หย่าแล้วอย่าหวังจะได้เห็นหน้าลูกแฝด•ตอนที่ 39

การปะทะฝีปากรอบใหม่

ผลงานโดย เข็มฉายานิศ
กลิ่นอายจางๆ ของชาคาโมมายล์ที่ยังกรุ่นไอร้อนบนโต๊ะทำงาน ไม่สามารถขับไล่ความเย็นเยียบที่แผ่ซ่านมาจากร่างสูงสง่าของคนที่จงใจก้าวเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของเธอได้เลย เช็คเงินสดมูลค่ามหาศาลสราญตาตัวเลขหลายหลักถูกวางทับลงบนเอกสารสิทธิ์การถือครองอสังหาริมทรัพย์ราคาแพงระยับ ภาคินไม่ได้พูดอะไรสักคำตอนที่เลื่อนมันเข้ามาใกล้ขอบโต๊ะทำงานของเธอ ปลายนิ้วเรียวยาวของเขาเคาะเบาๆ สองครั้งบนกระดาษแผ่นนั้น ราวกับเป็นการตอกย้ำอำนาจเงินที่เขาเชื่อมั่นมาตลอดชีวิตว่ามันสามารถซื้อได้ทุกอย่าง แม้กระทั่งสิทธิ์ความเป็นแม่ ลีลาวดีเงยหน้าขึ้นจากกองกระบันทึกบัญชี แววตาคู่สวยที่เคยไหวระริกด้วยหยาดน้ำตาแห่งความช้ำชองในอดีต บัดนี้กลับนิ่งสงบดั่งผิวน้ำในคืนไร้จันทร์ เธอมองเช็คมูลค่าสูงลิ่วสลับกับใบหน้าหล่อเหลาที่เต็มไปด้วยร่องรอยความเหนื่อยล้าของอดีตสามี รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปากอย่างปิดไม่มิด "คุณคิดว่าชีวิตของลูกฉัน... หรือแม้แต่ศักดิ์ศรีของฉัน มันตีราคาเป็นตัวเลขพวกนี้ได้สินะคะ ภาคิน" น้ำเสียงของเธอราบเรียบ แต่มันกลับคมกริบเสียจนบาดลึกเข้าไปในความรู้สึกของคนฟัง "ผมไม่ได้หมายความแบบนั้น ลี..." ภาคินขยับตัวเล็กน้อย ดวงตาคมกริบฉายแววปวดร้าวที่เขาพยายามปกปิดไว้ภายใต้มาดขรึม "เงินพวกนี้... มันคือสิ่งเดียวที่ผมพอจะชดเชยให้พวกแกได้ในตอนนี้ หุ้นโรงพยาบาลสามแห่ง คฤหาสน์ริมทะเลสาบ และกองทุนการศึกษาที่จะไม่มีวันหมด... ลีครับ ขอร้องเถอะ ให้ผมได้ทำหน้าที่นี้บ้าง" "หน้าที่พ่ออย่างนั้นเหอะหรือคะ?" ลีลาวดีแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความขื่นขมและเย้ยหยัน "วันที่ลูกแฝดคลอดออกมาอย่างไร้เสียงตอบรับจากพ่อ วันที่คุณเซ็นใบหย่าโดยไม่แม้แต่จะชายตากลอ สายตาของคุณมองมาที่ฉันกับลูกเป็นแค่ความรำคาญใจ... ตอนนั้น คุณเคยคิดถึงคำว่า 'หน้าที่' บ้างไหมคะ ภาคิน" คำพูดของเธอมันหนักหน่วงเสียยิ่งกว่าการถูกทุบด้วยค้อนเหล็ก ภาคินรู้สึกเหมือนลมหายใจสะดุดกึก หน้าอกข้างซ้ายบีบรัดจนเจ็บแปลบ เขาอยากจะย้อนเวลากลับไปตบหน้าตัวเองในอดีตเหลือเกิน ผู้ชายโง่เขลาคนนั้นที่ปล่อยเพชรเม็ดงามหลุดมือไปเพียงเพราะทิฐิอันไร้สาระ "ผมรู้ว่าผมเลว... รู้ว่าสิ่งที่ผมทำมันไม่มีวันลบล้างได้ด้วยเงินพวกนี้" ภาคินก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะทำงาน มือหนาทั้งสองข้างวางทับขอบไม้เนื้อดีโน้มตัวลงไปหาอดีตภรรยา แววตาไหวระริกด้วยความเจ็บปวดที่อัดอั้น "แต่ลีลองคิดดูสิครับ เด็กๆ กำลังโต... พวกเขาต้องการพ่อ ลูกชายและลูกสาวของเราควรจะมีพร้อมทุกอย่าง ไม่ใช่เติบโตมาโดยที่ต้องมานั่งถามว่า 'ทำไมปะป๋าถึงไม่รักหนู' เหมือนที่ผมเคยเจอในวัยเด็ก" "อย่าเอาปมในอดีตของคุณมาอ้างเพื่อซื้อความรู้สึกผิดเลยค่ะ" ลีลาวดีลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ดวงตาสองคู่ประสานกันอย่างไม่มีใครยอมใคร ความโกรธระคนน้อยใจในอดีตหลอมรวมกันจนกลายเป็นเกราะกำบังที่แข็งแกร่ง "ลูกของฉันเติบโตมาด้วยความรักที่เต็มเปี่ยม... ความรักจากแม่คนนี้ที่ไม่เคยพร่อง และไม่เคยต้องพึ่งพาเงินสกปรกที่คุณเอามาฟาดหัวเพื่อแลกกับการได้เข้าใกล้พวกเขาหรอกนะคะ" "ผมไม่ได้เอาเงินมาฟาดหัว! ผมแค่อยากทำหน้าที่พ่อ..." น้ำเสียงของภาคินเริ่มสั่นพร่าด้วยความอัดอั้น เขาไม่เคยต้องก้มหัวให้ใคร ไม่เคยต้องมานั่งอธิบายความรู้สึกตัวเองให้ใครฟังแบบนี้มาก่อนเลยในชีวิต แต่กับผู้หญิงคนนี้... เขายอมจำนนทุกอย่าง ยอมแม้กระทั่งคุกเข่าลงตรงหน้าขอแค่เพียงเธอเมตตา "หน้าที่พ่อที่แท้จริง เขาไม่ได้สร้างขึ้นมาจากเช็คเงินสดและสัญญาซื้อขายหรอกค่ะคุณภาคิน" ลีลาวดีเชิดหน้าขึ้น น้ำตาสองหยดร่วงเผาะลงมาอย่างไม่ตั้งใจ แต่เธอรีบกวาดตามันออกอย่างรวดเร็วเพื่อไม่ให้เขาเห็นความอ่อนแอ "ถ้าคุณอยากทำหน้าที่นัก... กลับไปซะ แล้วไปจัดการกับความรู้สึกผิดชอบชั่วดีในใจของคุณเอง อย่าเอาเด็กๆ มาเป็นเครื่องมือในการไถ่บาปที่คุณสร้างขึ้นมาเลยค่ะ" บรรยากาศภายในห้องเงียบงันลงทันที มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ ภาคินยืนนิ่งค้างอยู่ท่าเดิม ร่างสูงสั่นเทิ้มด้วยความรู้สึกพ่ายแพ้ราบคาบ เขาอ้าปากจะเอ่ยคำพูดบางอย่างเพื่อรั้งเธอไว้ แต่ทว่า... เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งสั้นๆ ก่อนที่บานไม้สีครีมจะถูกผลักเปิดออกอย่างช้าๆ ร่างเล็กป้อมของเด็กแฝดชายหญิงในชุดเอี๊ยมสีฟ้าสดใสวิ่งดุ๊กดิ๊กเข้ามาในห้องพร้อมกับเสียงหัวเราะคิกคัก "มัมมี่ฮะ/มัมมี่ขา! น้องลันกับน้องลิลไปเก็บดอกไม้ที่สวนหลังบ้านมาฝากด้วยนะฮะ/นะค่ะ!" เสียงใสแจ๋วของเด็กน้อยทั้งสองคนดังประสานกันราวกับเสียงดนตรี ภาคินชะงักกึก ลมหายใจของเขาขาดห้วงไปในทันทีที่สายตาคมกวดไปเห็นใบหน้าจิ้มลิ้มของเด็กแฝดที่ถอดแบบพิมพ์เดียวกันกับเขาราวกับส่องกระจกเงา เด็กหญิงตัวน้อยสะดุดขาตัวเองเล็กน้อยขณะวิ่งเข้ามาหาแม่ ภาคินพุ่งตัวเข้าไปตามสัญชาตญาณ คว้าเอวเล็กๆ นั้นไว้ได้ทันก่อนที่แกจะล้มลงไปกระแทกพื้นพรม ดวงตากลมโตใสแป๋วของน้องลิลเงยขึ้นมองหน้าชายแปลกหน้าผู้มีร่องรอยความตกใจฉายชัดอยู่บนใบหน้า แกเอียงคอมองอย่างสงสัย ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของภาคินเย็นเฉียบลงไปถึงขั้วหัวใจ "คุณลุงหน้าตาเหมือนกระจกของน้องลันกับน้องลิลเลย... ใช่ปะป๋าที่มัมมี่บอกว่าไปดาวดวงอื่นแล้วหรือเปล่าคะ?" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหัวใจที่แหลกสลาย สู่การเผชิญหน้าอันทรงพลังนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (เข็มฉายานิศ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วอย่าหวังจะได้เห็นหน้าลูกแฝด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%