้นเลือดข้างขมับปูดโปนจนน่ากลัว ดวงตาคู่คมที่เคยฉายแววเหยียดหยามผู้คน บัดนี้กลับแดงก่ำราวกับสัตว์ป่าจนตรอกในห้องประชุมใหญ่ของตระกูลวรโชติ "พวกคุณปล่อยให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้ยังไง!" ชัยชนะคำรามลั่น เสียงทุ้มต่ำแต่เต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราดก้องกังวานไปทั่วห้องกระจกเก็บเสียง บรรดากรรมการบริหารและผู้ถือหุ้นรุ่นลายครามต่างพากันก้มหน้าหลบสายตา ไม่มีใครกล้าปริปากพูดอะไออกมาสักแง้มเดียว บนจอแอลอีดีขนาดมหักษ์กลางห้อง รายงานสถานะทางการเงินประจำไตรมาสกำลังกระพริบเตือนเป็นสีแดงฉาน หุ้นของบริษัทดิ่งลงเหวอย่างไร้แรงพยุง มูลค่าตลาดหายไปกว่าครึ่งภายในเวลาไม่ถึงสี่สิบแปดชั่วโมง ทุกตัวเลขที่ร่วงหล่นคือหลักประจักษ์ถึงความล่มสลายที่กำลังคืบคลานเข้ามา รินรดานั่งอยู่ริมสุดของโต๊ะยาว เธอยังคงรักษาท่าทีสงบนิ่ง แม้ในใจจะเต้นระรัวราวกับกลองศึก ปลายนิ้วเรียวภายใต้สูทสีดำสนิทประสานเข้าหากันแน่นบนตัก สายตาคมกวาดมองความพินาศตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย ภาพของชัยชนะที่เคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเธอกับธันวาเมื่อหลายเดือนก่อน ราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานนี้เอง แต่วันนี้... ลมหายใจของเสือตัวใหญ่กำลังจะหมดลงแล้ว "ท่านประธานครับ..." เลขานุการส่วนตัวของชัยชนะวิ่งกระหืดกระหอบผลักประตูเข้ามา ใบหน้าซีดเผือดจนแทบไร้สีเลือด "ทาง... ทางกลุ่มทุนปริศนาที่กว้านซื้อหุ้นของเราไปเมื่อวานนี้ ส่งตัวแทนมาถึงห้องรับรองแล้วครับ" ชัยชนะหันขวับ ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความแค้นเคือง "มันเป็นใครหน้าไหน กล้าดียังไงมาฮุบหุ้นของวรโชติ! เชิญมันเข้ามาเดี๋ยวนี้! ฉันจะอัดมันให้จมธรณีเอง!" ในวินาทีที่บานประตูไม้สักบานใหญ่เปิดออก กลิ่นอายความกดดันอันหนักหน่วงก็แผ่ซ่านเข้ามาในห้องประชุมจนทุกคนต้องกลั้นหายใจ ร่างสูงโปร่งในชุดสูทตัดเย็บพิเศษเข้ารูป สีเทาเข้มขับให้บุคลิกดูทรงอำนาจและเยือกเย็นยิ่งขึ้น ก้าวเข้ามาทีละก้าวอย่างมั่นคง เสียงรองเท้าหนังชั้นดีกระทบพื้นหินอ่อนดัง ก๊อป... ก๊อป... ก๊อป... ราวกับเสียงนับถอยหลังสู่วาระสุดท้ายของอาณาจักรวรโชติ ธันวากวาดสายตาคมกราบมองรอบห้องด้วยรอยยิ้มบางเบา มุมปากยกขึ้นเล็กน้อยอย่างเหนือชั้น รอยยิ้มนั้นไม่ใช่ความเย่อหยิ่ง แต่เป็นความนิ่งสงบของผู้ที่ถือไพ่เหนือกว่าในทุกประตู รินรดาเบิกตากว้างเล็กน้อย หัวใจกระตุกวูบด้วยความตื้นตัน แม้จะรู้แผนการคร่าวๆ แต่เมื่อได้เห็นธันวาเดินเข้ามาในฐานะ 'ผู้ถือหุ้นใหญ่' ด้วยรัศมีที่เปลี่ยนไปราวคนละคน ความทรงจำในวันที่พวกเขานั่งกินมาม่าคัพประทังชีวิตในห้องเช่าแคաբๆ ก็ย้อนกลับมาทับซ้อน แต่วันนี้... ชายหนุ่มผู้เคยถูกเหยียดหยามว่าเป็นแค่เซลล์แมนกระจอก ได้กลับมาทวงคืนทุกอย่างด้วยอำนาจแห่งความมั่งคั่งที่ไร้ขีดจำกัดแล้ว "แก...!" ชัยชนะผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้ ดวง เบิกกว้างเท่าไข่ห่าน ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้เป็นหิน เมื่อใบหน้าที่เขาจำได้แม่นยำ ปรากฏอยู่ตรงหน้าในฐานะเจ้าของชีวิตใหม่ของบริษัท "ธันวา! เป็นไปไม่ได้! แกเอาเงินที่ไหนมาซื้อหุ้นของฉัน! แกมันก็แค่ไอ้เศษสวะที่ฉันเพิ่งไล่ออกจากวงสังคม!" ธันวาหยุดยืนที่ปลายโต๊ะฝั่งตรงข้าม มือข้างหนึ่งสอดไว้ในกระเป๋ากางเกงอย่างผ่อนคลาย เขากวาดสายตามองชัยชนะตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาที่เย็นชาดั่งน้ำแข็ง ก่อนจะหัวเราะในลำคอเบาๆ "เศษสวะงั้นหรือครับคุณชัยชนะ..." ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ "โลกนี้น่ะ มันหมุนด้วยเงินตราและความจริงใจครับคุณชัยชนะ น่าเสียดายที่คุณมีอย่างแรกแบบหลอกๆ แต่ไม่เคยมีอย่างหลังเลยสักนิด" "แกพูดบ้าอะไร! ยามีปัญญาอะไรมาซื้อหุ้นตระกูลฉัน!" ชัยชนะตบโต๊ะเสียงดังสนั่น พยายามรักษาอำนาจที่กำลังหลุดลอยจากมือ "พนักงานรักษาความปลอดภัย! ลากคอมันออกไป!" ไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ จากพนักงานรักษาความปลอดภัยหน้าห้อง ทุกคนต่างยืนนิ่งสนิทราวกับรูปปั้น เพราะในขณะนี้ รายชื่อผู้ถือหุ้นอันดับหนึ่งที่ปรากฏบนระบบไอทีของบริษัท ได้ถูกอัปเดตอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว และชื่อนั้นคือ 'ธันวา วัฒนقุล' ผู้ถือหุ้นใหญ่สัดส่วน 51% เต็ม ธันวาหยิบบัตรเครดิตสีดำสนิทขอบทองคำแท้ขึ้นมาคั่นเล่นระหว่างนิ้ว แสงไฟในห้องสะท้อนประกายวับวับบนพื้นผิวเรียบเนียน ชัยชนะจำบัตรใบนั้นได้ทันที มันคือสัญลักษณ์แห่งอำนาจการเงินระดับสูงสุดที่แม้แต่ตระกูลใหญ่ของเขายังไม่มีสิทธิ์ครอบครอง "เสียใจด้วยนะครับที่คุณเรียก รปภ. ไม่ได้แล้ว เพราะในฐานะประธานกรรมการบริหารคนใหม่..." ธันวาปรายตามองเอกสารสิทธิ์ในมือชัยชนะ ก่อนจะโยนแฟ้มเอกสารเปล่าลงบนโต๊ะ "หน้าที่เชิญคนออกนอกห้อง... เป็นของผมครับ" บรรยากาศในห้องประชุมตกอยู่ในความเงียบงันชนิดที่ได้ยินแม้กระทั่งเสียงลมหายใจ ชัยชนะเข่าอ่อนทรุดฮวบลงนั่งกระแทกกับเก้าอี้ ดวงตาเบิกโพลงอย่างไร้สติ หลุดอุทานออกมาด้วยเสียงอันสั่นเครือ "ไม่... เป็นไปไม่ได้..." ธันวาก้าวเข้าไปใกล้ชัยชนะอีกก้าวโน้มตัวลงกระซิบเบาๆ ให้ได้ยินกันเพียงสองคน แต่มันดังดังก้องในโสตประสาทของทุกคนในห้อง "เกมพลิกแล้วนะครับคุณชัยชนะ และนี่... เพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้นเอง" ธันวายื่นมือไปกดปุ่มสปีกเกอร์โฟนของโทรศัพท์กลางโต๊ะประชุม เพื่อต่อสายตรงถึงผู้ตรวจสอบบัญชีระดับชาติที่เขาเพิ่งว่าจ้างเข้ามาตรวจสอบเส้นทางการเงินของตระกูลวรโชติเมื่อสิบนาทีที่แล้ว "ครับท่านผู้ถือหุ้นใหญ่ ทางเราตรวจสอบพบหลักฐานการยักยอกทรัพย์และฟอกเงินล็อตใหญ่ของอดีตประธานแล้วครับ..." เสียงปลายสายดังชัดเจนท่ามกลางความเงียบงัน ดับความหวังสุดท้ายของชัยชนะจนมอดไหม้ ชัยชนะหน้าซีดเผือดเป็นกระดาษ ปากสั่นพับๆ พูดไม่ออก ร่างกายสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวอย่างขีดสุด ธันวาเหยียดยิ้มเย็นชา ขณะที่ปลายนิ้วเรียวกดวางสายโทรศัพท์ พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนจากระบบส่วนตัวในหัวที่ดังขึ้นย้ำเตือนชัยชนะแห่งเกมนี้ [ติ๊ง! ภารกิจยึดครองอำนาจขั้นที่หนึ่งสำเร็จ ได้รับแต้มรางวัล 10,000,000,000 แต้ม] ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมติดตามความสะใจนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
สารจากนักเขียน (โอเวอร์ลอร์ดซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยอดเงินพลิกชะตา มหาศึกล่าล้างจักรวาล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%