กลิ่นฝุ่นเก่าและไอเย็นของหนังสือที่ถูกปล่อยทิ้งให้ผุพังอบอวลอยู่ในอากาศ ทว่าสิ่งที่รวิศสนใจไม่ใช่ความเก่าแก่ของร้านกาแฟร้างแห่งนี้ แต่เป็นชายหนุ่มที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ไม้โยกตัวเดิมที่เพิ่งถูกเขาส่งคนไปสืบจนเจอ
รวิศวางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะไม้ตัวเตี้ย เสียงปึกเบาๆ นั้นดังสะท้อนก้องในความเงียบราวกับเสียงประกาศศึก
"บทกวีของคุณไม่ได้แย่ในแง่ของฉันทลักษณ์ ธารา แต่มันไร้ค่าในเชิงการสื่อสาร" รวิศเอ่ยขึ้นทันทีโดยไม่แม้แต่จะทักทาย สายตาคมกริบดุจเหยี่ยวมองผ่านเลนส์แว่นกรอบบางไปยังชายตรงหน้าที่กำลังจดจ่ออยู่กับการคัดลายมือลงบนกระดาษสีหม่น
ธาราหยุดปลายปากกาหมึกซึม เขาเงยหน้าขึ้นช้าๆ นัยน์ตาสีเข้มดั่งมหาสมุทรที่ซ่อนคลื่นลมพายุไว้ภายในค่อยๆ สบประสานกับอีกฝ่าย เขาไม่ได้แสดงอาการสะทกสะท้าน ตรงกันข้าม มุมปากกลับกระตุกเป็นรอยยิ้มหยัน
"ไร้ค่าในสายตาของบรรณาธิการผู้มองโลกผ่านไม้บรรทัดเหล็กน่ะหรือครับ?" ธาราตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงความนัยยะเชือดเฉือน "คุณวัดคุณค่าของถ้อยคำด้วยมาตรวัดประเภทไหนหรือครับ? อัตราการพิมพ์ซ้ำ หรือน้ำหนักของกระดาษที่ใช้พิมพ์กันแน่"
รวิศโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย แสงสลัวจากหน้าต่างที่ถูกบดบังด้วยคราบฝุ่นทำให้ใบหน้าของเขาดูเข้มงวดกว่าปกติ "ผมวัดด้วยสิ่งที่เรียกว่า 'ความจริง' คุณใช้คำกวีที่สวยหรูเพื่อกลบเกลื่อนความว่างเปล่า คุณกำลังหลอกผู้อ่าน หรือกำลังหลอกตัวเองที่พยายามลบภาพจำในอดีตด้วยบทกวีที่ไม่มีวันจบสิ้นกันแน่?"
ธาราวางปากกาลงในจังหวะที่เป๊ะจนน่าขนลุก เขาขยับตัวเข้าใกล้รวิศจนระยะห่างลดลงจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นและกลิ่นหอมจางๆ ของกระดาษเก่าและกลิ่นอายความเศร้าที่อบอวลอยู่รอบตัวกวีหนุ่ม "คุณวิเคราะห์ผมละเอียดลออเชียว ทั้งที่เพิ่งเจอกัน... คุณเป็นนักวิชาการที่หิวโหยความผิดปกติในชีวิตคนอื่นจนตัวสั่นเลยสินะครับ รวิศ"
บรรยากาศในร้านกาแฟเงียบสงัดลงจนได้ยินเสียงฝีเท้าของตัวเองในความคิด รวิศไม่ถอยหนี เขายอมรับแรงกดดันนั้นด้วยความนิ่งสงบที่ฝึกฝนมานับสิบปี "ผมแค่ไม่ชอบเห็นของมีค่าถูกทิ้งขว้างในที่อับชื้นเช่นนี้ ผมมาที่นี่เพื่อดึงคุณออกมาจากกรงขังที่คุณสร้างเอง... หรือจะเรียกให้ถูกคือ 'หลุมศพทางความคิด' ของคุณ"
"อย่าเรียกมันว่าหลุมศพเลยครับ" ธาราแค่นหัวเราะ ดวงตาของเขาฉายแวววูบไหวเพียงครู่ก่อนจะกลับมาเย็นชาดังเดิม "เรียกมันว่าที่พักใจของคนที่ไม่เคยพบ 'วสันตฤดู' ที่แท้จริงดีกว่า คุณมองหาความถูกต้องในบทกวี แต่คุณลืมมองไปว่ากวีที่สมบูรณ์แบบที่สุด คือกวีที่ยอมปล่อยให้ตัวเองแตกสลายไปพร้อมกับน้ำหมึกที่ไม่มีวันแห้ง"
รวิศชะงักไปครู่หนึ่ง คำพูดนั้นสะกิดแผลลึกในใจของเขาอย่างจัง เขาเคยเชื่อในตรรกะเหนือสิ่งอื่นใด แต่ในวินาทีที่สบตากับธารา ความมั่นใจในหลักการก็ดูจะสั่นคลอนราวกับบ้านที่ถูกกัดเซาะด้วยความชื้น
"ถ้าคุณยืนยันว่าการแตกสลายคือความหมายของศิลปะ งั้นช่วยอธิบายให้ผมฟังหน่อย..." รวิศหยิบรูปถ่ายใบหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อนอกแล้ววางลงบนโต๊ะ "ทำไมลายมือบนหน้าสุดท้ายของสมุดบันทึกที่พบในที่เกิดเหตุคดีฆาตกรรมเมื่อสามปีก่อน ถึงเป็นลายมือเดียวกับที่คุณเพิ่งเขียนเมื่อสักครู่นี้?"
ร่างของธาราแข็งทื่อไปทันที รอยยิ้มเย้ยหยันหายไปจากใบหน้าสิ้นเชิง นัยน์ตาสีมหาสมุทรคู่นั้นเบิกกว้างขึ้นก่อนจะรีบปรับเปลี่ยนให้เป็นความเรียบเฉยที่น่ากลัวกว่าเดิม
มือของเขาเอื้อมมาช้าๆ หยิบรูปถ่ายใบนั้นขึ้นพิจารณา แสงจากหน้าต่างกระทบดวงตาของเขาจนเกิดประกายแปลกประหลาด
"คุณไปเอาสิ่งนี้มาจากไหน?" ธาราถามเสียงต่ำ ก้องกังวานด้วยโทนที่กดดันจนอากาศรอบตัวรวิศดูเหมือนจะหนักอึ้ง
รวิศถอยหลังหนึ่งก้าวตามสัญชาตญาณของการป้องกันตัว แต่ยังคงจ้องมองกวีหนุ่มไม่วางตา "ผมมีวิธีของผม แต่คำตอบที่คุณต้องให้ผมไม่ใช่ที่มาของมัน... แต่คือเหตุผลว่าทำไมรอยหมึกบนหน้ากระดาษนั้น ถึงมีความหมายแฝงถึงชื่อของผมในกวีบทที่ถูกฉีกทิ้งไปตั้งแต่วันที่ผมเริ่มงานวันแรก"
ธาราหันกลับมามองรวิศช้าๆ ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ จากรองเท้าบูทคู่หนึ่งก็ดังแทรกเข้ามาจากความมืดที่มุมลึกของร้านกาแฟร้าง ประตูไม้ด้านหลังเคาน์เตอร์ที่ควรจะปิดตาย กลับค่อยๆ เลื่อนเปิดออกเองด้วยแรงลมที่ไม่มีที่มา
ชายในชุดคลุมสีเข้มก้าวออกมาจากเงามืด ถือซองจดหมายสีเหลืองซีดในมือ เขาหยุดยืนห่างจากทั้งสองคนเพียงไม่กี่ก้าว ธาราหันไปมองคนมาใหม่ด้วยสีหน้าตกตะลึง ส่วนรวิศนั้น... หัวใจของเขาเต้นรัวเป็นจังหวะที่เขาเองยังไม่เคยสัมผัสมาก่อน
"ดูเหมือนว่าบทกวีที่คุณอยากให้จบ... จะยังไม่ได้เริ่มด้วยซ้ำนะครับ คุณรวิศ" ชายปริศนากล่าวด้วยเสียงแหบพร่า ก่อนจะโปรยกระดาษแผ่นหนึ่งลงบนพื้น มันคือหน้ากระดาษที่ขาดหายไปจากสมุดบันทึกเล่มนั้น และในนั้นมีลายเซ็นของรวิศกำกับอยู่ใต้บทกวีที่เขาไม่เคยแต่งขึ้น!
ขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงร่วมเดินทางไปในความเงียบงันและถ้อยคำที่ซ่อนเงื่อนนี้กับผมนะครับ
บทกวีใต้ร่มเงา
วสันตฤดูที่หายไปกับบทกวีที่ไม่เคยจบ•ตอนที่ 2
กวีในร้านกาแฟร้าง
ผลงานโดย บทกวีใต้ร่มเงา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บทกวีใต้ร่มเงา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วสันตฤดูที่หายไปกับบทกวีที่ไม่เคยจบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
