นิ้วเรียวบางที่กำลังจรดปากกาเซ็นเอกสารสำคัญชะงักกึกทันที เมื่อเสียงกริ่งหน้าประตูดังขึ้นทำลายความเงียบงันภายในห้องชุดหรูหรา
ลีลาวดีสะดุ้งสุดตัว หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบไหวราวกับมีใครมาฉุดกระชากมันลงไปในเหวลึก ความหวังอันลมๆ แล้งๆ ผุดวาบขึ้นมาในอกอย่างห้ามไม่อยู่—หรือว่าจะเป็นเขา... ภาคิน ผู้ชายใจร้ายคนนั้น คนที่เคยเหยียบย่ำหัวใจเธอจนแหลกสลาย ก่อนจะกลับกลายมาเป็นหมาป่าคลั่งรักที่เที่ยวตามหาเธอกับลูกราวกับคนเสียสติ
ลมหายใจของเธี่ยติดขัด สัมผัสอุ่นร้อนในอดีต ภาพเงาร่างสูงใหญ่ที่เคยโอบกอดและฝากรอยจูบอันแสนเร่าร้อนบนเรือนร่างผุดขึ้นมาหลอกหลอน สัญชาตญาณของความเป็นแม่และอดีตภรรยาผู้บอบช้ำตีรันกันวุ่นวายในอก เธอรีบก้าวเท้าเร็วๆ ไปที่ประตู หน้าอกกระพือไหวด้วยความตื่นตระหนก มือเรียวสั่นเทาเล็กน้อยขณะเอื้อมไปส่องตาแมว
ความว่างเปล่า... ไม่มีเงาร่างสูงสง่าของประธานหนุ่มผู้เย่อหยิ่ง ไม่มีสายตาคมกริบที่มักมองเธอด้วยความสำนึกผิดและเวทนา
มีเพียงกล่องพัสดุสีน้ำตาลวางอยู่บนพรมเช็ดเท้าหน้าห้อง พร้อมกับร่างของพนักงานส่งของที่กำลังหันหลังเดินจากไป เสียงลิฟต์ที่ปิดลงดึงสติเธอกลับมา ลีลาวดีหลับตาลงช้าๆ เพื่อซ่อนหยาดน้ำใสที่เอ่อคลอหน่วยเบ้า เธอหัวเราะเยาะความอ่อนแอของตัวเองในใจ... เธอกำลังคาดหวังอะไรกัน? หวังว่าผู้ชายคนนั้นจะสำนึกบาปจนยอมคุกเข่าอ้อนวอนขอโอกาสจากเธอกับลูกแฝดอย่างนั้นหรือ? ไม่มีทางเสียหละ
"คุณแม่คะ เสียงอะไรเหรอคะ?"
เสียงใสแจ๋วของน้องลิลดังขึ้น พร้อมกับร่างป้อมๆ ของลูกสาวฝาแฝดที่วิ่งเตาะแตะออกมาจากห้องนอน ตามด้วยน้องลันแฝดพี่ที่เดินตามมาเงียบๆ ด้วยแววตาสดใสเฉลียวฉลาดเกินวัย ทั้งสองคนคือเกราะป้องกันอันแข็งแกร่งที่สุดในชีวิตของเธอ เป็นโซ่ทองคล้องใจที่ทำให้ลีลาวดีเข้มแข็งและลุกขึ้นยืนหยัดได้อีกครั้ง
"ไม่มีอะไรค่ะคนเก่ง แค่พัสดุของแม่เองค่ะ" ลีลาวดีรีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติ ฝืนยิ้มอบอุ่นส่งให้ลูกน้อยทั้งสอง เพื่อไม่ให้เด็กๆ ต้องรับรู้ถึงความเปราะบางในจิตใจของเธอ
เธอก้มลงหยิบกล่องพัสดุนั้นขึ้นมา เปิดดูพบว่าเป็นเอกสารสำคัญที่สั่งไว้ แต่ทว่าลึกๆ ในใจกลับรู้สึกวูบโหวงอย่างประหลาด ความเงียบงันภายในห้องกลับมาเยือนอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่ความสงบสุข... มันคือความอึดอัดที่คล้ายกับพายุใหญ่กำลังก่อตัวขึ้นเงียบๆ
ตลอดหลายวันที่ผ่านมา ภาคินพยายามทุกวิถีทางเพื่อเข้าหาเธอ เขาส่งข้อความ ส่งดอกไม้ แม้กระทั่งมายืนรอที่ล็อบ비คอนโดมิเนียมแห่งนี้เป็นเวลาหลายชั่วโมงโดยไม่สะทกสะท้านต่อสายตาใคร ความเย่อหยิ่งและเย็นชาในอดีตมลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงผู้ชายที่ยอมกลืนน้ำลายตัวเอง ยอมคุกเข่าไถ่บาปในสิ่งที่เขาเคยทำร้ายเธออย่างไร้เยื่อใย
ลีลาวดีจำได้แม่นยำถึงสัมผัสในค่ำคืนหนึ่งที่เขาบุกรุกเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของเธอ ความโหยหาและแรงปรารถนาอันร้อนแรงที่อัดอั้นมานานนับปีระเบิดออกอย่างไร้การควบคุม ในคืนนั้น... ภายใต้แสงไฟสลัวและเสียงหอบหายใจกระชั้นชิด ภาคินกอดเธอแน่นราวกับกลัวว่าเธอจะสลายหายไปในอากาศ ริมฝีปากร้อนผ่าวพรมจูบไปทั่วเรือนร่างด้วยความเวทนาและรักใคร่อย่างลึกซึ้ง สัมผัสที่ปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบเถื่อนแต่เต็มไปด้วยความนุ่มนวลเย้ายวน ทำให้ร่างกายของเธอยอมจำนนต่อเขาครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างไม่succeed
เขากระซิบคำว่า "ขอโทษ" ซ้ำแล้วซ้ำเล่าแนบ1อกของเธอ น้ำตาของผู้ชายที่แข็งกระด้างที่สุดในโลกไหลรินลงมาสัมผัสผิวเนื้อของเธอ และในวินาทีนั้น เธอก็เกือบจะใจอ่อนยอมยกโทษให้เขาเสียแล้ว
แต่ทว่า... บาดแผลในอดีตมันลึกเกินกว่าจะเยียวยาด้วยคำหวานเพียงไม่กี่คำ ความเจ็บปวดจากการถูกมองข้าม การถูกทอดทิ้งให้อยู่ลำพังในวันที่เธอตั้งครรภ์ลูกแฝดโดยที่เขาไม่เคยใยดี มันฝังรากลึกอยู่ในความทรงจำ เธอบอกกับตัวเองว่า ต่อให้เขาจะคลั่งรักเธอแค่ไหน หรือยอมแลกด้วยอะไรก็ตาม เธอก็จะไม่ยอมกลับไปเป็นผู้หญิงอ่อนแอที่รอความเมตตาจากเขาอีกเด็ดขาด
ทว่า ในขณะที่ลีลาวดีกำลังนั่งสอนการบ้านให้น้องลันและน้องลิลอยู่ที่โต๊ะรับแขก เสียงกริ่งประตูก็ดังขึ้นอีกครั้ง...
*ติ๊งต่อง!*
หัวใจของเธอกระตุกวูบเป็รครั้งที่สอง แต่ครั้งนี้มันรุนแรงเสียจนลมหายใจสะดุด ลีลาวดีหันขวับไปมองบานประตูสีขาวสนิททันที ความเงียบงันเข้าปกคลุมรอบกาย เด็กๆ เงยหน้าขึ้นมองแม่ด้วยความสงสัย
ลีลาวดีค่อยๆ ลุกขึ้นยืนอย่างระมัดระวัง ฝ่ายน้องลันขยับตัวเข้ามาใกล้แม่แล้วเอ่ยเสียงใสด้วยความเฉลียวฉลาด "คุณแม่ครับ... หรือว่าจะเป็นคุณอาใจดีคนนั้นอีกแล้ว?"
เธอไม่ได้ตอบคำถามลูกชาย ก้าวเท้าช้าๆ เข้าไปใกล้ประตูทีละก้าว หัวใจเต้นโครมครามรากับจะหลุดออกมานอกอก มือเรียวสั่นเทาเอื้อมไปบิดลูกบิดประตูและดึงมันเปิดออกช้าๆ เพื่อเผชิญหน้ากับความจริง...
ทว่า เบื้องหลังบานประตูนั้น กลับไม่ใช่ร่างสูงของภาคินอย่างที่เธอแอบคาดหวังและหวาดกลัวในเวลาเดียวกัน
แต่กลับเป็นร่างโปร่งระหงของ **คุณหญิงรศริน** แม่สามีผู้ทรงอิทธิพลที่ถือหางเธอมาโดยตลอด ยืนถือซองเอกสารสีน้ำตาลหนาเตอะด้วยใบหน้าซีดเผือด แววตาสั่นระริกเต็มไปด้วยความตกใจสุดขีด และเอ่ยประโยคที่ทำให้โลกทั้งใบของลีลาวดีหยุดหมุนทันที...
"ลีลูก... แม่เพิ่งได้เอกสารนี่มา... ภาคิน... ลูกชายตัวดีของฉัน... มันถูกลอบทำิงระหว่างทางมาหาหนูกับหลาน ตอนนี้... มันอาการโคม่าอยู่ในห้องไอซียูค่ะ!"
ขอขอบพระคุณคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจจดใจจ่อไปกับความสัมพันธ์อันเปราะบางและร้อนแรงนี้ด้วยกันนะคะ
หย่าแล้วอย่าหวังจะได้เห็นหน้าลูกแฝด•ตอนที่ 12
เสียงกริ่งประตูที่ไม่มีวันเป็นเขา
ผลงานโดย เข็มฉายานิศ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มฉายานิศ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วอย่าหวังจะได้เห็นหน้าลูกแฝด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!