"เอกสารพวกนี้... นายแน่ใจนะว่ามันจะทำลายไอ้สวะนั่นได้จริงๆ?"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือด้วยความเคียดแค้นและหวาดระแวงดังขึ้นภายในห้องทำงานส่วนตัวบนชั้นเพนต์เฮาส์หรู แสงไฟนีออนสลัวจากตึกระฟ้าสะท้อนลงมาบนใบหน้าของ ชายหนุ่มผู้มีเรือนร่างสมส่วนและสวมสูทสั่งตัดราคาแพงระยับ ดวงตาของชัยชนะแดงก่ำเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอย ความพ่ายแพ้ติดต่อกันหลายครั้งในตลาดหุ้นและวงสังคมชั้นสูงทำให้ทายาทมหาเศรษฐีอย่างเขาแทบเสียสติ ความเย่อหยิ่งที่เคยมีถูกบดขยี้จนไม่เหลือชิ้นดีด้วยน้ำมือของชายคนที่เขาเคยเหยียบย่ำว่าเป็นแค่เซลล์แมนกระจอกๆ
เบื้องหน้าของเขาคือชายวัยกลางคนสวมแว่นตาหนาเตอะ ทนายความส่วนประจำตระกูลที่กำลังเช็ดเหงื่อบนหน้าผากด้วยผ้าเช็ดหน้าสีขาวอย่างหวาดหวั่น
"เรียนคุณชัยชนะ... ข้อมูลที่ผมสืบมาเป็นความจริงครับ ทางเราพบว่าบริษัทสตาร์ทอัพเทคโนโลยีที่ธันวากว้านซื้อไว้ในนามนอมินี กำลังเตรียมยื่นจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาชิ้นใหญ่ ซึ่งถ้าหากเราปล่อยให้มันสำเร็จ มูลค่าทรัพย์สินของมันจะก้าวกระโดดจนเทียบเท่ากับอาณาจักรธุรกิจของตระกูลเราในเวลาไม่ถึงปี... แต่..." ทนายความกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "แต่วิธีที่จะหยุดยั้งมัน ทางเราคงต้องใช้แผนสกปรกที่เสี่ยงต่อการถูกตรวจสอบทางกฎหมายอย่างมากครับ"
ชัยชนะแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความริษยาจนแทบจำเค้าเดิมไม่ได้ เขาตบโต๊ะทำงานไม้สักทองเสียงดังสนั่นจนแก้วไวน์สั่นสะเทือน
"กฎหมายเหรอ? ฮึ! ในโลกนี้มีกฎหมายไว้สำหรับคนจนเท่านั้นแหละ! แกคิดว่าเงินตระกูลฉันซื้อไม่ได้หรือไง?" ชัยชนะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง 183 เซนติเมตร สองมือทาบลงบนโต๊ะ โน้มตัวเข้าหาทนายความด้วยแววตาเหี้ยมเกรียม "ฉันไม่สนหว่ามันจะได้เงินมาจากไหน หรือระบบบ้าบออะไรที่มันอ้างนักอ้างหนา... สิ่งเดียวที่ฉันต้องการคือ ทำให้มันกลายเป็นคนหมดเนื้อหมดตัว! ทำให้สังคมตราหน้าว่ามันเป็นแค่โจรปลอมแปลงเอกสารและฉ้อโกงประชาชน!"
"แต่ถ้าแผนนี้รั่วไหล ชื่อเสียงของตระกูลเรา..."
"ไม่มีใครรู้ถ้าพวกเราไม่ปากโป้ง!" ชัยชนะตะคอกเสียงกร้าว แววตาฉายแววอำมหิตอย่างไร้ความปรานี "จัดการปล่อยข่าวลือเรื่องการทุจริตทางบัญชีของบริษัทมันให้สื่อทุกสำนักพรุ่งนี้เช้า ฉันจะให้เงินใต้โต๊ะก้อนโตกับนักข่าวสายอาชญากรรม บดขยี้มันให้จมดิน อย่าให้มันมีที่ยืนในสังคมนี้อีกต่อไป!"
ในขณะเดียวกัน ห่างออกไปหลายกิโลเมตร ภายในคอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมืองที่ถูกเนรมิตให้กลายเป็นฐานบัญชาการขนาดย่อม รินรดากำลังนั่งอยู่เบื้องหน้าจอคอมพิวเตอร์หลายจอที่แสดงกราฟการเงินและข้อมูลเชิงลึก นิ้วเรียวยาวพلีย์บอร์ดอย่างคล่องแคล่วเพื่อตรวจสอบความปลอดภัยของระบบโครงสร้างพื้นฐาน
เธอหันมามองชายหนุ่มที่ยืนกอดอกทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่างกระจกใส บรรยากาศรอบตัวของธันวานิ่งสงบแต่ทรงพลังราวกับพายุที่กำลังก่อตัว
"ธันวาคะ... เอ๊ย ธันวาครับ" รินรดาเผลออุทานตามความคุ้นเคยก่อนจะเปลี่ยนสรรพนามอย่างรวดเร็ว พร้อมกับส่งรอยยิ้มบางๆ ที่แฝงความห่วงใย "ระบบตรวจพบการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติจากฝั่งตระกูลชัยชนะแล้วครับ พวกเขากำลังติดต่อสำนักข่าวใต้ดินเพื่อเตรียมปล่อยข่าวโจมตีเรื่องความโปร่งใสในบริษัทที่เราถือหุ้นอยู่ ดูเหมือนว่าคุณชัยชนะจะเริ่มจนมุมและใช้ไม้ตายสุดท้ายแล้วนะครับ"
ธันวาค่อยๆ หันกลับมา มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มนั้นไม่ได้มีความหวาดกลัว เจือปนอยู่เลยแม้แต่น้อย มีเพียงความเยือกเย็นและการรู้เท่าทัน ราวกับเขากำลังนั่งดูเด็กน้อยเล่นขายของ
"ปล่อยให้เขาดิ้นรนไปเถอะครับ ริน" ธันวาเดินเข้าไปใกล้ หญิงสาวที่คอยเคียงข้างเขามาตั้งแต่ยุคที่ยังต้องกินมาม่าคัพประทังชีวิต มือหนาวางลงบนไหล่บางเบาเพื่อถ่ายทอดความอบอุ่นและความมั่นใจ "คนอย่างชัยชนะ ไม่เคยเรียนรู้ความพ่ายแพ้จากการกระทำของตัวเอง เขาโทษแต่โชคชะตาและใช้เงินซื้อความยุติธรรมมาตลอดชีวิต การที่เขาพยายามจะทำลายชื่อเสียงของผมด้วยวิธีสกปรก... ก็เท่ากับเขาเดินเข้ามาในหลุมพรางที่เราขุดไว้พอดี"
รินรดาแหงนเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่ม แววตาของเธอสะท้อนภาพของเขา—ผู้ชายที่ครั้งหนึ่งเคยถูกเหยียบย่ำ แต่บัดนี้กลับยืนอยู่บนจุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหารทางการเงินด้วยอำนาจจากระบบลึกลับที่ไม่มีใครเทียบได้
"คุณวางแผนไว้หมดแล้วสินะครับ?" รินรดาถามด้วยน้ำเสียงทึ่งปนภูมิใจ
"แน่นอนครับ" ธันวาตอบรับด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่น "ทุกข่าวลือที่เขาทุ่มเงินซื้อ จะถูกบันทึกหลักฐานการโอนเงินและเส้นทางการเงินทั้งหมดไว้โดยระบบของเรา และในวินาทีที่พวกเขาประกาศข่าวโจมตีเราออกไป... เราจะเปิดเผยหลักฐานการติดสินบนและการปั่นหุ้นของตระกูลชัยชนะย้อนกลับแบบเรียลไทม์ ทำให้ตลาดหุ้นทั้งหมดเทขายหุ้นของพวกเขาจนมูลค่าร่วงลงสู่จุดต่ำสุดในเวลาไม่ถึงห้านาที"
รินรดายิ้มกว้าง แววตาเป็นประกายระยิบระยับ ความเหนื่อยล้าจากการทำงานหนักหลายคืนติดต่อกันมลายหายไปสิ้นเมื่อได้ยินแผนการที่เฉียบขาดและเด็ดเดี่ยวนี้ ความผูกพันที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาด้วยกันทำให้เธอรู้ดีว่า ธันวาในตอนนี้ไม่มีวันพลาดเป้าอย่างแน่นอน
แต่ทว่า... ในขณะที่บรรยากาศกำลังเต็มไปด้วยความมั่นใจ เสียงแจ้งเตือนฉุกเฉินจากหน้าจอระบบหลักของธันวากลับดังขึ้นกะทันหัน!
*ติ๊ง! ติ๊ง! ติ๊ง!*
แสงไฟสีแดงฉานกะพริบวาบไปทั่วห้องทำงาน หน้าจอคอมพิวเตอร์หลักปรากฏข้อความเตือนภัยระดับสูงสุดที่ธันวาไม่เคยเห็นมาก่อน รินรดาหน้าถอดสี รีบกวาดสายตาอ่านโค้ดคำสั่งที่วิ่งผ่านหน้าจออย่างรวดเร็ว
"ธันวาครับ! นี่มันไม่ใช่ฝีมือของชัยชนะแล้ว..." รินรดาหันมามองหน้าเขาด้วยความตกใจสุดขีด เม็ดเหงื่อผุดขึ้นตามไรผม "มีบุคคลปริศนาที่มีอำนาจการเข้าถึงระดับสูงกว่าระบบของเรากำลังพยายามแฮกเข้ามาเจาะฐานข้อมูลลับ! และ... และตอนนี้บัญชีธนาคารหลักทั้งหมดของเรากำลังถูกล็อกด้วยรหัสผ่านนิรนาม!"
ธันวาหรี่ตาลงทันที รอยยิ้มบนใบหน้าหายวับไป ถูกแทนที่ด้วยแววตาคมกริบดั่งใบมีด เขาก้าวฉับๆ ไปที่หน้าจอหลัก นิ้วมือเรียวยาวกดแป้นพิมพ์รัวเร็วเพื่อป้องกันการเจาะระบบ แต่หน้าจอกลับปรากฏข้อความแปลกประหลาดขึ้นมาแทนที่โปรแกรมเดิม
ข้อความนั้นเขียนด้วยตัวอักษรสีเลือดขนาดใหญ่...
**"เกมสนุกแค่นี้พอแล้วล่ะ... น้องชายผู้ร่วงหล่น"**
พร้อมกันนั้น เสียงโทรศัพท์มือถือส่วนตัวของธันวาก็แผדเสียงดังลั่นขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันที่น่าสะพรึงกลัวในยามวิกาล...
-(โปรดติดตามตอนต่อไป)-
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ
*(ลงชื่อ)* **โอเวอร์ลอร์ดซีโร่**
ยอดเงินพลิกชะตา มหาศึกล่าล้างจักรวาล•ตอนที่ 10
แผนซ้อนแผนของศัตรู
ผลงานโดย โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โอเวอร์ลอร์ดซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยอดเงินพลิกชะตา มหาศึกล่าล้างจักรวาล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!