ซองเอกสารสีน้ำตาลในมือสั่นเทา ราวกับมันกำลังแบกรับน้ำหนักของบาปมหันต์ที่ภาคินได้ก่อไว้ตลอดหลายปีที่ผ่านมา
ห้องรับรองพิเศษของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังเงียบงันจนได้ยินเสียงลมหายใจที่ติดขัดของประธานหนุ่มผู้เคยเย่อหยิ่งและเย็นชา ภาคินในเวลานี้ไม่ได้หลงเหลือมาดอันน่าเกรงขามอีกต่อไป ดวงตาคมกริบที่เคยใช้มองภรรยาด้วยความดูแคลน แดงก่ำและรื้นไปด้วยหยาดน้ำใส ขณะที่กระดาษแผ่นสำคัญถูกดึงออกมาจากซองด้วยปลายนิ้วที่ไร้เรี่ยวแรง
ลีลาวดยืนกอดอกพิงผนังห้องด้วยท่าทีสงบนิ่ง ทว่าแววตาที่ทอดมองอดีตสามีกลับเต็มไปด้วยความซับซ้อน เธอยังจำความเจ็บปวดในวันที่เธออุ้มท้องโตหนีออกจากบ้านหลังนั้นได้ วันที่เขาไล่เธอราวกับไม่ใช่คน วันที่เขาหย่าขาดจากเธอโดยไม่แยแสแม้แต่น้อยว่าในท้องของเธอมีสายเลือดของเขาอยู่ด้วย
"ผลตรวจ..." เสียงทุ้มต่ำของภาคินแหบพร่าจนแทบไม่ได้ยิน เขากลืนก้อนสะอื้นลงคออย่างยากลำบาก สายตากวาดมองตัวอักษรและตัวเลขบรรทัดสุดท้ายซ้ำแล้วซ้ำเล่า ราวกับไม่เชื่อสิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า
*ความน่าจะเป็นที่บิดaคือ 99.99%*
โลกทั้งใบคล้ายหยุดหมุน ภาคินรู้สึกเหมือนถูกสายฟ้าฟาดลงกลางใจอย่างจัง ร่างสูงใหญ่ที่เคยยืนหยัดอย่างมั่นคงกลับทรุดฮวบลงกับพื้นห้องอย่างไร้ศักดิ์ศรี เข่าทั้งสองข้างกระแทกกับพื้นพรมหนานุ่ม แต่มันไม่ได้สร้างความเจ็บปวดใดๆ ได้เท่ากับความจริงที่กรีดแทงลึกลงไปในขั้วหัวใจ
เด็กแฝด... น้องลันและน้องลิล เลือดเนื้อเชื้อไขของเขา ลูกที่เขาเคยปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย ลูกที่เขาเคยโง่เขลาปล่อยให้หลุดมือไป และเกือบจะสูญเสียพวกแกไปตลอดกาล
"ลี..." ภาคินเปล่งเสียงเรียกชื่ออดีตภรรยาอย่างเวทนา มือหนายกขึ้นกุมขมับก่อนจะปล่อยให้มันร่วงลงแนบลำตัวอย่างไร้เรี่ยวแรง เขาเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาว หยาดน้ำตาที่กลั้นไว้ไหลรินอาบแก้มสากอย่างไม่อายใคร "พี่... พี่ทำอะไรลงไป..."
ลีลาวดยังคงยืนนิ่ง เธอไม่ได้ขยับเข้าไปใกล้ และไม่ได้แสดงความสมเพชเวทนา มีเพียงความว่างเปล่าในแววตาที่สะท้อนความเจ็บปวดในอดีตขึ้นมาวูบหนึ่ง ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความเด็ดเดี่ยว
"คุณเพิ่งรู้ตัวตอนนี้มันไม่สายไปหน่อยเหรอคะ คุณภาคิน" น้ำเสียงของลีลาวดยังคงราบเรียบ ทว่าทุกคำพูดกลับเชือดเฉือนหัวใจของคนฟังจนแหลกสลาย "วันที่ฉันอุ้มท้องไปร้องขอความเห็นใจจากคุณ คุณทำอะไร? วันที่ฉันแทบไม่เหลือแม้แต่แรงจะหายใจ คุณไล่ฉันออกจากชีวิตอย่างไม่ลังเลด้วยซ้ำ"
"ลี... พี่ขอโทษ พี่มันโง่ พี่มันเลวเอง..." ภาคินคลานเข้าไปหาอดีตภรรยาอย่างหมดสภาพ มือใหญ่เอื้อมไปหมายจะแตะชายกระโปรงของเธอ แต่ลีลาวดยกเท้าถอยหลังหลบอย่างรักษาระยะห่าง
"อย่ามาแตะต้องตัวฉัน!" เธอเอ่ยเสียงแข็ง แววตาดุดันขึ้นมาทันที "คุณไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเรียกชื่อฉันด้วยซ้ำ อย่าลืมนะคะว่าเราหย่ากันขาดแล้ว และทางกฎหมาย... เด็กสองคนเป็นลูกของฉันแต่เพียงผู้เดียว!"
คำว่า 'แต่เพียงผู้เดียว' เหมือนคมมีดที่กรีดซ้ำลงบนแผลเดิม ภาคินเจ็บปวดจนแทบกระอักเลือด เขารู้ดีว่าความผิดบาปที่ตนเองได้สร้างขึ้นนั้นช่างใหญ่หลวงเกินกว่าจะหาคำแก้ตัวใดๆ มาลบล้างได้ เขายอมรับว่าเขาตาบอดและโง่เง่าเพียงใดที่ปล่อยให้เพชรแท้หลุดมือไป เพียงเพราะความเย่อหยิ่งและอคติบังตา
"พี่รู้... พี่รู้ว่าพี่ไม่มีสิทธิ์อะไรเลย" ภาคินเสียงสั่นเครือ น้ำตาของผู้ชายที่เคยแข็งแกร่งที่สุดไหลรินออกมาอย่างไม่อายฟ้าดิน เขายกมือขึ้นกราบลงแทบเท้าของหญิงสาว แม้เธอจะพยายามถอยหนีแต่เขาก็ยังคงก้มหน้าแนบพื้นพรมด้วยความสำนึกผิด "แต่ได้โปรดเถอะลี... ให้โอกาสพี่ได้ไถ่บาป ให้โอกาสพี่ได้ทำหน้าที่พ่อ... ให้พี่ได้กอดลูกบ้าง ได้โปรด..."
ภาพของประธานหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล ยอมคุกเข่าก้มกราบอดีตภรรยาอย่างหมดทางสู้ เป็นภาพที่สะท้อนความดราม่าบีบคั้นหัวใจอย่างถึงที่สุด ลีลาวดยืนมองภาพนั้นด้วยหัวใจที่ไหววูบ ความเคียดแค้นชิงชังที่เคยสุมอกมานานนับปี ค่อยๆ ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกซับซ้อนที่ยากจะอธิบาย
ในขณะที่บรรยากาศในห้องกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นเบาๆ ก่อนที่บานประตูจะถูกผลักเปิดออกอย่างช้าๆ
ร่างเล็กป้อมของเด็กแฝดชายหญิงในชุดเสื้อผ้าสีพาสเทลน่ารักวิ่งเข้ามาในห้องด้วยรอยยิ้มสดใส โดยมีคุณหญิงรสาผู้เป็นย่าเดินตามเข้ามาด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน
"คุณแม่คะ! น้องลันหิวน้ำ..." เสียงใสแจ๋วของน้องลิลขาดหายไปเมื่อดวงตากลมโตคู่สวยก้มลงมองเห็นชายแปลกหน้านั่งคุกเข่าร้องไห้อยู่แทบเท้าของมารดา เด็กหญิงเอียงคอมองด้วยความสงสัย ขณะที่คุณหญิงรสาชะงักฝีเท้าลงเมื่อเห็นสภาพของบุตรชาย
ภาคินสะดุ้งสุดตัว เขารีบปาดน้ำตาบนใบหน้าลวกๆ แล้วหันไปมองเด็กน้อยทั้งสองที่ยืนกิ่งหวาดกลัวอยู่ข้างหลังอดีตภรรยา หัวใจของเขาเต้นรัวแรงจนแทบกระเด็นออกมานอกอก เมื่อดวงตากลมโตคู่นั้นมองตรงมาที่เขา—ดวงตาคู่เดียวกับเขาราวกับถอดพิมพ์เดียวกัน
"คุณคิน..." เสียงของคุณหญิงรสาเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ "ลูกรู้ความจริงทั้งหมดแล้วสินะ"
ภาคินหันกลับไปมองมารดาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิดและโหยหา ก่อนที่สายตาของเขาจะเลื่อนกลับไปมองเด็กแฝดทั้งสองคนที่กำลังก้าวเข้ามาใกล้เขาเรื่อยๆ อย่างไร้เดียงสา
ทว่า... ก่อนที่ภาคินจะได้เอ่ยคำใดออกไป ร่างเล็กๆ ของน้องลันก็เดินมาหยุดยืนตรงหน้าเขา เอื้อมมือป้อมๆ มาแตะที่หัวไหล่กว้างของเขาเบาๆ ด้วยความไร้เดียงสา พร้อมกับเอียงคอถามประโยคที่ทำให้ลมหายใจของภาคินสะดุดกึก
"คุณอา... ร้องไห้ทำไมเหรอฮะ? หน้าตาคุ้นจัง... เหมือนคุณพ่อในรูปถ่ายของแม่เลย"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความเจ็บปวดและรอคอยความหวังไปพร้อมๆ กับตัวละครของเข็มฉายานิศนะคะ
หย่าแล้วอย่าหวังจะได้เห็นหน้าลูกแฝด•ตอนที่ 31
สายฟ้าฟาดกลางใจ
ผลงานโดย เข็มฉายานิศ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มฉายานิศ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วอย่าหวังจะได้เห็นหน้าลูกแฝด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!