กับดักหัวใจในสวนผักอินทรีย์ กับสามีที่มีภารกิจลับระดับชาติ•ตอนที่ 4

ทหารหนุ่มกับเมนูซุปกระดูกหมู

ผลงานโดย ลมทะเลพัดรัก
"ถ้าคุณยังขยับตัวแรงกว่านี้ แผลที่สีข้างจะฉีกจนไส้ไหลออกมากองบนพื้นห้องเก็บเครื่องมือของฉันจริงๆ นะครับ ท่านผู้พัน" น้ำเสียงของรินรดาไม่ได้เจือแววหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม มันเรียบนิ่งและคมกริบราวกับคมมีดเชฟสเตนเลสเกรดพรีเมียมที่เธอใช้แล่เนื้อปลาแซลมอนในภัตตาคารหรูเมื่ออดีต ดวงตากลมโตคู่สวยหรี่ลงเล็กน้อยเพื่อพิจารณาร่างที่เต็มไปด้วยคราบเลือดและฝุ่นโคลนของชายหนุ่มตรงหน้า ศิลากัดฟันแน่นจนกล้ามเนื้อกรามสันนูนขึ้นเป็นสันชัดเจน ความเจ็บปวดจากการถูกกระสุนเฉี่ยวเข้าที่ชายโครงขวาและรอยแผลจากการต่อสู้ระยะประชิดกำลังส่งสัญญาณเตือนภัยสีแดงฉานในสมอง แต่สัญชาตญาณความเป็นทหารหน่วยรบพิเศษกลับบังคับให้เขาสแกนรอบตัวอย่างรวดเร็ว ห้องเก็บปุ๋ยและอุปกรณ์การเกษตรกลิ่นอับชื้นแห่งนี้มืดสลัว มีเพียงแสงไฟฉายคาดหัวของรินรดาส่องสาดเป็นลำตรงมาที่ใบหน้าของเขา ชายหนุ่มขยับยิ้มมุมปากทั้งที่เม็ดเหงื่อผุดพลายเต็มหน้าผาก "ดูเหมือนผมจะเลือกที่หลบภัยผิดที่สินะครับ... ดันตกลงมาในเขตอิทธิพลของเชฟมือฉกาจเสียได้" "รู้ตัวก็ดีครับ" รินรดาวางกล่องปฐมพยาบาลราคาแพงที่แอบหยิบออกมาจากมิติลับลงบนโต๊ะไม้เก่าๆ เสียงโลหะกระทบกับผิวไม้ดัง 'กริ๊ก' ชัดเจนในความเงียบยามวิกาล "คุณแอบลอบเข้าเขตแปลงผักอินทรีย์ออร์แกนิกของผม แถมยังทำแปลงคะน้าแปลงโปรดของฉันพังไปครึ่งแถบ เลือดเปื้อนดินปลูกที่ฉันหมักเองกับมือ... บอกเหตุผลสิครับว่าทำไมฉันถึงควรช่วยเย็บแผลให้คุณ แทนที่จะโทรแจ้งตำรวจ หรือไม่ก็ปล่อยให้ป้าสมรกับลูกชายจอม18มงกุฎของแกมาเจอคุณก่อน" ศิลาเงยหน้าสบตาหญิงสาว แววตาคมกริบทอประกายความจริงจังที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเหนื่อยล้า "เพราะถ้าคุณแจ้งตำรวจ หรือปล่อยให้พวกญาติหน้าเงินนั่นเจอผมตอนนี้... ภารกิจกวาดล้างเครือข่ายทุนสีเทาที่กำลังกัดกินที่ดินในอำเภอนี้จะพังไม่เป็นท่า และที่สำคัญที่สุด..." เขาเว้นจังหวะ หายใจเข้าลึกด้วยความเจ็บปวด "...แปลงผักอินทรีย์มูลค่าหลายล้านบาทของคุณ อาจจะถูกทางการสั่งยึดเป็นพื้นที่ควบคุมพิเศษชั่วคราวเพื่อตรวจสอบหลักฐาน" รินรดาชะงักไปนิดหนึ่ง ดวงตาคู่คมวาววับขึ้นมาทันที เธอย่อมรู้ดีว่าป้าสมร ญาติผู้พี่จอมละโมบที่จ้องจะฮุบที่ดินมรดกแปลงนี้ไปสร้างรีสอร์ต กำลังหาช่องทางแจ้งเจ้าหน้าที่รัฐหรือใช้เส้นสายสกปรกเล่นงานเธออยู่ทุกเมื่อ หากมีคดีฆาตกรรมหรือการปะทะกันของกลุ่มติดอาวุธเกิดขึ้นในสวนของเธอ ชีวิตสโลว์ไลฟ์ปลูกผักทำสวนที่เธอวางแผนไว้คงพังทลายไม่เป็นท่า "คุณนี่มัน... อันตรายสมคำร่ำลือจริงๆ นะครับ ผู้พันศิลา" รินรดาถอนหายใจยาว พลางดึงกรรไกรตัดผ้าสแตนเลสออกมาจากกล่อง "ถอดเสื้อผ้าด้านขวาออกซะ ฉันจะทำความสะอาดแผลให้ แต่บอกไว้ก่อนนะว่ายาฆ่าเชื้อของฉันแสบจับใจ และฉันไม่มีทางมือเบาให้คนที่ทำลายแปลงคะน้าของฉันเด็ดขาด" แม้ปากจะพูดจาเชือดเฉือน แต่เรียวปากอิ่มกลับเม้มเข้าหากันด้วยความกังวลลึกๆ มือเรียวภายใต้ถุงมือยางจัดการบรรจงตัดเสื้อผ้าส่วนที่ขาดวิ่นออกเผยให้เห็นกล้ามเนื้อหน้าอกและรอยแผลเป็นจากการรบพุ่ง กลิ่นคละคลุ้งของเลือดและดินปืนคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นดินชื้นยามค่ำคืน ศิลานั่งนิ่งให้อีกฝ่ายทำแผล ความอดทนของชายชาติทหารทำให้เขาไม่หลุดเสียงร้องออกมาแม้แต่น้อย แม้แอลกอฮอล์บริสุทธิ์จะราดลงบนปากแผลฉกรรจ์จนเนื้อเยื่อกระตุกเกร็ง "เสร็จไปหนึ่งเปลาะ..." รินรดาลุกขึ้นยืน ปัดเศษด้ายออกจากมือ มองสำรวจผลงานการเย็บแผลสดๆ ด้วยฝีมืออดีตเชฟผู้ผ่านการเรียนหลักสูตรปฐมพยาบาลฉุกเฉินมาอย่างโชกโชน "แผลลึกแต่ไม่โดนอวัยวะสำคัญ ถือว่าคุณยังดวงแข็งอยู่บ้าง" "ขอบคุณครับ..." ศิลาเอ่ยเสียงแหบพร่า พลางเอื้อมมือไปคว้าเสื้อยืดมาสวมทับอย่างยากลำบาก "ตกลงว่าคุณจะให้ผมหลบอยู่ที่นี่สักกี่วันครับ เชฟริน" "หลบฟรีไม่มีในโลกหรอกนะครับ ผู้พัน" รินรดาหันขวับ สายตาจ้องมองเขาด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ทำเอาทหารหนุ่มผู้ผ่านการรบมาโชกโชนถึงกับเสียวสันหลังวาบ "ในเมื่อคุณทำแปลงคะน้าของฉันพัง และสร้างภาระให้ฉันยามวิกาล ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป คุณคือ 'แรงงานทาส' ประจำสวนผักอินทรีย์แห่งนี้ ขุดดิน พรวนดิน ขนปุ๋ยหมัก ถอนหญ้า... ทำทุกอย่างที่ฉันสั่ง แลกกับการซ่อนตัวและอาหารสามมื้อ" ศิลานิ่งอึ้งไปสามวินาที ก่อนจะหัวเราะเบาๆ ในลำคออย่างยอมจำนน "รับบัญชาครับ เจ้านาย" ยามเช้ามาเยือนไวกว่าที่คิด แสงแดดสีทองอ่อนๆ สาดส่องผ่านยอดไม้กระทบกับหยาดน้ำค้างบนใบผักสลัดเขียวขจี ทว่าบรรยากาศในครัวเปิดโล่งข้างบ้านพักกลับอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมกรุ่นของเครื่องเทศและกระดูกหมูตุ๋นยาจีนที่เคี่ยวมาตั้งแต่ตีสี่ รินรดายืนประจำการหน้าเตาถ่าน มือขวาถือทัพพีคนซุปในหม้อดินเผาใบใหญ่ด้วยความใส่ใจ น้ำซุปสีทองใสแต่เข้มข้นด้วยกระดูกหมูส่วนคาตั้งที่ตุ๋นจนเปื่อยนุ่ม ร่อนออกจากกระดูกได้อย่างง่ายดาย ใส่รากผักชี กระเทียม พริกไทยเม็ดบุบพอแตก และหัวไชเท้ารสหวานฉ่ำจากแปลงอินทรีย์ที่เธอเพิ่งเก็บเกี่ยวสดๆ เมื่อเช้าตรู่ ความหอมฟุ้งของซุปกระดูกหมูร้อนๆ ลอยละล่องไปทั่วบริเวณ ผสมผสานกับกลิ่นไอน้ำจากข้าวหอมมะลิใหม่ปลอมปนความสุข ศิลาในชุดเสื้อกล้ามสีดำและกางเกงขายาวลุยสวน เดินกะโผลกกะเผลกเข้ามาใกล้ครัวด้วยใบหน้าซูบเซوب แต่จมูกโด่งเป็นสันกลับสูดกลิ่นหอมนั้นฟอดใหญ่ รอยแผลที่สีข้างยังคงตึงรั้งทุกย่างก้าว แต่ความหิวโหยจากพลังงานที่สูญเสียไปเมื่อคืนกลับปลุกกระเพาะอาหารของเขาให้ส่งเสียงร้องประท้วงอย่างรุนแรง "กลิ่นหอม..." ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นขณะดึงเก้าอี้ไม้ไผ่มานั่งลงตรงข้ามเคาน์เตอร์ครัว "นี่คุณแอบไปเคี่ยวอะไรตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างเนี่ยครับ" "ซุปกระดูกหมูตุ๋นหัวไชท้าวสูตรพิเศษครับ" รินรดาตักน้ำซุปร้อนๆ ใส่ชามกระเบื้องเคลือบสีขาวสะอาดตา โรยหน้าด้วยผักชีฝรั่งซอยละเอียดและกระเทียมเจียวกรอบๆ สีทองอร่ามที่เธอเจียวเองใหม่ๆ กลิ่นหอมเตะจมูกจนศิลาถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างลืมตัว "เมนูฟื้นฟูพลังงานสำหรับแรงงานเถื่อนที่ต้องไปขุดแปลงปลูกมะเขือเทศต่อในช่วงเช้า" หญิงสาวเลื่อนชามซุปควันฉุยไปตรงหน้าชายหนุ่ม พร้อมกับข้าวสวยร้อนๆ และน้ำจิ้มซีฟู้ดรสจัดจ้านที่ตำจากพริกขี้หนูสวนสีเขียวแดงสดๆ มะนาวแท้คั้นสด และกระเทียมกลีบเล็ก ศิลาไม่รอช้า เขาใช้ช้อนตักซุปเข้าปากคำแรก ความร้อนของน้ำซุปแผ่ซ่านไปทั่วช่องปาก รสชาติกลมกล่อม หวานน้ำต้มกระดูกหมูและหัวไชท้าวแท้ๆ ตัดด้วยความเผ็ดร้อนเล็กน้อยจากพริกไทยดำ ปลุกเร้าทุกประสาทสัมผัสที่ด้านชาจากการบาดเจ็บให้ฟื้นคืนชีพในทันที เนื้อหมูเปื่อยนุ่มแทบละลายในปากจนแทบไม่ต้องเคี้ยว "อร่อย..." เขาพึมพำออกมาด้วยความทึ่ง ดวงตาคมกริบมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง เชฟสาวคนนี้ไม่ได้มีดีแค่ฝีปากจัดจ้าน แต่ฝีมือการทำอาหารของเธอคือเวทมนตร์แท้ๆ ขณะที่ทั้งสองกำลังดื่มด่ำกับบรรยากาศยามเช้าอันเงียบสงบ เสียงรถกระบะเก่าๆ คันหนึ่งก็แล่นเข้ามาจอดเทียบหน้าประตูรั้วสวน เสียงเบรกดังเอี๊ยดอาดบาดแก้วหู ตามมาด้วยเสียงแหลมสูงที่คุ้นเคยจนน่ารำคาญ "อีริน! เปิดประตูเดี๋ยวนี้แม่ตัวดี!" เสียงแผดร้องของป้าสมรดังแว่วเข้ามา พร้อมกับเสียงทุบประตูรั้วไม้สนิมเขรอะดังปึงปัง "แกซ่อนผู้ชายแปลกหน้าไว้ในสวนใช่ไหม ชาวบ้านเขาตาดีเห็นคนเจ็บวิ่งเข้ามาแถวนี้เมื่อคืน อย่ามาทำไขสدل หลบหน้าฉันนะ ออกมาให้เคลียร์เรื่องที่ดินเดี๋ยวนี้!" รินรดาวางช้อนในมือลงช้าๆ ใบหน้าที่เคยผ่อนคลายเมื่อครู่กลับแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและคมกริบราวกับน้ำแข็งขั้วโลก เธอยกมุมปากยิ้มเยาะน้อยๆ ก่อนจะหันไปสบตากับผู้พันศิลาที่นั่งนิ่งสนิท มือขวาของนายทหารหนุ่มเลื่อนไปวางใกล้ด้ามปืนพกซ่อนที่เหน็บไว้ข้างเอวโดยสัญชาตญาณ ทว่า ก่อนที่รินรดาจะทันได้ก้าวออกไปเปิดประตูต้อนรับญาติจอมละโมบ เสียงเคาะประตูด้านหลังบ้านที่เชื่อมต่อกับป่าสวนหลังบ้านก็ดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างเป็นจังหวะ—รหัสลับที่ไม่มีใครล่วงรู้ ศิลาขมวดคิ้วแน่น ดวงตาคมกริบหรี่ลงทันทีเมื่อได้ยินจังหวะเคาะนั้น "เดี๋ยวก่อน... นั่นไม่ใช่เสียงของชาวบ้านทั่วไป" รินรดาหันขวับกลับมามองหน้าชายหนุ่ม ทันใดนั้น ประตูหลังบ้านก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับร่างของลูกน้องคนสนิทในชุดพลเรือนที่หอบหายใจสะท้าน วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาพร้อมกับข่าวกรองช็อกโลกที่ทำให้ลมหายใจของทั้งคู่สะดุดกึก "ท่านผู้พันครับ! แย่แล้วครับ... ทีมลาดตระเวนของฝ่ายตรงข้ามนำโดย 'สารวัตรธน ์' บุกเข้ามาถึงทางเข้าหมู่บ้านแล้วครับ แถมพวกมันยังมีหมายค้นศาลพิเศษในคดีความมั่นคง... และกำลังมุ่งหน้ามาที่สวนผักนี้โดยตรงครับ!" --- (โปรดติดตามตอนต่อไป) *ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาสัมผัสกลิ่นอายของดินและความลับอันตระการตาไปพร้อมกันนะครับ*
สารจากนักเขียน (ลมทะเลพัดรัก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักหัวใจในสวนผักอินทรีย์ กับสามีที่มีภารกิจลับระดับชาติ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%