“แกคิดว่าเถาวัลย์พวกนี้มันจะขวางทางพวกฉันได้ตลอดไปหรือไง รินรดา!”
เสียงตะโกนแหบพร่าของชายฉกรรจ์ที่ถูกขังอยู่หลังกำแพงหนามสีเขียวสดดังก้องไปทั่วไร่ รินรดาไม่ได้หันไปมองแม้แต่หางตา มือเรียวบางที่เปื้อนคราบดินค่อยๆ ปัดเศษหญ้าออกจากกางเกงยีนส์ตัวเก่ง เธอทำเพียงแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ พลางก้าวเดินมุ่งหน้าสู่ตัวบ้านไม้เก่าแก่ที่ตั้งตระหง่านอยู่ท้ายไร่ บ้านหลังนี้ไม่ใช่แค่มรดกจากย่า แต่มันคือป้อมปราการสุดท้ายที่น้าดารินพยายามจะแย่งชิงไปเพื่อฮุบที่ดินผืนนี้ไปทำรีสอร์ตราคาถูก
กลิ่นอับของไม้เก่าปะทะเข้ากับจมูกทันทีที่รินรดาผลักบานประตูเข้าไป เสียงฝีเท้าของเธอดังสะท้อนไปตามพื้นไม้ที่ลั่นเอี๊ยดอ๊าดเหมือนกำลังกู่ร้องบอกเจ้าของบ้านว่าการกลับมาของเธอนั้นมาพร้อมกับความเปลี่ยนแปลง ภายในห้องโถงกว้างมีเพียงโต๊ะไม้สักตัวเดียวที่ตั้งอยู่กลางห้อง บนนั้นมีกล่องไม้แกะสลักลวดลายเถาองุ่นวางสงบนิ่ง ราวกับมันรอคอยให้ถึงเวลาที่เหมาะสมมานานแสนนาน
รินรดาวางมือลงบนกล่องนั้น สัมผัสเย็นเยียบที่แล่นผ่านปลายนิ้วทำให้ใจของเธอเต้นผิดจังหวะ ทันใดนั้น แสงสีทองสว่างวาบขึ้นกลางห้องโถง กลิ่นหอมจางๆ ของดินชื้นและสมุนไพรหายากอบอวลไปทั่วอากาศ เธอรู้สึกราวกับร่างกายถูกดูดกลืนเข้าสู่มิติที่เวลาหยุดนิ่ง
เบื้องหน้าของรินรดาไม่ใช่ห้องโถงเก่าๆ อีกต่อไป แต่มันคือเรือนกระจกขนาดมหึมาที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตา ผืนดินในมิตินี้อุดมสมบูรณ์จนเป็นสีดำสนิท มีไอหมอกจางๆ ลอยอยู่เหนือยอดสมุนไพรที่เธอไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน ทั้งดอกโสมสีมรกตและรากไม้ที่เปล่งแสงเรืองรอง แม้แต่เมล็ดพันธุ์ในมือนางที่เคยโปรยลงดินข้างนอกก็ยังดูธรรมดาไปเลยเมื่อเทียบกับพืชพรรณในที่แห่งนี้
“นี่มัน… มิติในตำนานที่ย่าเคยเล่าให้ฟังงั้นหรือ” เธอพึมพำ ดวงตาเป็นประกายด้วยความหวัง หากเธอมีสิ่งนี้อยู่ในมือ การพลิกฟื้นฟาร์มสเตย์ที่กำลังจะตายให้กลายเป็นอาณาจักรเกษตรอินทรีย์ที่ทำกำไรมหาศาลก็ไม่ใช่เรื่องเกินฝัน
ในขณะที่เธอกำลังตื่นตะลึงกับมิติลับ เสียงเคาะประตูบ้านไม้ดังขึ้นอย่างหนักแน่นเป็นจังหวะที่เด็ดขาดและดุดัน รินรดารีบตั้งสติและก้าวออกจากมิติในชั่วพริบตา เธอเดินไปเปิดประตูด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทว่าเมื่อเห็นใบหน้าของผู้ที่ยืนอยู่ตรงหน้า หัวใจของเธอกลับกระตุกวูบ
ชายร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อยืดสีเข้มที่ขับเน้นมัดกล้ามเนื้อจากการทำงานหนัก ใบหน้าคมเข้มมีแผลเป็นจางๆ ที่หางคิ้ว ดวงตาเรียบนิ่งคู่นั้นจ้องมองเธอด้วยความสงสัยแต่แฝงไว้ด้วยความห่วงใยอย่างปิดไม่มิด เขาคือ ‘ผู้กองศิลา’ ชายหนุ่มที่ใครๆ ต่างก็รู้ว่าเขาคือ ‘ตัวอันตราย’ ของหมู่บ้าน แต่นับตั้งแต่เธอมาอยู่ที่นี่ เขากลับกลายเป็นคนที่คอยนำผลไม้และเสบียงมาวางไว้หน้าบ้านเธอแทบทุกวัน โดยไม่เคยเรียกร้องอะไรตอบแทน
“คุณริน... ผมได้ยินเสียงคนโวยวายที่หัวไร่ เลยแวะมาดู” ศิลาพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ เขาเหลือบมองไปทางทิศที่พวกนักเลงของน้าดารินถูกขังอยู่ ก่อนจะหันกลับมามองรินรดาที่ยังคงมีเศษดินเปื้อนอยู่ข้างแก้ม “พวกนั้นทำอะไรคุณหรือเปล่า”
“ฉันจัดการเองได้ค่ะ ผู้กอง” รินรดาตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่พยายามรักษาระยะห่าง แม้ในใจจะเริ่มหวั่นไหวกับความใส่ใจที่เขามีให้เสมอมา
“จัดการเองได้… แต่ทำไมถึงปล่อยให้ตัวเองหน้าซีดขนาดนี้” ศิลาขยับตัวเข้ามาใกล้โดยไม่ได้รับอนุญาต มือหนาที่หยาบกร้านจากการจับปืนและจับจอบเอื้อมมาเช็ดคราบดินที่ข้างแก้มของเธออย่างเบามือ สัมผัสที่อบอุ่นนั้นทำให้รินรดาตัวแข็งทื่อ “ผมบอกกี่ครั้งแล้วว่าถ้ามีปัญหา ให้เรียกผมทันที”
“ฉันไม่ต้องการความช่วยเหลือจากคนอื่นค่ะ” เธอพยายามถอยห่าง แต่ศิลากลับก้าวประชิดตัวจนเธอหลังชิดผนังบ้าน กลิ่นกายสะอาดของเขาผสมกับกลิ่นจางๆ ของไม้สนทำให้เธอตั้งตัวไม่ติด
“แต่ผมต้องการช่วยคุณ” ศิลาโน้มตัวลงมา ใบหน้าของเขาห่างจากเธอเพียงคืบ แววตาที่ปกติจะแข็งกร้าวบัดนี้กลับอ่อนแสงลงจนน่ากลัว “ไม่ใช่ในฐานะเพื่อนบ้าน แต่ในฐานะผู้ชายคนหนึ่งที่เห็นคุณเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในไร่นี้”
คำสารภาพตรงไปตรงมาของอดีตนายทหารทำให้รินรดาหน้าร้อนผ่าว แต่ก่อนที่เธอจะได้ทันเอ่ยอะไรตอบโต้ เสียงระเบิดตูมดังสนั่นมาจากทางเข้าไร่ ตามมาด้วยเสียงตะโกนด่าทอที่คุ้นเคยของน้าดารินที่ดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ
“นังหลานเนรคุณ! ออกมาเดี๋ยวนี้! ฉันรู้ว่าแกอยู่ในนั้น!”
ศิลากดไหล่รินรดาเบาๆ ให้เธอยืนนิ่งๆ ก่อนจะหันไปทางประตูด้วยแววตาที่เปลี่ยนจากความอ่อนโยนเป็นความเย็นชาเยือกเย็นดุจน้ำแข็ง “ดูเหมือนวันนี้จะมีแขกที่ไม่ได้รับเชิญมาเยี่ยมเยียนถึงที่บ้านนะ”
เขาเดินไปที่โต๊ะไม้และหยิบขวดโหลแก้วที่รินรดาเพิ่งจะนำสมุนไพรในมิติออกมาวางไว้โดยไม่ได้ตั้งใจ ศิลาชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นแสงสีทองจางๆ ที่ลอยวนอยู่รอบขวดโหลนั้น เขาเงยหน้ามองรินรดาด้วยสายตาที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิม ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงที่มั่นคง
“ถ้าสมุนไพรนี้คือความลับของคุณ... ผมจะปกป้องมันด้วยชีวิตของผม”
ทว่า ในขณะที่ศิลากำลังจะก้าวออกไปรับหน้าคนที่หน้าบ้าน เสียงฝีเท้าของใครอีกคนหนึ่งก็ดังแทรกเข้ามาจากทางหน้าต่างด้านหลัง พร้อมกับเสียงกระซิบที่ทำให้รินรดารู้สึกเย็นวาบไปถึงสันหลัง
“พี่รินรดาครับ... ถ้าพี่ไม่อยากให้ความลับของพี่ถูกเปิดเผย ผมว่าเราควรมีข้อตกลงที่น่าสนใจกว่านี้นะครับ”
ร่างของชายหนุ่มปริศนาในชุดเครื่องแบบพนักงานส่งของที่ดูแปลกตาค่อยๆ ขยับตัวออกมาจากมุมมืดของห้อง พร้อมกับโทรศัพท์ที่กำลังไลฟ์สดเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นในบ้านหลังนี้ไปทั่วโซเชียลมีเดีย
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับรินรดาและผู้กองศิลาในบทนี้ครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
กับดักรักฉบับเชฟฟาร์มสเตย์กับคุณนายทหารผู้คลั่งเมีย•ตอนที่ 2
บ้านร้างกับมิติที่หายไป
ผลงานโดย ฟาร์มเมอร์สุขใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟาร์มเมอร์สุขใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักรักฉบับเชฟฟาร์มสเตย์กับคุณนายทหารผู้คลั่งเมีย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
