“ถ้าพวกแกกล้าเหยียบแปลงผักออร์แกนิกของฉันแม้แต่ก้าวเดียว เตรียมตัวรับหมายศาลข้อหาบุกรุกยามวิกาลพร้อมดอกเบี้ยความเสียหายหลักล้านได้เลยครับ!”
เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจของพันเอกศิลาดังสะท้อนก้องไปทั่วบริเวณแปลงผักอินทรีย์ ร่างสูงใหญ่ในชุดลำลองทะมัดทะแมงก้าวออกมายืนบังภรรยาตัวน้อยไว้ครึ่งตัว ดวงตาคมกริบกวาดมองกลุ่มชายฉกรรจ์สวมไอ้โม่งสีดำสามคนที่ถือท่อนไม้และถังน้ำยาเคมีอยู่ในมือ แววตานั้นเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก จนทำให้พวกมันที่กำลังจะพุ่งเข้ามาถึงกับชะงักเท้ากHก
รินรดายืนอยู่ด้านหลังสามี ดวงตากลมโตฉายแววเยือกเย็น เธอไม่ได้มีความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย มือเรียวบางถือสมาร์ทโฟนที่เปิดหน้าจอถ่ายทอดสดผ่านระบบคลาวด์ส่วนตัว ซึ่งเชื่อมโยงภาพเหตุการณ์ทั้งหมดส่งตรงไปยังสถานีตำรวจประจำอำเภอและสื่อท้องถิ่นแบบเรียลไทม์
“หึ! คิดเหี้ยมเกินมนุษย์ไปหน่อยนะครับ ป้าสมร” รินรดาเอ่ยเสียงใสแต่เฉียบคม เธอเดินเลี่ยงออกมาจากด้านหลังศิลาเล็กน้อย รอยยิ้มเยาะหยันแต้มอยู่ที่มุมปาก “จ้างนักเลงหางแถวมาจากตลาดอำเภอข้างๆ หวังจะมาทำลายแปลงผักสลัดคอสเกรดพรีเมียมที่ฉันเตรียมส่งโรงแรมห้าดาวพรุ่งนี้เช้า... แผนการต่ำช้าแบบนี้ ถ้าเอาไปตีแผ่หน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ รับรองว่ารีสอร์ตหรูที่ป้าแอบสร้างรุกที่ป่าสงวนคงได้พังครืนลงมาในข้ามคืนแน่ครับ”
ร่างท้วมของป้าสมรที่หลบอยู่หลังพุ่มไม้ใหญ่สะดุ้งเฮือก ใบหน้าเหี่ยวย่นตามวัยบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้นและตกใจกลัว นางไม่คาดคิดเลยว่าเด็กสาวรุ่นลูกรุ่นหลานจะรู้ทันแผนการชั่วร้ายที่นางวางไว้เป็นอย่างดี
“นัง... นังเด็กปากดี!” ป้าสมรโผล่พรวดออกมาจากความมืด ชี้หน้าด่ากราดด้วยความโมโหจนตัวสั่น “แกอย่ามาปรักปรำฉันนะ! พวกนักเลงพวกนี้มันก็แค่คนจรจัดที่เดินผ่านมาสิฟะ!”
“คนจรจัดที่พกถังบรรจุสารเคมีกำจัดวัฏจักรพืชเข้มข้นเนี่ยนะครับ ป้าคงคิดว่าคนทั้งอำเภอโง่เขลาเบาปัญญาเหมือนลูกชายป้าสินะครับถึงได้โกหกคำโตแบบนี้” ศิลาสวนกลับทันควัน น้ำเสียงราบเรียบแต่น่าเกรงขามจนป้าสมรถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
กลุ่มชายฉกรรจ์สวมไอ้โม่งหันไปมองหน้ากันอย่างลิบลับ เมื่อเห็นท่าไม่ดีและรู้ตัวว่างานนี้พลาดท่าเสียทีเข้าให้แล้ว หนึ่งในนั้นส่งสัญญาณมือให้เพื่อนถอย แต่ทว่า...
*คลิก! กริ๊ก!*
เสียงขึ้นลำกล้องปืนพกสั้นประจำกายดังขึ้นอย่างแผ่วเบาในความเงียบสงัด แต่ชัดเจนแจ่มแจ้งในโสตประสาทของทุกคน ศิลาไม่ได้ชักปืนขู่ แต่รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากร่างของนายทหารหน่วยรบพิเศษที่ผ่านสนามรบมาโชกโชน ทำให้พวกนักเลงใจเสาะทิ้งอุปกรณ์ในมือแล้วทรุดฮวบคุกเข่าลงกับพื้นทันที
“ใครขยับ... ผมถือว่าเป็นการต่อสู้ขัดขืนเจ้าพนักงานในยามวิกาลนะครับ” ศิลาเอ่ยเสียงเยือกเย็น
ตำรวจท้องที่ที่ได้รับสัญญาณไลฟ์สดและพิกัด GPS จากสมาร์ทโฟนของรินรดา ขับรถเปิดไฟไซเรนเข้ามาจอดเทียบหน้าสวนผักในอีกห้านาทีต่อมา ภาพของนักเลงสามคนนั่งกุมหัวคุกเข่าอยู่ริมแปลงผัก โดยมีป้าสมรยืนหน้าซีดเผือดเป็นไก่ตาแตกตกเป็นจำเลยสังคมต่อหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจ กลายเป็นข่าวหน้าหนึ่งที่สั่นสะเทือนวงการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และเครือญาติจอมโลภในเช้าวันรุ่งขึ้นอย่างสะใจ
***
แสงแดดยามสายสาดส่องกระทบใบผักสลัดสีเขียวขจีที่ต้องน้ำค้าง พรมประกายระยิบระยับราวกับเพชรเม็ดงาม ความเสียหายจากเหตุการณ์เมื่อคืนได้รับการจัดการอย่างรวดเร็วด้วยฝีมือของตำรวจและทนายความประจำตระกูลที่ศิลาเรียกตัวมาจัดการขั้นเด็ดขาด ป้าสมรถูกควบคุมตัวไปสอบสวนที่สถานีตำรวจจากข้อหาสมคบคิดและจ้างวานทำลายทรัพย์สิน ซึ่งมีโทษหนักหน่วงพอที่จะทำให้นางไม่มีเวลามาวุ่นวายกับที่ดินแปลงนี้ไปอีกนาน
ในครัวสไตล์โมเดิร์นลอฟท์ กลิ่นหอมกรุ่นของเครื่องเทศและน้ำซุปเคี่ยวเค็มกำลังลอยอบอวลไปทั่วบริเวณ
รินรดากำลังง่วนอยู่กับการเตรียมอาหารมื้อพิเศษเพื่อตอบแทนสามีสุดที่รักที่ยืนหยัดปกป้องเธอและสวนผักแห่งนี้อย่างไม่เกรงกลัวอันตราย มือเรียวบางคล่องแคล่วในการหั่นเนื้อหมูสามชั้นติดมันพอดีคำ ก่อนจะนำไปผัดกับพริกแกงใต้สูตรลับเฉพาะที่โขลกเองจนหอมฟุ้ง กลิ่นใบมะกรูดซอยและใบยี่หร่าเตะจมูกจนศิลาที่เพิ่งเดินกลับจากการตรวจความเรียบร้อยรอบสวนต้องสาวเท้าเข้ามาใกล้ด้วยความหิวโหย
“กลิ่นหอมยั่วยวนใจอีกแล้วนะครับภรรยา” ศิลาโอบกอดเอวบางจากด้านหลังอย่างถือวิสาสะ ใบหน้าคมสันซบลงลาดไหล่สูดดมกลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวเธอ “เมื่อคืนเหนื่อยมาทั้งคืน เช้ามายังมีแรงทำอาหารกลิ่นรุนแรงกระตุ้นต่อมรับรสขนาดนี้เชียวหรือครับ”
“ก็เพราะว่าสามีคอยเป็นโล่กำบังให้ฉันเมื่อคืนไม่ใช่หรือครับ ฉันถึงต้องทำอาหารจานเด็ดเพื่อเป็นการปลอบขวัญและเติมพลังให้คุณไงล่ะคะ... เอ้ย! ครับ!” รินรดาแกล้งแซวตัวเองด้วยความหมั่นไส้ พร้อมกับศอกเบาๆ ที่ซี่โครงของคนฉวยโอกาส แต่ศิลากลับกระชับวงแขนให้แน่นขึ้นโดยไม่ยอมปล่อย
“เมื่อกี้คุณแทนตัวเองว่า ‘ค่ะ’ หรือเปล่าครับ สงสัยผมต้องลงโทษด้วยการชิมอาหารในหม้อก่อนตักเสิร์ฟเสียแล้วล่ะมั้ง” ชายหนุ่มกระซิบเสียงพร่าข้างใบหู
“ฝันไปเถอะครับ! นี่ยังไม่สุกดี ห้ามแอบชิมเด็ดขาด!” รินรดาหันมาค้อนขวับ แต่ดวงตากลับพราวระยับด้วยความขบขัน อาหารมื้อนี้คือ ‘หมูสามชั้นผัดพริกแกงใต้ใบยี่หร่า’ รสจัดจ้านถึงใจ ที่ทานคู่กับไข่เจียวฟูหนานุ่มและข้าวสวยร้อนๆ มิติลับในตัวเธอได้ส่งวัตถุดิบพรีเมียมอย่างพริกไทยดำป่าและสมุนไพรสดใหม่มาเพิ่มความกลมกล่อม ทำให้รสชาติอาหารจานนี้อร่อยล้ำจนบรรยายไม่ถูก
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังอบอวลไปด้วยความสุขและความหวานชื่น เสียงโทรศัพท์มือถือส่วนตัวของศิลาก็แผดเสียงดังขึ้นทำลายความเงียบ
ศิลาผละออกจากร่างบางอย่างเสียดาย หยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาดูหน้าจอ ปรากฏชื่อของ ‘ผู้กองวิกรม’ ลูกน้องคนสนิทในหน่วยรบพิเศษ โทรเข้ามาด้วยสายด่วนระดับความลับสูงสุด
“ผู้พันครับ... ทางหน่วยเพิ่งได้รับรายงานด่วนจากสายลับภาคสนาม” เสียงปลายสายร้อนรนและเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด “เป้าหมายที่เราตามล่าตัวมาสามปีเพื่อทลายเครือข่ายค้าอาวุธข้ามชาติ ตอนนี้ปรากฏตัวขึ้นแล้วครับ... และจุดที่มันกำลังมุ่งหน้าไปเพื่อกบดานและฟอกเงิน ก็คือรีสอร์ตลักลอบสร้างผิดกฎหมายที่อำเภอนี้... ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากสวนผักของคุณศิลาแค่ห้ากิโลเมตรเท่านั้นเองครับ!”
ดวงตาสีเข้มของศิลาหรี่แคบลงทันที รังสีอำมหิตที่เพิ่งจางหายไปกลับพุ่งทะยานขึ้นมาอีกครั้งอย่างน่ากลัว รินรดารับรู้ได้ทันทีว่าความสงบสุขที่เพิ่งสร้างขึ้นกำลังจะถูกทดสอบด้วยภารกิจที่อันตรายกว่าเดิมหลายเท่าตัว
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้ผมเสมอนะครับ
กับดักหัวใจในสวนผักอินทรีย์ กับสามีที่มีภารกิจลับระดับชาติ•ตอนที่ 14
ป้าสมรกับแผนการร้ายครั้งใหม่
ผลงานโดย ลมทะเลพัดรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลมทะเลพัดรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักหัวใจในสวนผักอินทรีย์ กับสามีที่มีภารกิจลับระดับชาติ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!