กับดักรักฉบับเชฟฟาร์มสเตย์กับคุณนายทหารผู้คลั่งเมีย•ตอนที่ 1

จุดจบของเชฟสาวและรอยเท้าใหม่บนผืนดิน

ผลงานโดย ฟาร์มเมอร์สุขใจ
"เซ็นชื่อลงไปเสีย รินรดา อย่าให้ต้องพูดซ้ำ" น้าดารินโยนเอกสารโฉนดที่ดินและสัญญาโอนกรรมสิทธิ์ร้านอาหารลงบนโต๊ะไม้สักขัดมัน เสียงกระดาษกระทบพื้นผิวแข็งดังสนั่นท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับบรรยากาศภายในห้องทำงานส่วนตัวของเชฟสาวชื่อดัง รินรดานิ่งงัน ดวงตาเรียบเฉยทว่าวาวโรจน์ด้วยความกรุ่นโกรธที่ถูกสะกดไว้ภายใต้ท่าทีเยือกเย็น "น้าดารินคงลืมไปว่าร้านนี้... ผมสร้างมันขึ้นมาด้วยมือของผมเอง และสูตรอาหารทั้งหมดนั่น เป็นมรดกตกทอดจากแม่ ไม่ใช่ของที่ใครจะมาปล้นเอาไปได้ง่ายๆ" รินรดากล่าวเสียงเรียบ ทว่าทุกถ้อยคำกลับเฉียบคมราวกับใบมีดที่ผ่านการเจียระไน "อดีตก็คืออดีต!" น้าดารินกระแทกเสียงพลางลุกขึ้นยืนจนเก้าอี้ไม้ราคาแพงล้มคว่ำ "ตอนนี้ที่นี่ชื่อฉันเป็นเจ้าของตามกฎหมาย ส่วนแก... ก็แค่เชฟที่ทำหน้าที่กุ๊กในร้านตัวเอง! ถ้าไม่อยากหมดตัวมากกว่านี้ ก็รีบไสหัวออกไปก่อนที่ฉันจะเรียกตำรวจมาลากคอแกฐานบุกรุก!" รินรดาแค่นยิ้มที่มุมปาก เป็นยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา แต่มันคือยิ้มของคนที่ตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่าจะไม่ยอมเป็นเหยื่อให้ใครอีก เธอค่อยๆ หยิบปากกาด้ามหรูวางลงข้างเอกสาร ก่อนจะขีดฆ่าชื่อตัวเองออกด้วยเส้นหนาจนเกือบทะลุกระดาษ "ได้ครับ ถ้าน้าอยากได้นัก ก็เอาไป... แต่อย่าลืมนะว่า สิ่งที่ทำให้ร้านนี้รุ่งเรือง ไม่ใช่แค่สถานที่ แต่มันคือ 'รสสัมผัส' ที่น้าไม่มีวันเลียนแบบได้" รินรดาหมุนตัวเดินออกมาจากร้านอาหารใจกลางเมืองที่เคยเป็นดั่งหัวใจและลมหายใจของเธอ เธอไม่แม้แต่จะหันหลังกลับไปมองซากปรักหักพังของความไว้ใจที่ถูกน้าแท้ๆ ทำลายจนย่อยยับ ในใจของหญิงสาวไม่ได้รู้สึกเสียดายกับชื่อเสียงหรือเงินทองที่ต้องสูญเสียไป สิ่งที่เธอกำลังกังวล คือ 'มิติลับ' ที่ซ่อนอยู่ในจี้สร้อยคอที่เธอได้รับมาจากยาย มันคือผืนดินแห่งความอุดมสมบูรณ์ที่พร้อมจะถูกปลุกขึ้นมาอีกครั้ง ในวันที่เธอห่างไกลจากความวุ่นวายและคนเห็นแก่ตัว ... สองสัปดาห์ต่อมา ณ ปลายแถวของหมู่บ้านชายขอบหุบเขาที่อากาศเย็นสบายตลอดปี รถกระบะคันเก่าบรรทุกข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นมาถึงหน้ากระท่อมไม้หลังเล็กที่ตั้งอยู่กลางทุ่งกว้าง รินรดาลงจากรถ กลิ่นไอของดินหลังฝนและกลิ่นดอกไม้ป่าอ่อนๆ ปะทะเข้ากับใบหน้า มันคือกลิ่นของอิสรภาพที่เธอโหยหา เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะมองไปรอบๆ ผืนดินแห้งแล้งที่เธอมองเห็นถึงศักยภาพที่ซ่อนอยู่ภายใต้ชั้นดินเหล่านั้น แต่ทว่า... ความเงียบสงบกลับถูกทำลายลงด้วยเสียงเครื่องยนต์หนักๆ ของรถจี๊ปทหารที่แล่นเข้ามาจอดเทียบข้างรถของเธอ ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อยืดสีเข้มที่โชว์กล้ามแขนกำยำและรอยสักเล็กน้อยที่ต้นคอ ก้าวลงจากรถด้วยท่าทางสงบนิ่ง ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวคู่นั้นกวาดมองผู้มาเยือนใหม่ด้วยความระแวดระวัง "ที่นี่ไม่ใช่พื้นที่สาธารณะ คุณเป็นใคร และมาทำอะไรที่เขตหวงห้ามของไร่ศิลา?" เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยถาม รินรดาหันไปสบตากับเขา แวบหนึ่งที่ความแข็งแกร่งของชายคนนี้ปะทะกับสายตาเด็ดเดี่ยวของเธอ ศิลา... อดีตนายทหารหน่วยรบพิเศษที่ผันตัวมาเป็นเกษตรกรเต็มตัว เขามองหญิงสาวตรงหน้าด้วยสายตาที่วิเคราะห์ ท่าทางของเธอไม่ใช่คนเมืองที่หนีมาพักร้อนทั่วไป แต่เป็นแววตาของนักสู้ที่เพิ่งผ่านสนามรบมาหมาดๆ "ฉันชื่อรินรดา เจ้าของที่ดินผืนนี้คนใหม่" เธอตอบพลางยื่นเอกสารการครอบครองให้เขาดู ศิลาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาดุจเหยี่ยวเปลี่ยนเป็นความแปลกใจเมื่อเห็นว่าหญิงสาวตัวเล็กๆ ผู้นี้กล้าหาญพอที่จะตัดสินใจมาปักหลักในพื้นที่ที่ห่างไกลเช่นนี้ "ผมศิลา" เขาแนะนำตัวสั้นๆ ก่อนจะขยับเข้าใกล้จนรินรดาได้กลิ่นกาแฟจางๆ ผสมกับกลิ่นไม้สนจากตัวเขา "ยินดีที่ได้รู้จักเพื่อนบ้านคนใหม่... แต่บอกไว้ก่อนนะ ผืนดินแถวนี้มันเลี้ยงคนไม่ได้ง่ายๆ อย่างที่คุณคิด โดยเฉพาะถ้าคุณไม่ได้เตรียมตัวมาดีพอ" รินรดาไม่ได้โต้ตอบด้วยคำพูด เธอเพียงแค่เปิดมิติในจี้สร้อยคอเบาๆ พลันนั้น กลิ่นหอมอบอวลของสมุนไพรหายากที่เธอเพาะไว้ในพื้นที่พิศวงก็โชยออกมาเจือจางในอากาศ กลิ่นที่ทำให้คนที่มีสัญชาตญาณสัตว์ป่าอย่างศิลาถึงกับชะงักและขมวดคิ้วด้วยความฉงน ทว่าในวินาทีที่เขากำลังจะเอ่ยปากถามถึงที่มาของกลิ่นหอมแปลกประหลาดนั้น จู่ๆ เสียงรถยนต์ปริศนาอีกคันก็แล่นเข้ามาจอดประชิดท้ายรถของพวกเขา ชายฉกรรจ์สามคนในชุดสูทสีดำเดินลงมาจากรถ ท่าทางคุกคามเห็นได้ชัด พวกเขาตรงดิ่งมาทางรินรดาพร้อมกับรอยยิ้มเย้ยหยัน "เจอตัวจนได้นะรินรดา... น้าดารินส่งพวกเรามาเอา 'ของสำคัญ' ที่แกแอบฉกออกไปจากเซฟร้านคืนมา เดี๋ยวนี้!" ศิลาขยับตัวเข้ามาขวางหน้าหญิงสาวโดยสัญชาตญาณ แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นดุดันในทันที รินรดาช้อนสายตามองคนกลุ่มนั้น ก่อนจะยกยิ้มที่มุมปากอย่างเย็นชา มือของเธอสอดเข้าที่กระเป๋าเสื้อ หยิบเมล็ดพืชสีทองประหลาดออกมาหนึ่งกำมือ "อยากได้ของคืนงั้นหรือ?" รินรดาเอ่ยเสียงเย็น "งั้นก็ลองดูว่าพวกคุณจะเอาคืนไปได้... ถ้าต้องผ่านมือของฉันกับ 'เพื่อนบ้าน' คนใหม่คนนี้ไปให้ได้ก่อน!" รินรดาสะบัดมือโปรยเมล็ดพืชลงบนพื้นดินแห้งแล้งเบื้องหน้า ทันใดนั้น ผืนดินที่เคยแตกระแหงกลับสั่นสะเทือน เถาวัลย์หนามสีเขียวสดพุ่งทะลุหน้าดินขึ้นมาด้วยความเร็วที่เหนือธรรมชาติ ปิดกั้นทางเข้าออกของชายทั้งสามคนเอาไว้ในทันที! ฟาร์มเมอร์สุขใจขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับจุดเริ่มต้นของรินรดาและศิลานะครับ!
สารจากนักเขียน (ฟาร์มเมอร์สุขใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักฉบับเชฟฟาร์มสเตย์กับคุณนายทหารผู้คลั่งเมีย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่60%