กาแฟดำแก้วโปรดของคิรากรกำลังส่งไอระเหยกรุ่น ทว่ามันกลับดูเจือจางลงไปถนัดตา เมื่อเทียบกับอุณหภูมิความคุุกรุ่นที่แผ่ออกมาจากร่างบางซึ่งนั่งกอดอกอยู่ฝั่งตรงข้ามบนโต๊ะอาหาร
"ถ้าคุณยังใช้สายตาราวกับจะพิพากษาคดีฆาตกรรมมองผมอยู่แบบนั้น กาแฟในแก้วคงจะขมจนดื่มไม่ลงพอดิบพอดีนะครับ คุณรินรดา"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ ขณะที่มือหนายังคงพลิกหน้าจอแท็บเล็ตตรวจแบบแปลนก่อสร้างอย่างไม่ยทระย้า ทว่าริมฝีปากหยักกลับยกยิ้มมุมปากอย่างเหนือกว่านิดๆ ซึ่งนั่นคือสิ่งเดียวที่ทำให้คนมองอยากจะคว้าแก้วกาแฟสาดใส่หน้าหล่อๆ ของเขาให้หายหมั่นไส้เสียจริง
รินรดาแค่น1เสียงในลำคอ ดวงตากลมโตฉายแวววาวด้วยความกรุ่นโกรธที่ยังค้างคามาจากเหตุการณ์เมื่อคืน ภาพที่ธันวาเดินเข้ามาแทรกกลางระหว่างเธอกับสถาปนิกหนุ่มจอมหยิ่งยังคงติดอยู่ในหัว ราวกับก้างปลาที่ติดค้างอยู่จนกลืนไม่เข้าคายไม่ออก
"ฉันไม่ได้มองด้วยสายตาพิพากษาค่ะ... อ้อ ขอโทษที พอดีติดปากพูดผิดไปหน่อย... ฉันแค่มองด้วยความเวทนาต่างหากล่ะคะ คุณคิรากร" รินรดาจงใจเน้นเสียงคำว่า 'ค่ะ' และ 'คะ' แบบชัดถ้อยชัดคำเพื่อกวนประสาทคนตรงหน้าโดยเฉพาะ "คนระดับสถาปนิกชื่อดัง แต่กลับปล่อยให้คู่แข่งทางธุรกิจเดินเข้ามาป้วนเปี้ยนขุดคุ้ยข้อมูลถึงถิ่น... นี่เรียกว่าความบกพร่องในการรักษาความปลอดภัย หรือความสะשלในการทำงานส่วนบุคคลคะเนี่ย"
คิรากรชะงักมือที่กำลังเลื่อนหน้าจอ เขาเงยหน้าขึ้นช้าๆ ปล่อยให้ความเงียบเข้าปกคลุมบรรยากาศรอบโต๊ะอาหารชั่วขณะ สายตาคมกริบราวกับพญาอินทรีจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของนักมานุษยวิทยาสาว ชนิดที่ทำให้หัวใจดวงน้อยๆ ของเธอเต้นผิดจังหวะไปวูบหนึ่งอย่างไม่น่าให้อภัย
"ถ้าคุณหมายถึงธันวา..." คิรากรวางแท็บเล็ตกลงบนโต๊ะอย่างนุ่มนวล ก่อนจะโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนรินรดาต้องเผลอกลั้นหายใจ "ผมคิดว่าคนที่ควรใส่ใจไม่ใช่ความสะเพร่าของผม... แต่ควรเป็นสติปัญญาของคุณเองมากกว่านะครับ ที่เกือบจะเคลิบเคลิ้มไปกับคำหวานหูของหมาป่าห่มหนังแกะตัวนั้น"
"นี่คุณ!" รินรดาดีดตัวผึ่งขึ้นจากเก้าอี้ ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความโกรธจัด "คุณไม่มีสิทธิ์มาตัดสินฉันนะคิรากร! ฉันแค่มนุษยสัมพันธ์ดีและกำลังรับฟังข้อมูลในฐานะนักวิชาการ ไม่ได้หูเบาใจง่ายเหมือนใครบางคนที่เอาแต่เก็บตัวอยู่ในกะឞะกระจกแล้วมองโลกแค่ด้านเดียวหรอกค่ะ!"
"มนุษยสัมพันธ์ดีงั้นเหรอครับ?" คิรากรแค่นหัวเราะในลำคอ น้ำเสียงของเขาทอดต่ำลงจนฟังดูอันตราย "การปล่อยให้ผู้ชายคนอื่นโน้มตัวเข้ามาใกล้จนจมูกแทบจะชนแก้มคุณ... ในพจนานุกรมของนักมานุษยวิทยา เขาเรียกสิ่งนั้นว่าการเก็บข้อมูลภาคสนาม หรือเรียกว่าการเปิดโอกาสให้คนอื่นล้ำเส้นกันแน่ครับ?"
บรรยากาศบนโต๊ะอาหารระอุยิ่งกว่าอุณหภูมิของกาแฟร้อนๆ เคมีที่ประทุระหว่างคนทั้งคู่พุ่งทะยานจนแทบจะเกิดประกายไฟ รินรดากัดริมฝีปากล่างแน่น ความรู้สึกทั้งโกรธ ทั้งอับอาย และความจริงที่เถียงไม่ออกเพราะภาพเหตุการณ์เมื่อคืนมันฟ้อง ทำให้เธอทำได้เพียงกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ
"คุณมัน... คนปากเสีย!" เธอกัดฟันกรอด เค้นเสียงลอดไรฟันออกมาด้วยความคับแค้นใจ "วันๆ เอาแต่จับผิดคนอื่น เคยส่องกระจกดูตัวเองบ้างไหมคะว่ามีความเป็นมนุษย์เหลืออยู่สักกี่เปอร์เซ็นต์ หรือมีแต่โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กเย็นชาไร้หัวใจไปหมดแล้ว!"
คิรากรนิ่งอึ้งไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินประโยคหลัง แววตาคมกริบไหววูบไปชั่วเสี้ยววินาที—รวดเร็วจนแทบจับสังเกตไม่ได้—ก่อนที่มันจะถูกแทนที่ด้วยความเรียบเฉยตามวิสัยของสถาปนิกหนุ่มผู้เยือกเย็น เขาเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ช้อนตามองหญิงสาวที่กำลังยืนหายใจหอบกระชั้นด้วยความโกรธด้วยท่าทีผ่อนคลายอย่างน่าหมั่นไส้
"ถ้าโครงสร้างเหล็กของผมมันจะช่วยปกป้องโปรเจกต์นี้และตัวคุณจากพวกฉ้อฉลได้... ผมก็ยินดีที่จะไร้หัวใจในสายตาคุณนะครับ, รินรดา"
คำพูดราบเรียบทว่าทรงพลังนั้นทำเอารินรดาถึงกับพูดไม่ออก เธอยืนแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้เป็นหิน ความใกล้ชิดและถ้อยคำที่กึ่งเย้ากึ่งจริงจังเมื่อครู่กำลังตีรวนอยู่ในอกจนสมองประมวลผลแทบไม่ทัน เธอเกลียดผู้ชายคนนี้ เกลียดความฉลาดเป็นกรด เกลียดสายตาที่เหมือนมองทะลุปรุโปร่งไปถึงความคิดในหัวของเธอ และที่แย่ที่สุด... เกลียดหัวใจตัวเองที่ดันเต้นแรงผิดจังหวะให้กับความดิบเถื่อนทางคำพูดของเขาซะได้
ในจังหวะที่สงครามประสาทกำลังดำเนินมาถึงจุดแตกหัก และรินรดากำลังอ้าปากเตรียมจะสวนกลับด้วยประโยคที่แสบสันที่สุดในชีวิต
กริ๊งงงง!
เสียงกริ่งประตูหน้าห้องพักรับรองดังขึ้นทำลายความเงียบงันอย่างกะทันหัน รินรดาสะดุ้งเล็กน้อย ส่วนคิรากรขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่สบอารมณ์ที่ถูกขัดจังหวะ
ก่อนที่ใครจะได้ทันเอ่ยปากอะไร ประตูบานใหญ่ก็ถูกผลักเปิดออกด้วยฝีมือของผู้มาเยือนที่ถือวิสาสะไขกุญแจเข้ามาเอง ร่างสูงโปรดของธันวาปรากฏขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มพินพิเทวดาและช่อดอกไม้ในมือ
"อรุณสวัสดิ์ครับทุกคน... ผมบังเอิญผ่านมาแถวนี้ เลยแวะเอาเอกสารสำคัญมาให้คุณรินรดา พร้อมกับกาแฟพรีเมียมเผื่อว่ากาแฟจืดๆ ของเจ้าบ้านจะทำให้เช้าวันนี้ของคุณกร่อยเกินไปนะครับ"
สายตาสามคู่ประสานกันในอากาศ เคมีที่เดือดพล่านเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความตึงเครียดระลอกใหม่ที่เข้มข้นยิ่งกว่าเดิม คิรากรค่อยๆ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง รังสีความเย็นชาแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาราวกับน้ำแข็งขั้วโลก ขณะที่รินรดากำลังจะก้าวถอยหลังเพื่อเว้นระยะห่าง ทว่าธันวากลับก้าวเข้ามาประชิดตัวเธออย่างไร้มารยาท พร้อมกับเอื้อมมือมาแตะที่ข้อศอกของเธออย่างสนิทสนมเกินเหตุ
"ผมว่าเราไปคุยเรื่องข้อมูลโบราณสถานกันที่ระเบียงดีกว่านะครับ คุณรินรดา... ที่นี่อากาศมันชักจะอึดอัดชอบกล เหมือนมีคนลืมเปิดแอร์ระบายความร้อนยังไงอย่างงั้น"
คิรากรก้าวฉับๆ เข้ามาประชิดตัวธันวาในเสี้ยววินาที มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อมือของธันวาที่กำลังแตะต้องตัวรินรดาอย่างแรง แรงบีบที่ทรงพลังทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของคู่แข่งค้างเติ่ง ดวงตาทั้งสองคู่จ้องกันเขม็งจนแทบจะมีประกายไฟแลบออกมา
"เขตพื้นที่ตรงนี้..." คิรากรกดเสียงต่ำลอดไรฟัน แววตาคมปลาบดุดันเสียยิ่งกว่าสัตว์ป่าหวงถิ่น "เจ้าของเขาไม่อนุญาตให้สุนัขข้างถนนเข้ามาป้วนเปี้ยน... และถ้าคุณยังไม่อยากกระดูกหักกลับออกไป กรุณาปล่อยมือจากผู้หญิงของผมซะ"
รินรดาเบิกตากว้าง หันขวับไปมองหน้าสถาปนิกหนุ่มทันทีด้วยความตกใจกับคำว่า 'ผู้หญิงของผม' ที่หลุดออกมาจากปากคนปากแข็งอย่างเขา ส่วนธันวาเองก็ชะงักไปเช่นกัน ก่อนจะหัวเราะในลำคอด้วยความเย้ยหยัน
ทว่าก่อนที่สงครามกำปั้นจะปะทุขึ้นกลางห้องอาหาร เสียงแจ้งเตือนข้อความฉุกเฉินจากแท็บเล็ตบนโต๊ะก็ดังขึ้นพร้อมกันอย่างต่อเนื่อง หน้าจอทุกเครื่องสว่างวาบขึ้นพร้อมภาพข่าวหน้าหนึ่งของสำนักข่าวท้องถิ่นที่พาดหัวตัวโตด้วยอักษรสีแดงฉาน
*ด่วน! ค้นพบหลักฐานชิ้นใหม่ใต้ซากโบราณสถานโซน A ส่อแววพลิกคดีการเวนคืนที่ดินครั้งประวัติศาสตร์!*
ทั้งสามคนชะงักค้างในท่าทางเตรียมปะทะ คิรากรค่อยๆ คลายมือออกจากข้อมือของธันวาช้าๆ สายตาคมกริบเปลี่ยนเป้าหมายจากคู่แข่งทางธุรกิจไปยังหน้าจอแท็บเล็ต ก่อนจะหันกลับมามองหน้าหญิงสาวที่ยืนอยู่ตรงกลาง ระหว่างเขากับธันวา
เกมพลิก... และเดิมพันครั้งนี้ใหญ่หลวงเกินกว่าที่ใครจะคาดคิด
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่แวะมาสัมผัสความระอุในบทนี้ด้วยกันนะครับ
พิมพ์เขียวหัวใจในโซนอันตราย•ตอนที่ 6
สงครามประสาทตอนเช้า
ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พิมพ์เขียวหัวใจในโซนอันตราย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!