“เซ็นชื่อลงในใบลาออกซะ ธันวา... อย่าให้บริษัทต้องเสียเวลาไปกับการไล่ลูกกระจ๊อกอย่างนายออกด้วยมาตรการที่รุนแรงกว่านี้เลย”
เสียงของชัยชนะดังกรีดแทรกความเงียบงันภายในห้องทำงานหรูหราที่ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์นำเข้าจากอิตาลี มันเป็นเสียงที่เต็มไปด้วยความดูแคลนและกลิ่นอายของชัยชนะที่น่าสะอิดสะเอียน ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในชุดสูทสั่งตัดราคาเหยียบแสนโยนกระดาษแผ่นหนึ่งลงบนโต๊ะทำงานไม้โอ๊คตรงหน้าธันวา
ธันวาเงยหน้าขึ้น ดวงตาของเขาแดงก่ำจากการอดนอนมาสามคืนติดเพื่อสะสางโปรเจกต์มหาศาลที่ถูกชัยชนะขโมยผลงานไปดื้อๆ ในวินาทีสุดท้าย มือของเขาที่สั่นเทาไม่ได้เกิดจากความกลัว แต่มันคือความเดือดดาลที่ถูกกดทับไว้ภายใต้ความอดทนที่ใกล้จะขาดสะบั้น
“โปรเจกต์นี้ผมเป็นคนเริ่ม... ข้อมูลทั้งหมดอยู่ในหัวผม ทั้งหมดมันคือน้ำพักน้ำแรงของผม ชัยชนะ!” ธันวากระแทกเสียงตอบกลับ แม้น้ำเสียงจะแหบพร่าแต่แฝงด้วยความกดดันที่พุ่งเข้าใส่คนตรงหน้า
ชัยชนะหัวเราะร่า เขาเดินเข้ามาใกล้จนธันวาได้กลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่อบอวลอยู่รอบตัวอีกฝ่าย “โลกนี้ไม่มีที่ยืนให้คนไร้ค่าหรอกธันวา นายคิดจริงๆ เหรอว่าคนอย่างนายที่ไม่มีแม้แต่พอร์ตหุ้นติดตัว จะมาต่อกรกับคนที่มีตระกูลหนุนหลังอย่างฉันได้? อ้อ... อีกเรื่องนะ”
ชัยชนะหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา หน้าจอโชว์ภาพถ่ายของหญิงสาวคนหนึ่งที่ธันวารักยิ่งกว่าชีวิต—รินรดา
“รินรดาเธอกำลังรอนายอยู่ที่ร้านกาแฟหน้าตึก แต่เชื่อเถอะว่าหลังจากวินาทีนี้ไป เธอจะไม่มีวันหันกลับมามองคนตกงานที่แม้แต่ค่าเช่าห้องยังค้างจ่ายอย่างนายอีกแน่ เพราะตอนนี้... เธอกำลังตัดสินใจเลือก ‘อนาคตที่ดีกว่า’ กับฉัน”
คำพูดนั้นเหมือนคมมีดที่กรีดลงบนหัวใจของธันวา ความจริงที่ว่าเขาลำบากแค่ไหน รินรดาไม่เคยบ่น แต่เขาก็รู้ดีว่าความอดทนของมนุษย์มีขีดจำกัด การที่รินรดาต้องมาทนกัดก้อนเกลือกินกับเขามานานนับปี มันอาจถึงเวลาที่เธอต้องมองหาทางรอดของตัวเองแล้วจริงๆ
ธันวาคว้าปากกาบนโต๊ะด้วยความสั่นไหว เขาเซ็นชื่อลงในใบลาออกด้วยลายมือที่หนักแน่นผิดกับอารมณ์ภายใน เขาไม่ได้พ่ายแพ้ให้กับชัยชนะ แต่เขากำลังยอมปล่อยให้ความเน่าเฟะของบริษัทนี้จบลงที่ตัวเขา
เขาเดินโซเซออกจากตึกสำนักงาน ท่ามกลางสายตาเยาะเย้ยของเพื่อนร่วมงานที่เคยเรียกเขาว่า 'หัวหน้า' ธันวามุ่งตรงไปที่ร้านกาแฟด้วยความรู้สึกที่ว่างเปล่าราวกับคนตายทั้งเป็น
ภายในร้านกาแฟเงียบสงบ รินรดานั่งหันหลังให้เขา ไหล่ที่บอบบางของเธอดูสั่นไหวเล็กน้อย ทันทีที่เขานั่งลง เธอก็หันกลับมา แววตาที่เคยอ่อนโยนบัดนี้กลับเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าและน้ำตา
“ธันวา... เราเลิกกันเถอะ” เสียงของเธอแผ่วเบาแต่ชัดเจนจนธันวาแทบหยุดหายใจ “หนูเหนื่อยแล้ว... หนูก็แค่อยากมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ไม่ใช่ต้องมานั่งนับเหรียญจ่ายค่าข้าวในทุกๆ สิ้นเดือนแบบนี้ ชัยชนะเขาให้ในสิ่งที่พี่ให้ไม่ได้”
“ริน... พี่...” คำพูดที่เหลือจุกอยู่ที่ลำคอ ธันวาอยากจะบอกว่าเขากำลังจะเริ่มต้นใหม่ อยากจะบอกว่าทุกอย่างที่ทำไปเขาสู้เพื่อเธอ แต่ในวินาทีที่เขาล้มละลายที่สุด คำแก้ตัวของคนขี้แพ้มันไม่มีความหมายอะไรเลย
รินรดาวางแหวนแทนใจราคาไม่กี่ร้อยบาทลงบนโต๊ะก่อนจะลุกเดินจากไป ทิ้งให้ธันวานั่งจมอยู่กับความอัปยศท่ามกลางเสียงซุบซิบของลูกค้าในร้าน
ธันวาหยิบโทรศัพท์มือถือเครื่องเก่าที่หน้าจอร้าวขึ้นมา ตั้งใจจะปิดเครื่องและตัดขาดจากโลกใบนี้ แต่ทันใดนั้น หน้าจอกลับมีข้อความประหลาดเด้งขึ้นมา มันไม่ใช่การแจ้งเตือนจากธนาคาร แต่เป็นอินเตอร์เฟซสีดำสนิทที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน
[ตรวจพบการบรรลุเงื่อนไขความสิ้นหวังถึงขีดสุด...]
[ระบบ 'มหาเศรษฐีพลิกฟ้า' ถูกปลดล็อกโดยผู้ใช้งาน: ธันวา]
[การยืนยันตัวตน... สำเร็จ]
[โอนเงินเข้าบัญชีดิจิทัลของคุณจำนวน 100,000,000,000 บาท (หนึ่งแสนล้านบาท) เรียบร้อยแล้ว]
เสียงแจ้งเตือนเงินเข้าดังขึ้นอย่างต่อเนื่องจนหน้าจอค้าง ธันวาเบิกตากว้างเมื่อเห็นยอดเงินมหาศาลที่แทรกซึมเข้าไปในทุกแอปพลิเคชันการเงินของเขา
ในจังหวะนั้นเอง ชัยชนะก้าวเข้ามาในร้านพร้อมกับรินรดาที่เดินเคียงข้าง เขาเดินตรงมาที่โต๊ะของธันวาด้วยสายตาดูแคลน “อ้าว... ยังไม่อีกเหรอไอ้ขี้แพ้? อ๋อ ลืมไป... นายคงไม่มีปัญญาจ่ายค่ากาแฟแก้วนี้สินะ ให้ฉันช่วยจ่ายให้มั้ยล่ะ ถือว่าสงเคราะห์เศษเงินให้คนกำลังจะอดตาย?”
ชัยชนะหยิบบัตรเครดิตทองคำออกมาวางบนโต๊ะด้วยท่าทีโอ้อวด โดยหารู้ไม่ว่าในกระเป๋ากางเกงของธันวา... พลังอำนาจที่สามารถกว้านซื้อบริษัทของชัยชนะได้ทั้งบริษัทในชั่วพริบตา กำลังสั่นระริกพร้อมที่จะทำลายล้างทุกสิ่งที่ขวางหน้า
ธันวาเงยหน้าขึ้น สายตาของเขาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากคนขี้แพ้ที่อ่อนแอ กลายเป็นสายตาของนักล่าที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อ เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วกดสั่งการบางอย่างผ่านระบบที่ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า
"ชัยชนะ... นายเพิ่งพูดเองไม่ใช่เหรอว่าโลกนี้ไม่มีที่ยืนให้คนไร้ค่า" ธันวาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ความกดดันรอบตัวเขาหนักอึ้งจนชัยชนะถึงกับชะงัก "งั้นวันนี้... ฉันจะแสดงให้ดูว่าคนที่มีเงินมากพอจะซื้อ 'โลก' ของนายได้ทั้งหมด เขาทำตัวกันยังไง"
ทันใดนั้น เสียงเฮลิคอปเตอร์ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วบริเวณหน้าห้างสรรพสินค้า แรงลมจากใบพัดกดทับจนกระจกร้านกาแฟสั่นสะเทือน ทุกสายตาหันไปมองท้องฟ้าด้วยความตื่นตะลึง ขณะที่รินรดาถึงกับหน้าซีดเผือดเมื่อเห็นรถหรูนับสิบคันพุ่งเข้ามาจอดเทียบฟุตบาทหน้าทางเข้า
"นั่น... นั่นมันขบวนรถของกลุ่มทุนระดับโลกนี่!" เสียงคนในร้านตะโกนขึ้นด้วยความตื่นตกใจ
ธันวาขยับเนคไทที่คอเสื้อพลางยิ้มเย็นที่มุมปาก ก่อนจะหันไปทางประตูร้านที่บัดนี้มีชายชุดดำนับสิบคนก้าวเข้ามาคุกเข่าลงต่อหน้าเขา พร้อมกับเสียงรายงานที่ดังก้องไปทั่วร้าน
"นายท่านธันวา... คำสั่งซื้อหุ้นบริษัทชัยชนะ กรุ๊ป ทั้งหมดได้ถูกดำเนินการเสร็จสิ้นเรียบร้อยครับ ตอนนี้... นายท่านคือผู้ถือหุ้นใหญ่รายเดียวของบริษัทเรียบร้อยแล้วครับ!"
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับผมในบทเริ่มต้นแห่งการล้างแค้นนี้ โอเวอร์ลอร์ดซีโร่หวังว่าทุกท่านจะพร้อมสำหรับความสะใจในตอนถัดไปครับ
ยอดเงินพลิกชะตา มหาศึกล่าล้างจักรวาล•ตอนที่ 1
ถูกไล่ออกและแฟนบอกเลิก
ผลงานโดย โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โอเวอร์ลอร์ดซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยอดเงินพลิกชะตา มหาศึกล่าล้างจักรวาล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!