“แบงค์พันสามใบนี้ ทอนให้คุณป้าห้าร้อยบาทถ้วนครับ ขอบพระคุณที่อุดหนุนผักสลัดออร์แกนิกแปลงสามของเรานะครับ รับรองว่ากรอบอร่อย ปลอดสารพิษร้อยเปอร์เซ็นต์แน่นอนครับ”
เสียงทุ้มกังวานและรอยยิ้มพริ้มเพราของรินรดา สะกดสายตาพ่อค้าแม่ขายและผู้คนในตลาดสดเทศบาลให้หันมามองเป็นตาเดียว ตะกร้าหวายใบใหญ่ที่บรรจุผักเคลกรอบสีเขียวสดและมะเขือเทศราชินีสีแดงฉาน บัดนี้ว่างเปล่าสนิท แม้แต่ผักกาดหอมสาลี่ที่เธอตั้งใจจะเก็บไว้ทำมื้อเย็น ก็ยังถูกลูกค้าขาประจำเหมาเกลี้ยงไปตั้งแต่แดดยังไม่ทันทอแสงตรงหัวไม้
หญิงสาวในชุดผ้ากันเปื้อนสีครีมสะอาดตา ถอนหายใจด้วยความโล่งอกเบาๆ พลางปาดเหงื่อที่ซึมตามไรผม ก่อนจะนับธนบัตรในกระเป๋าคาดเอวด้วยรอยยิ้มพึงพอใจ ยอดขายวันนี้ทะลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ถึงสามเท่าตัว! พลังแห่งหยาดเหงื่อและการใช้ประโยชน์จากมิติพิเศษในการบำรุงดิน ทำให้พืชผลของเธอเติบโตเร็วกว่าปกติและมีรสชาติหวานกรอบผิดจากชาวสวนทั่วไปอย่างสิ้นเชิง
“ขายดีจนน่าหมั่นไส้... ทำเป็นเก่งไปเถอะ แกก็แค่ฟลุกเพราะช่วงนี้คนเห่อของแปลกเท่านั้นแหละ ยัยริน!”
น้ำเสียงแหลมสูงที่เจือความริษยาอย่างปิดไม่มิดดังแทรกขึ้นท่ามกลางเสียงจอแจของตลาด รินรดาไม่ต้องหันไปมองก็รู้ทันทีว่าเป็นใคร ป้าสมร ญาติผู้พี่ฝั่งพ่อที่จ้องจะฮุบที่ดินมรดกแปลงงามของเธอมาโดยตลอด ยืนกอดอกเชิดหน้าอยู่หน้าร้านขายปลาเค็ม ใบหน้าอูมเหี่ยวย่นบิดเบี้ยวด้วยความขัดแย้งภายใน ทั้งเจ็บใจที่เห็นหลานสาวคนนี้ลืมตาอ้าปากได้ และทั้งตาร้อนผ่าวเมื่อเหลือบไปเห็นปึกธนบัตรหนาในมือของเธอ
รินรดาค่อยๆ หันกลับไป สบตากับผู้สูงวัยกว่าด้วยแววตานิ่งสงบแต่เฉียบคม เธอไม่ได้แสดงอาการตื่นกลัวหรือเกรงใจเหมือนในอดีตที่ผ่านมา รอยยิ้มที่แต่งแต้มบนริมฝีปากบางจึงไม่ใช่รอยยิ้มแห่งไมตรี หากแต่เป็นรอยยิ้มเชิงเยาะที่ทรงพลังอย่างยิ่ง
“อ้าว คุณป้าสมร มาเดินตลาดเช้าหรือครับ หรือว่าแวะมาดูว่าผักของหลานสาวจะขายไม่ออก? น่าเสียดายจริงๆ นะครับที่คุณป้ามาล่าช้าไปหน่อย ไม่อย่างนั้นจะได้เห็นภาพ ‘ความฟลุก’ ที่ว่านี้แบบเต็มสองตาว่าผักเกรดพรีเมียมของเราเกลี้ยงแผงภายในเวลาไม่ถึงชั่วโมงได้อย่างไร”
คำพูดที่สุภาพเรียบร้อยแต่เชือดเฉือนนิ่มๆ ทำเอาป้าสมรหน้าชาดล สำลักน้ำลายตัวเองจนต้องไอโขลกๆ ใบหน้าอูมแดงก่ำด้วยความโกรธจัด
“ปากดีนะนังนี่! แกคิดว่าขายผักกระจ랭ๆ แบบนี้แล้วจะรวยขึ้นมาได้งั้นเรอะ? อย่าลืมว่าที่ดินแปลงนั้น... นายทุนเขายื่นข้อเสนอให้ฉันสูงถึงเจ็ดหลักแล้ว แกเอาเศษเงินจากการขายผักกะหล่ำพวกนี้มาเทียบกับเงินก้อนโตไม่ได้หรอก! อีกไม่นานนั่นแหละ ฉันจะฟ้องขับไล่แกให้ออกไปนอนข้างถนน!” ป้าสมรขู่ฟ่อ พลางกวาดสายตามองไปรอบๆ เผื่อจะมีชาวบ้านคนไหนคล้อยตาม แต่ทว่าพ่อค้าแม่ขายแถวนั้นกลับพากันเบือนหน้าหนีด้วยความเอือมระอาในความโลภของนาง
รินรดาหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงหัวเราะที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจทำเอาป้าสมรชะงัก
“ฟ้องหรือครับ? เชิญตามสบายเลยครับคุณป้า โฉนดที่ดินตัวจริงอยู่ในมือผม เอกสารสิทธิ์ถูกต้องทุกประการ และถ้าคุณป้ายังกล้าเอาชื่อผมไปแอบอ้างกับนายทุนหน้าไหนอีก ผมคงต้องให้ทนายส่วนตัวของสามีผมจัดการเรื่องหมิ่นประมาทและพยายามฮุบทรัพย์สินอย่างจริงจังเสียทีนะครับ... หวังว่าคุณป้าคงยังมีเงินเก็บมากพอจะจ่ายค่าทนายนะ”
คำว่า ‘ทนายส่วนตัวของสามี’ และรังสีความน่าเกรงขามที่แผ่ออกมาจากตัวรินรดา ทำให้ป้าสมรผงะถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว นางกัดริมฝีปากแน่นจนซีดเผือด ยามนึกถึงผู้พันศิลา สามีหนุ่มนายทหารหนวดครึ้มผู้มีแววตาดุดั่งพญาอินทรีที่เคยมาช่วยยกของที่สวน ร่างท้วมๆ ของป้าสมรก็พลอยสั่นเทาขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ แม้ปากจะยังแข็ง แต่ใจเริ่มหวั่นวิตกอย่างรุนแรง
“ฝากไว้ก่อนเถอะนังตัวดี แกจะหัวเราะได้อีกไม่นานหรอก!” ป้าสมรสะบัดหน้าหนีด้วยความแค้นเคือง ก่อนจะเดินกระแทกส้นเท้าหายลับไปฝั่งลานจอดรถ
รินรดามองตามแผ่นหลังที่สั่นเทาด้วยความโกรธของญาติผู้พี่อย่างไม่รู้สึกสะทกสะท้าน ชัยชนะในวันนี้เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นของการทวงคืนความยุติธรรมและสร้างรากฐานชีวิตที่มั่นคงให้เธอกับสามี การค้าขายที่เติบโตขึ้นไม่เพียงแต่นำมาซึ่งเม็ดเงิน แต่ยังเป็นการประกาศศักดาให้คนพวกนั้นรู้ว่า เธอไม่ใช่ลูกไก่ในกำมือให้อีกฝ่ายบีบขยี้ได้ตามใจชอบอีกต่อไป
เมื่อจัดการเก็บแผงและเคลียร์บัญชีเรียบร้อย รินรดาก็เดินลัดเลาะผ่านสวนดอกไม้ป่าเพื่อกลับกระท่อมหลังน้อย กลิ่นหอมกรุ่นของดินหลังฝนตกและไอแดดยามสายผสมผสานกันอย่างลงตัว ทันทีที่ผลักประตูกลับเข้ามาในอาณาเขตบ้าน ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบสนามของผู้พันศิลาก็ยืนรออยู่ก่อนแล้ว ดวงตาคมกริบกวาดมองภรรยาคนสวยตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความห่วงใย ก่อนจะก้าวเข้ามารับตะกร้าเปล่าในมือเธอไปถือไว้เองอย่างเป็นธรรมชาติ
“เหนื่อยไหมครับคนดี หน้าแดงหมดแล้ว” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามพร้อมกับยื่นผ้าเย็นที่เตรียมไว้ให้
รินรดารับมาซับหน้าด้วยรอยยิ้มเหนื่อยอ่อนแต่มีความสุข ดวงตาคู่สวยเป็นประกายวิบวับเมื่อนึกถึงเหตุการณ์เมื่อครู่ “ไม่เหนื่อยเลยค่ะ... เอ๊ย ไม่เหนื่อยเลยครับพี่ศิลา วันนี้ขายดีจนแทบไม่น่าเชื่อแถมยังได้สั่งสอนป้าสมรให้หงุดหุ่นเล่นไปรอบหนึ่งด้วย สนุกเป็นบ้าเลยล่ะครับ” เธอหัวเราะคิกคักอย่างอารมณ์ดี
ผู้พันศิลายกมุมปากขึ้นเล็กน้อยในแบบฉบับของเขา มือหนาวางมือลงบนกลุ่มผมนุ่มแล้วขยี้เบาๆ อย่างหมั่นไส้ “เก่งมากครับภรรยาผม... แต่ดูท่าทางยายแก่คนนั้นคงไม่ยอมรามือแค่นี้แน่ ระหว่างที่ผมไม่อยู่ เธออาจจะเล่นตุกติกอะไรหลังฉาก ระวังตัวด้วยนะครับ”
“ห่วงตัวเองก่อนเถอะค่ะ... เอ๊ย ห่วงตัวเองก่อนเถอะครับคุณสามี งานในค่ายช่วงนี้ยิ่งเครียดๆ อยู่ไม่ใช่หรือไง” รินรดาแกล้งแซว พลางหมุนตัวเดินเข้าครัวเพื่อเตรียมวัตถุดิบสำหรับมื้อกลางวัน วันนี้เธอตั้งใจจะทำเมนูเด็ดที่ผู้พันศิลารักนักหนาเพื่อเป็นการฉลองชัยชนะเล็กๆ ในตลาดท้องถิ่น
กลิ่นหอมของเครื่องเทศและเนื้อหมูหมักสมุนไพรเริ่มโชยฟุ้งกระจายไปทั่วห้องครัว รินรดากำลังงละมุลอยู่กับการเคี่ยวซอสสูตรลับในกระทะทองเหลือง เสียงฉ่าของเนื้อย่างบนเตาถ่านถ่านไม้หอมกรุ่นยิ่งกระตุ้นความหิวโหย บรรยากาศภายในบ้านอบอวลไปด้วยความสุขและความอบอุ่นที่หาไม่ได้จากที่ไหน
ทว่า... ในจังหวะที่รินรดากำลังจะยกหม้อซอสออกจากเตา เสียงเคาะประตูกระท่อมก็ดังขึ้นสามครั้งอย่างหนักแน่นและไร้ซึ่งมารยาท เป็นจังหวะเคาะที่เธอคุ้นเคยดีจนน่าสะพรึงกลัว—เสียงเคาะของแม่สามีจอมบงการและน้องสามีผู้เห็นแก่ตัว ที่จู่ๆ ก็โผล่มาเยือนถึงหน้าบ้านไร่โดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้า!
ผู้พันศิลาหันขวับไปมองที่ประตู หน้าตึงขึ้นในทันที ดวงตาคมกริบฉายแววดุดันขึ้นมาวบหนึ่ง
รินรดาสบตากับสามี นิ่งงันไปชั่วขณะเมื่อเสียงบิดลูกบิดประตูดังขึ้นจากด้านนอก...
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงข้างความระทึกขวัญและอบอุ่นหัวใจมาจนถึงบรรทัดนี้นะครับ!
กับดักหัวใจในสวนผักอินทรีย์ กับสามีที่มีภารกิจลับระดับชาติ•ตอนที่ 26
ชัยชนะเล็กๆ ในตลาดท้องถิ่น
ผลงานโดย ลมทะเลพัดรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลมทะเลพัดรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักหัวใจในสวนผักอินทรีย์ กับสามีที่มีภารกิจลับระดับชาติ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!