แฟ้มเอกสารรายงานประจำไตรมาสถูกวางลงบนโต๊ะทำงานด้วยแรงกระแทกเบาๆ ทว่าน้ำหนักของมันกลับมากพอที่จะทำให้เลขาธิการสาวหน้าห้องอย่าง 'พิมพ์' ต้องชะوبปากกาในมือแล้วเงยหน้าขึ้นมองเจ้านายหนุ่มด้วยแววתาประหลาดใจ
นี่คือครั้งที่สามในรอบสัปดาห์ ที่ประธานกรรมการบริหารผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเยือกเย็น ไร้ความยืดหยุ่น และเกลียดความเยิ่นเย้อเข้ากระดูกดำ อย่าง 'ภาคิน' เดินดุ่มๆ ออกมาจากห้องทำงานส่วนตัวเพื่อนำแฟ้มจิปาถะเหล่านี้มาส่งให้เธอด้วยตัวเอง ทั้งที่ในยามปกติ หน้าที่เช่นนี้เป็นของเด็กฝึกงานหรือพนักงานส่งเอกสารระดับล่างสุดด้วยซ้ำ
"บอสคะ... มีอะไรให้พิมพ์จัดการเป็นพิเศษหรือเปล่าคะ" พิมพ์เอ่ยถามด้วยความระมัดระวัง พร้อมกับปรายตามองสันแฟ้มสีน้ำเงินเข้มที่คุ้นตา มันไม่ใช่แฟ้มโครงการใหญ่โตของบริษัท แต่เป็น... สัญญาว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาด้านการตลาดอิสระแห่งหนึ่ง ซึ่งเพิ่งชนะการประมูลไปหมาดๆ
ภาคินไม่ตอบทันที ชายหนุ่มในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปสีเทาเข้มยืนค้ำโต๊ะทำงานของเธอ ปลายเรียวลิ้นกวาดผ่านริมฝีปากหยได้รูปที่เม้มเข้าหากันเล็กน้อย ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวทอดมองออกไปนอกกระจกใสบานใหญ่ที่สะท้อนภาพตึกสูงระฟ้า ทว่าในหัวของเขากลับมีภาพใบหน้าเรียวรีของใครบางคนซ้อนทับอยู่
"บริษัท 'ลีลาวดี คอนサルティング' นี่..." ภาคินเอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มต่ำเรียบเฉยแต่แฝงไว้ด้วยความจงใจบางอย่าง "ทำไมขั้นตอนการอนุมัติงบประมาณถึงได้ล่าช้าแบบนี้ ฉันบอกแล้วไม่ใช่เหรอว่างานของบริษัทนี้ให้จัดลำดับความสำคัญเป็นอันดับแรก"
พิมพ์กระพริบตาปริบๆ สมองประมวลผลอย่างรวดเร็ว "เอ่อ... แต่คุณภาคินคะ ตามขั้นตอนปกติแล้ว ทางนั้นเพิ่งส่งเอกสารยืนยันตัวตนมาเมื่อวานนี้เองค่ะ และทางฝ่ายบัญชีก็กำลังตรวจสอบความถูกต้องตามระเบียบ ไม่ได้ล่าช้าเลยนะคะ"
คิ้วเข้มของภาคินขมวดเข้าหากันนิดๆ ความหงุดหงิดฉายชัดขึ้นในแววตา "ระเบียบก็ส่วนระเบียบ แต่ฉันเป็นผู้บริหารสูงสุด ฉันบอกให้เร่งก็คือต้องเร่ง โทรไปบอกฝ่ายการเงินซะ ว่าให้เซ็นอนุมัติงบก้อนแรกภายในบ่ายวันนี้... อ้อ แล้วก็บอกพวกเขาด้วยว่า ฉันจะเป็นคนตรวจรับงานของบริษัทนี้ด้วยตัวเองทุกขั้นตอน"
คำสั่งนั้นทำให้พิมพ์ถึงกับอ้าปากค้างเล็กน้อย เธอทำงานรับใช้เขามาหลายปี ไม่เคยมีสักครั้งที่ประธานหนุ่มจอมเนี๊ยบจะลงมาคลุกคลีกับงานระดับปฏิบัติการด้วยตัวเอง โดยเฉพาะกับบริษัทที่ปรึกษาขนาดกลางที่เพิ่งตั้งไข่ได้ไม่นานเช่นนี้ เว้นเสียแต่ว่า... เบื้องหลังของบริษัทนั้นจะมีเจ้าของที่ทำให้หัวใจศิลาของท่านประธานสั่นคลอน
"ค่ะ... พิมพ์จะรีบจัดการให้นะคะ" เธอกลรับคำอย่างจำยอม แม้ในใจจะเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถามก็ตาม
เมื่อเลขาฯ สาวรับคำ ภาคินก็พยักหน้ารับสั้นๆ ก่อนจะหมุนตัวเดินกลับไปยังห้องทำงานของตนเอง ทว่าเมื่อผลักบานประตูไม้เนื้อดีเข้ามา ความเงียบงันและว่างเปล่าภายในห้องกลับทำให้ลมหายใจของเขาสะดุดลงวูบหนึ่ง
ภาพความทรงจำเมื่อหลายปีก่อนย้อนกลับมาทับซ้อน... ภาพของลีลาวดีในยามที่เธอยังคงเป็นภรรยาผู้ภักดี หญิงสาวร่างบางที่มักจะหอบหิ้วปิ่นโตอาหารยามดึกมาคอยที่ห้องทำงานนี้ เธอมักจะนั่งเงียบๆ ที่โซฟามุมห้อง ไม่เคยบ่น ไม่เคยเรียกร้อง แม้ว่าเขาจะหลงลืมความสำคัญของเธอไปสิ้นซอด... กระทั่งวันที่เธอตัดสินใจก้าวออกไปจากชีวิตพร้อมกับความเย็นชาที่เขาไม่มีวันลืม
*‘ถ้าคุณไม่เคยรักฉัน... ปล่อยฉันไปเถอะนะคะ’*
เสียงหวานที่สั่นเครือในวันนั้นยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท ราวกับมีใครเอาค้อนมาทุบซ้ำลงกลางอกทุกครั้งที่เขานึกถึงมัน
ภาคินหย่อนกายลงนั่งบนเก้าอี้หนังราคาแพง นิ้วเรียวยาวเคาะโต๊ะทำงานเป็นจังหวะ ปลายนิ้วสัมผัสกับกรอบรูปบนโต๊ะที่ว่างเปล่า... ใช่ มันว่างเปล่า เพราะเขาเป็นคนกวาดทุกอย่างทิ้งด้วยมือของตัวเองในวันที่ความทิฐิบอดบังปัญญา กระทั่งวันที่รู้ความจริงว่าเธอเจ็บปวดเจียนตายแค่ไหน และที่สำคัญที่สุด... เธอกล้าซ่อนพยานรักตัวน้อยๆ ทั้งสองคนไว้จากสายตาของเขา
เสียงโทรศัพท์บนโต๊ะทำงานแผדเสียงเตือนขัดจังหวะความคิด ภาคินกดรับด้วยความหงุดหงิด
"ว่าไง"
("คุณคินคะ... คุณแม่เองนะลูก") เสียงนุ่มนวลแต่ทรงอำนาจของคุณหญิงรสринดังลอดเข้ามาตามสาย ทำเอาชายหนุ่มต้องผ่อนลมหายใจยาวเหยียดออกทางจมูก
"ครับแม่ มีอะไรหรือเปล่าครับ ถึงได้โทรมาหาผมเวลานี้"
("ทำไม แม่จะโทรหาลูกชายตัวเองไม่ได้หรือไง หรือว่าช่วงนี้ยุ่งอยู่กับการตามรังควานยายลีเขา จนไม่มีเวลาแม้แต่จะรับโทรศัพท์แม่") น้ำเสียงของผู้เป็นแม่เจือแววประชดประชันอย่างไม่ปิดบัง ทำให้ภาคินถึงกับมุมปากกระตุก
"ผมไม่ได้รังควานยาย... ลีสักหน่อยครับแม่ ผมแค่... ไปติดต่อเรื่องงาน"
("งาน?") คุณหญิงรสринหัวเราะในลำคออย่างรู้ทัน ("บริษัทที่ปรึกษาเล็กๆ นั่นน่ะนะ ที่แกเพิ่งอนุมัติงบให้เมื่อสัปดาห์ก่อน แกคิดว่าแม่หูหนาตาบอดหรือไงคิน ยายลีเขาเก่ง เขาสร้างเนื้อสร้างตัวขึ้นมาได้ด้วยลำแข้งตัวเองโดยไม่พึ่งพาเงินสักแดงจากตระกูลเรา แกอย่าคิดเอาเรื่องงานไปบีบบังคับเขาเชียวนะ ไม่อย่างนั้นแม่นี่แหละจะไปรับยายลีกับหลานมาอยู่ด้วยที่คฤหาสน์ แล้วตัดชื่อแกออกจากกองมรดกซะ")
คำขู่ของผู้เป็นแม่ไม่ได้ทำให้ภาคินสะดุ้งสะเทือนในเรื่องมรดก แต่คำว่า *'รับยายลีกับหลานมาอยู่ด้วย'* ต่างหากที่ทำให้ดวงตาคมกริบวาวโรจน์ขึ้นมาทันที
"ไม่ได้นะครับแม่! นั่นเมียผม... เอ๊ย อดีตเมียผมกับลูกของผมนะ!"
("แล้วไงล่ะ? ตอนที่แกผลไสไล่ส่งเขา แกเคยคิดไหมว่าเขาคือเมียและลูก") คุณหญิงรสринถอนหายใจยาวด้วยความระอา ("ถ้าอยากจะได้พวกเขากลับคืนมา ก็ใช้สมองและความจริงใจเข้าสู้ ไม่ใช่ใช้อำนาจเงินซื้อทางลัด จำไว้!")
สายถูกตัดไปแล้ว ทว่าคำพูดของมารดายังคงก้องอยู่ในหัว ภาคินขบกรามแน่นจนกล้ามเนื้อสันกรามขึ้นเป็นสันนูน เขาไม่ใช่คนที่จะยอมแพ้อะไรได้ง่ายๆ ในเมื่อเธอยังใจแข็ง ปิดตายประตูหัวใจ และพยายามกีดกันไม่ให้เขาเข้าหน้าลูกแฝด... เขาก็จะใช้ทุกวิถีทางพังทลายกำแพงนั้นลงให้ดู
ตกบ่าย...
ณ สำนักงานชั่วคราวของ 'ลีลาวดี คอนサルティング' ตั้งอยู่ใจกลางย่านธุรกิจ บรรยากาศภายในออฟฟิศขนาดกะทัดรัดเต็มไปด้วยความกระตือรือร้นของพนักงานไม่กี่ชีวิต ลีลาวดีในชุดสูทกระโปรงเข้ารูปสีครีมดูสง่างามและน่าเกรงขาม ใบหน้างามที่เคยอ่อนหวานในอดีต บัดนี้กลับถูกแต่งแต้มด้วยความมั่นเด็ดเดี่ยว แววตาคู่สวยฉายประกายความเฉลียวฉลาดในยามที่เธอกำลังตรวจทานแผนงานบนหน้าจอแท็บเล็ต
"คุณลีคะ... มีแขกมารอพบที่ห้องรับรองค่ะ" เสียงของเลขาฯ สาวประจำบริษัทเดินเข้ามาแจ้งด้วยสีหน้าเลิกลั่กเล็กน้อย
ลีลาวดีเงยหน้าขึ้นจากจอแท็บเล็ต คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันนิดหน่อย "แขกเหรอคะ ใครกันนัดไว้หรือเปล่า"
"เปล่าค่ะ... แต่เขาบอกว่าเป็น... ตัวแทนจากบริษัทคู่ค้ารายใหญ่ ที่ต้องการมาตรวจรับงานด้วยตัวเองค่ะ"
คำว่า 'ตรวจรับงานด้วยตัวเอง' พร้อมน้ำเสียงอ้ำอึ้งของเลขาฯ ทำให้ลีลาวดีสังหรณ์ใจแปลกๆ เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูงสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ ก่อนจะก้าวเท้าเดินไปยังห้องรับรองด้วยท่าทีสงบนิ่ง ทว่าหัวใจกลับเต้นรัวขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ
และทันทีที่เธอผลักบานประตูกระจกฝ้าเข้าไป ภาพของชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีเข้มที่กำลังยืนหันหลังมองออกไปนอกหน้าต่าง ก็ทำให้เลือดในกายของลีลาวดีเย็นเฉียบลงชั่วขณะ
ภาคินหมุนตัวกลับมา... ดวงตาคมกริบคู่นั้นจับจ้องมาที่เธอด้วยประกายไฟที่ร้อนแรงเสียจนคนมองรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง รอยยิ้มมุมปากที่ปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลานั้นเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์และดุดันดั่งห้ยาร้ายที่ต้อนเหยื่อจนมุม
"สวัสดีครับคุณลีลาวดี... ไม่เจอกันนานนะ หวังว่าโปรเจกต์นี้ของเรา จะทำให้เราได้ 'ร่วมงาน' กันอย่างใกล้ชิดเสียหน่อยนะ"
ลีลาวดีกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความโกรธผสมผสานกับความตื่นตระหนกพวยพุ่งขึ้นมาในอก "คุณภาคิน! คุณเข้ามาในนี้ได้ยังไง แล้วบริษัทคุณไม่มีงานทำหรือไง ถึงได้ว่างมาเดินตรวจงานบริษัทเล็กๆ แบบนี้!"
ภาคินก้าวเท้าเข้ามาหาเธอทีละก้าว... ช้าๆ ทว่ามั่นคง ราวกับราชสีห์ที่กำลังเดินเข้าหาเหยื่ออันโอชะ กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นอายบุหรี่จางๆ ลอยปะทะจมูกทำให้หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวอย่างควบคุมไม่ได้
"งานน่ะมีเยอะ..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบชิดริมหู เมื่อร่างสูงก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอจนแผ่นหลังชนเข้ากับบานประตูกระจกอย่างจัง "แต่ไม่มีงานไหน... ที่สำคัญเท่ากับการตามทวง 'ภรรยา' และ 'ลูก' ของผมคืนหรอกนะ ลี..."
ลีลาวดีเบิกตากว้าง พยายามจะผลักอกแกร่งออกไป แต่ทว่าวงแขนแข็งแรงกลับโอบรัดเอวบางไว้แน่น ราวกับกรงเหล็กที่ไม่มีวันหลุดพ้น ลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดต้นคอทำให้สติสัมปชัญญะของเธอกระเจิดกระเจิง
ในวินาทีที่เธอกำลังจะอ้าปากต่อว่า เขาก็โน้มใบหน้าลงมาประกบเรียวปากหยักเข้ากับริมฝีปากของเธออย่างอุกอาจและโหยหา!
มันไม่ใช่จูบแห่งการบังคับขู่เข็ญ... แต่เป็นรสจูบที่เปี่ยมไปด้วยความโหยหา รุ่มร้อน และดึงดูดใจจนร่างบางแทบละลายคาอ้อมอก ลีลาวดีเบิกตากว้างด้วยความตกใจ สมองขาวโพลนไปหมดเมื่อเรียวลิ้นร้อนรุกรานเข้ามาตักตวงความหวานล้ำที่เขาไม่ได้ลิ้มลองมานานแสนนาน แรงต้านทานในตอนแรกค่อยๆ มลายหายไป ถูกแทนที่ด้วยความหวามไหวที่สั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจ
เพล้ง!...
เสียงแฟ้มเอกสารในมือของใครบางคนที่ร่วงหล่นลงกับพื้นดังสนั่น ลีลาวดีสะดุ้งสุดตัว ผลักอกสามีเก่าออกเต็มแรง ดวงตาคู่สวยหันไปมองตามต้นเสียงด้วยความตกใจสุดขีด
ที่หน้าประตูกระจก... ร่างเล็กป้อมของเด็กชายและเด็กหญิงฝาแฝดหน้าตาน่ารักน่าชังกำลังยืนอ้าปากค้าง ดวงตากลมโตทั้งสองคู่เบิกกว้างด้วยความตกตะลึง
และที่สำคัญที่สุด... ดวงตาคู่นั้น ถอดแบบมาจากภาคินราวกับพิมพ์เดียวกัน!
---
*รี้ดขา... เตรียมใจรับมือกับความคลั่งรักแบบกู่ไม่กลับของพ่อคุณเขากันได้เลยนะคะ รับรองว่าตอนหน้าแซ่บสะใจจนลืมหายใจแน่นอนค่ะ!* 😉✨
หย่าแล้วอย่าหวังจะได้เห็นหน้าลูกแฝด•ตอนที่ 23
การตามตื๊อของอดีตสามี
ผลงานโดย เข็มฉายานิศ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มฉายานิศ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วอย่าหวังจะได้เห็นหน้าลูกแฝด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!