กลิ่นน้ำหอมกลิ่นโปรดของเขา… กลิ่นไม้จันทน์หอมผสมความเย็นยะเยือกของแอมเบอร์ที่ลอยวนเวียนอยู่ปลายจมูก ทำให้ลีลาวดีต้องหยุดฝีเท้าลงทันที บริเวณมุมอับสายตาของล็อบบี้โรงแรมหรูใจกลางเมือง นิ้วเรียวที่กำลังถือเอกสารสำคัญสั่นน้อยๆ โดยที่เธอไม่ยินยอมให้มันเป็นเช่นนั้น
“หนีผมทำไม ลีลาวดี”
เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยจนฝังรากลึกในความทรงจำดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับแรงกดดันจากมวลอากาศรอบตัวที่เปลี่ยนไป ร่างสูงใหญ่ของภาคินก้าวเข้ามาขวางทางไว้อย่างรวดเร็ว ไหล่กว้างและแผ่นอกภายใต้สูทสั่งตัดราคาแพงขยับเข้าใกล้จนเกือบชิด รังสีความเย่อหยิ่งและความร้อนรุ่มในคราวเดียวกันแผ่ซ่านออกมาจนน่าอึดอัด
ลีลาวดีสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ เธอยืดตัวตรง เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ดวงตากลมโตที่เคยฉายแววตัดพ้อและอ่อนล้าในอดีต บัดนี้กลับเรียบเฉย เย็นชา และไร้ซึ่งความหวั่นไหวใดๆ ทั้งสิ้น ราวกับเขาก็เป็นเพียงคนแปลกหน้าคนหนึ่ง
“ฉันไม่ได้หนีค่ะ ท่านประธานภาคิน แค่คนเราถ้าเลือกได้ ก็คงไม่อยากยืนหายใจร่วมกับคนที่ไม่มีความจำเป็นต้องเกี่ยวข้องกันอีก” คำพูดของเธอคมกริบ เชือดเฉือน และตอกย้ำระยะห่างที่เธอจงใจสร้างขึ้นอย่างชัดเจน
ภาคินขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นชัดเจน ดวงตาคมกริบมองสำรวจอดีตภรรยาตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ชุดเดรสเข้ารูปสีดำสนิทขับเน้นทรวดทรงอวบอิ่มที่เย้ายวนขึ้นกว่าเดิม ผิวเนียนละเอียด และท่าทีที่เด็ดเดี่ยวราวกับนางพญา ทำให้หัวใจที่เคยด้านชาของเขากระตุกวูบ ความหึงหวงและความอัดอั้นตันใจที่สะสมมาหลายเดือนระเบิดออกมาเป็นน้ำเสียงลอดไรฟัน
“ไม่มีความจำเป็นอย่างนั้นหรือ? เรายังไม่ได้หย่ากันทางพฤติกรรม… และที่สำคัญ เธอกล้าดีอย่างไรถึงทำเป็นเมินเฉย เดินหนีฉัน ทำตัวห่างเหินราวกับเราไม่เคยนอนร่วมเตียงเดียวกัน!”
“คุณภาคินคะ กรุณามีสติและให้เกียรติสถานที่ด้วยค่ะ” ลีลาวดีสวนกลับทันควัน นัยน์ตาวาวโรจน์ด้วยความโกรธกรุ่นที่ถูกสะกิดแผลเก่า “คำว่า ‘นอนร่วมเตียง’ ที่คุณพูดออกมาอย่างไร้ความละอายนั้น มันเกิดขึ้นในวันที่ฉันไร้ค่าในสายตาคุณไม่ใช่หรือคะ วันที่คุณบอกว่าฉันเป็นได้แค่ภรรยาทางนิตินัย วันที่คุณเหยียบยละความรู้สึกของฉันจนไม่เหลือชิ้นดี จำไม่ได้หรือคะ หรือสมองของคุณเลือกที่จะจำแต่สิ่งที่ตัวเองต้องการ!”
คำพูดแทงใจดำนั้นทำให้ภาคินชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาคู่คมวับไหวด้วยความเจ็บปวดที่เขาไม่เคยยอมรับกับใคร แต่ทว่าความทิฐิที่ค้ำคออยู่ก็ทำให้เขาเลือกที่จะใช้วิธีแข็งกร้าวเข้าข่ม
“แล้วจะให้ฉันทำยังไง! อยากให้ฉันคุกเข่าขอร้องเหรอ? อยากให้ฉันชดใช้ด้วยอะไร ลี! ทุกวันนี้ฉันเหมือนคนบ้าที่วิ่งตามเงาเธอ วิ่งตามหาลูกที่เธอใจร้ายซ่อนเอาไว้จากฉัน!” เขาก้าวประชิดตัวเธอมากขึ้น บังคับให้แผ่นหลังบางต้องแนบติดกับเสาหินอ่อนของล็อบบี้ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้าที่ข้างแก้มของเธอ “เธอทำร้ายฉันเจ็บแสบมากนะ ลีลาวดี การที่เธอตัดขาดและทำตัวห่างเหินใส่ฉัน มันทรมานยิ่งกว่าตายทั้งเป็น เธอรู้ตัวบ้างไหม”
“ทรมานเหรอคะ?” ลีลาวดีแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปาก สวยงามแต่เย็นชาจนบาดลึก “ความทรมานที่คุณรู้สึกตอนนี้ มันยังไม่ถึงหนึ่งในร้อยของความรู้สึกที่ฉันต้องอุ้มท้องร้องไห้คนเดียวในคืนที่ฝนตกหนักหรอกค่ะคุณคิน คุณคิดว่าตัวเองเป็นศูนย์กลางของโลก คนอื่นต้องเจ็บปวดเมื่อคุณไม่สนใจ และต้องดีใจจนเนื้อเต้นเมื่อคุณหันกลับมามองอย่างนั้นหรือคะ? ฝันไปเถอะค่ะ!”
ความโกรธ ความต้องการ และความอัดอั้นที่ต่างฝ่ายต่างเก็บกดไว้ระเบิดปะทะกันกลางอากาศ ภาคินจ้องมองริมฝีปากอิบอิ่มที่ขยับต่อว่าเขาด้วยสายตาร้อนรุ่ม สัญชาตญาณดิบเถื่อนของหมาป่าผู้หิวกระหายเริ่มเข้าครอบงำ มือหนายื่นออกไปรวบเอวคอดกิ่วของเธอเข้าหาตัวอย่างแรงจนแทบไม่มีช่องว่าง ลีลาวดีตกใจ พยายามผลักไสแผ่นอกกว้างนั้นออก แต่แรงมหาศาลของเขากลับทำให้เธอกลายเป็นกวางน้อยที่ติดอยู่ในกรงเล็บ
“ปล่อยนะคะ! คนบ้า! นี่มันล็อบบี้โรงแรม มีคนเดินผ่านไปมา…” เธอขู่เสียงลอดไรฟัน พยายามบิดตัวหนีสัมผัสร้อนผ่าวที่แผดเผาผ่านเนื้อผ้า
“ปล่อยให้โง่สิ…” ภาคินกระซิบชิดริมหู เสียงของเขาแหบพร่าและเต็มไปด้วยแรงปรารถนาอันดิบเถื่อนที่ถูกปลุกเร้าจนยากจะควบคุม ดวงตาดำมืดมองลึกลงไปในดวงตาคู่สวยที่ฉายแววตื่นตระหนก “ในเมื่อเธออยากผลักไสฉันนัก ฉันก็จะทำให้เธอนึกถึงสัมผัสของเรา… สัมผัสที่เธอไม่มีวันลืม แม้แต่ตอนที่นอนอยู่บนเตียงคนเดียว!”
“คุณมัน…”
คำต่อว่าทั้งหมดถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อภาคินก้มลงปิดริมฝีปากอิ่มด้วยความโหยหาและดุดัน รสจูบที่เริ่มต้นด้วยความรุนแรงและลงโทษค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความร้อนรุ่มลึกซึ้ง ลีลาวดีพยายามเม้มปากแน่นและเบือนหน้าหนี แต่ปลายนิ้วแข็งแกร่งที่บีบปลายคางเธอไว้บังคับให้เธอต้องรับสัมผัสวาบหวามนั้นอย่างจำยอม ลิ้นร้อนรุกรานเข้ามาตักตวงความหวานล้ำที่เขาโหยหามาแรมปี กลิ่นอายความเป็นชายและรสชาติคุ้นเคยทำให้หัวใจที่พยายามแข็งกระด้างของเธอกระตุกสั่นอย่างน่าสมเพช
ร่างกายของเธอร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างรวดเร็ว เคมีที่เคยเข้ากันได้ดีอย่างไร้ที่ติกำลังทรยศเธอ ลีลาวดีหลับตาลงด้วยความเจ็บใจที่ต้านทานแรงปรารถนาของเขาไม่ไหว มือที่เคยทุบตีแผงอกเขาค่อยๆ อ่อนแรงลงและจิกเกาะเข้าที่ปกเสื้อสูทของเขาโดยไม่รู้ตัว ภาคินรับรู้ถึงการตอบสนองที่เริ่มอ่อนยวบนั้น ยิ่งได้ใจ เขาเพิ่มน้ำหนักมือรวบกอดเอวเธอแน่นขึ้น บดเบียดริมฝีปากลงมาอย่างเร่าร้อนและยาวนาน ราวกับต้องการสูบวิญญาณของเธอให้หลอมละลายไปกับอ้อมแขนของเขา
ท่ามกลางบรรยากาศที่ระอุไปด้วยไฟเสน่หาและความโกรธเกรี้ยวที่ผสมปนเปกันจนแยกไม่ออก ลีลาวดีหอบหายใจหนักหน่วงเมื่อเขาผริมฝีปากออกช้าๆ ปล่อยให้เธอได้กอบโกยอากาศเข้าปอด ดวงตาคมกริบของภาคินฉายแววพึงพอใจเมื่อเห็นใบหน้าเนียนแดงก่ำและริมฝีปากบวมเจ่อจากการจูบของเขา
“จำไว้… ว่าเธอไม่มีวันหนีฉันพ้น ลีลาวดี” เขา, กระซิบชิดริมฝีปากเธอด้วยน้ำเสียงพร่าสั่นและเปี่ยมด้วยอำนาจ “ต่อให้เธอจะซ่อนลูกไว้ที่ไหน หรือพยายามทำตัวเย็นชาแค่ไหน ร่างกายและหัวใจเธอก็ยังเป็นของฉัน…”
ทว่า ในวินาทีที่ภาคินกำลังจะได้ใจและคิดจะรวบตัวเธอพาขึ้นไปยังห้องพักด้านบน เสียงฝีเท้าที่ก้าวเข้ามาพร้อมกับเสียงใสแจ๋วของเด็กหญิงตัวน้อยก็ดังแทรกขึ้นทำลายความเงียบของมุมอับนั้น
“คุณแม่จ๋า! น้องลันบอกว่าอยากกินไอติมรสช็อกโกแลตค่ะ! เอ๊ะ… คุณแม่ยืนทำอะไรอยู่กับคุณลุงหน้าดุคนนั้นคะ?”
ร่างบางของลีลาวดีสะดุ้งสุดตัว เธอผลักอกภาคินออกสุดแรงด้วยความตกใจ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดหวั่นเมื่อเห็นร่างเล็กป้อมของเด็กหญิงฝาแฝดคนน้องในชุดกระโปรงฟูฟ่องกำลังวิ่งเตาะแตะเข้ามาหา พร้อมกับพี่ชายฝาแฝดที่เดินตามมาติดๆ และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง สายตาของภาคินก็เลื่อนไปสบเข้ากับใบหน้าจิ้มลิ้มของเด็กหญิงตัวน้อยเข้าอย่างจัง—ใบหน้าถอดแบบพิมพ์เดียวกับเขาตอนเด็กราวกับส่องกระจกเงา!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุน "เข็มฉายานิศ" มาโดยตลอดนะคะ
หย่าแล้วอย่าหวังจะได้เห็นหน้าลูกแฝด•ตอนที่ 25
ปะทะเดือดที่ล็อบบี้โรงแรม
ผลงานโดย เข็มฉายานิศ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มฉายานิศ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วอย่าหวังจะได้เห็นหน้าลูกแฝด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!