“นี่หรือ... ลูกของเธอ?”
น้ำเสียงของภาคินสั่นพร่า ร่างสูงใหญ่ที่เคยทระนงองอาจในมาดนักธุรกิจผู้เย็นชา บัดนี้กลับดูสั่นคลอนราวกับชายหนุ่มที่เพิ่งค้นพบสมบัติล้ำค่าที่สุดในชีวิตที่เขาเคยทำหล่นหายไปเองกับมือ สายตาคมกริบดุจเหยี่ยวคู่นั้นกวาดมองไปที่เด็กแฝดชายหญิงตัวน้อยที่ซุกกายอยู่หลังแผ่นหลังบางของลีลาวดี
“เรื่องนั้นไม่เกี่ยวกับคุณ” ลีลาวดีตอบโต้ทันควัน น้ำเสียงของเธอราบเรียบ ทว่าแฝงไปด้วยความแข็งกร้าวที่เขาไม่เคยรู้จักมาก่อน เธอขยับตัวบัง ‘น้องลัน’ และ ‘น้องลิล’ ไว้มิด ราวกับจะป้องกันไม่ให้เปลวไฟในดวงตาของชายตรงหน้าแผดเผาแก้วตาดวงใจของเธอ
“ไม่เกี่ยวได้อย่างไรลี! ดวงตาแบบนั้น จมูกแบบนั้น...” ภาคินก้าวเข้าหาหนึ่งก้าวอย่างลืมตัว มือหนาสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อเขาพยายามจะเอื้อมไปแตะไหล่ของหญิงสาว แต่แล้วเขาก็ชะงักค้างเมื่อเห็นแววตาเกลียดชังที่ส่งผ่านมา
ท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียดจนแทบขาดสะบั้น เสียงรถยนต์คันหรูที่แล่นเข้ามาจอดที่ลานจอดรถส่วนตัวของคาเฟ่แห่งหนึ่งใจกลางเมืองก็ดังขึ้น ธีรดนย์ เพื่อนสนิทที่เป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจของภาคินก้าวลงจากรถด้วยท่าทางเร่งรีบ เขาตั้งใจจะมาพบภาคินเพื่อคุยเรื่องโปรเจกต์งานที่ค้างคา แต่เมื่อกวาดสายตามาเห็นภาพตรงหน้า เขาก็ชะงักกึก
“อ้าว คิน? นายมาทำอะไรที่นี่... แล้วนั่น...” ธีรดนย์เดินเข้ามาใกล้ ก่อนจะหันไปเห็นเด็กสองคนที่ยืนอยู่ข้างหลังลีลาวดี เขาเบิกตากว้าง ความจำในอดีตผุดพรายขึ้นมาในหัวทันที “เฮ้ย! นี่มัน...”
ธีรดนย์มองหน้าลีลาวดี สลับกับใบหน้าของเด็กชายตัวน้อยที่ยืนกอดขาแม่ไว้แน่น ก่อนจะหันกลับไปมองภาคินแล้วร้องอุทานออกมาด้วยความตกใจอย่างปิดไม่มิด
“ไอ้คิน! มึงดูเด็กคนนี้สิ! นี่มันถอดพิมพ์เขียวมึงตอนเด็กเป๊ะเลยไม่ใช่เหรอวะ? ตาคู่นี้ คิ้วแบบนี้... กูนึกว่าเห็นมึงย้อนเวลากลับไปตอนห้าขวบเสียอีก!”
บรรยากาศรอบตัวคล้ายถูกแช่แข็งในทันที ลีลาวดีกัดริมฝีปากจนห่อเลือด หัวใจของเธอเต้นรัวด้วยความตระหนก ความลับที่เธออุตส่าห์เก็บงำมาตลอดหลายปี บัดนี้กำลังจะถูกเปิดโปงด้วยคำพูดที่ซื่อตรงเกินไปของเพื่อนสนิทเขา
“หุบปากของมึงซะ ธีรดนย์” ภาคินตวาดลั่น ดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ ไม่ใช่ด้วยความโกรธ แต่ด้วยความสับสนและความตื่นเต้นที่อัดแน่นจนอกแทบระเบิด เขาไม่ได้ต้องการคำยืนยันจากคนอื่น เขารู้ดีแก่ใจตั้งแต่สบตาเด็กทั้งสองคนแล้วว่าสิ่งนี้คือเลือดเนื้อเชื้อไขของเขาอย่างแน่นอนที่สุด
“คิน... นายฟังนะ” ลีลาวดีสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามรวบรวมสติที่กระจัดกระจาย “ต่อให้เด็กคนนี้จะหน้าตาเหมือนคุณขนาดไหน แต่มันก็ไม่ได้แปลว่าเขาเป็นของคุณ พวกเขาคือลูกของฉัน... เป็นลูกที่ฉันอุ้มท้องและเลี้ยงดูมาด้วยตัวคนเดียว ในวันที่คุณไม่เคยแม้แต่จะหันมามอง”
“ลี... ผม...” ภาคินพยายามจะเอ่ยคำขอโทษ แต่ความจุกแน่นในลำคอทำให้เขาพูดไม่ออก คำว่า ‘ขอโทษ’ ที่เคยฝึกซ้อมในใจนับพันครั้งกลับดูไร้ความหมายเมื่อเผชิญกับความจริงอันโหดร้ายที่เขาเป็นคนสร้างขึ้น
“อย่ามาทำเป็นเสียใจตอนนี้เลยค่ะ” ลีลาวดีแค่นยิ้มขมขื่น ก่อนจะก้มลงอุ้มลูกสาวตัวน้อยขึ้นแนบอก “เรากลับกันเถอะลูก... ที่นี่อากาศไม่ค่อยดี”
“เดี๋ยว! ลี!” ภาคินรีบคว้าข้อมือเธอไว้ แรงบีบนั้นไม่ได้รุนแรงเหมือนในอดีต แต่มันเต็มไปด้วยความอ้อนวอนที่น่าเวทนาที่สุดเท่าที่เธอเคยเห็น “ให้โอกาสผม... แค่สักครั้ง ให้ผมได้ทำหน้าที่พ่อ... ได้โปรด”
ลีลาวดีไม่ได้หันกลับไปมอง เธอเพียงแค่นิ่งค้างอยู่ชั่วครู่ก่อนจะสะบัดมือเขาออกอย่างนุ่มนวล ทว่าเด็ดขาด “โอกาสที่คุณเคยมี คุณทำลายมันไปตั้งแต่วันที่เซ็นใบหย่าแล้วค่ะ ภาคิน... อย่าหวังเลยว่าความเห็นใจที่เคยมีให้ จะถูกนำมาใช้กับคุณได้อีกครั้ง”
เธอก้าวเดินจากไปพร้อมกับลูกน้อย ทิ้งให้ภาคินยืนนิ่งค้างอยู่กลางแสงแดดที่เริ่มคล้อยต่ำลง ท่ามกลางสายตาที่งุนงงของธีรดนย์ที่ยังคงยืนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้น
ภาคินยืนมองแผ่นหลังของเธอที่ไกลออกไปเรื่อยๆ ในใจของเขากำลังต่อสู้กับทิฐิที่เคยมีมาตลอดชีวิต ความรัก ความเสียดาย และความรู้สึกผิดตีรวนกันจนปั่นป่วน เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาในจังหวะที่มือยังสั่นสะท้าน กดต่อสายถึงเลขาส่วนตัวด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบกว่าครั้งไหนๆ
“ตามสืบให้ได้... ว่าลีลาวดีพาเด็กไปอยู่ที่ไหน และส่งข้อมูลการแพทย์ย้อนหลังทั้งหมดของเด็กสองคนนี้มาให้ฉันเดี๋ยวนี้”
เขาไม่สนแล้วว่าจะต้องใช้วิธีสกปรกแค่ไหน หรือต้องทำให้เธอเกลียดเขามากขึ้นเพียงใด ในเมื่อตอนนี้ ‘โซ่ทอง’ ที่จะมัดตัวเธอไว้กับเขาได้ตลอดไปปรากฏตัวขึ้นแล้ว ต่อให้ต้องพลิกแผ่นดินหา หรือต้องแลกด้วยทุกอย่างที่เขามี เขาก็จะไม่มีวันปล่อยให้ลูกเมียของเขาหลุดมือไปเป็นครั้งที่สอง
ทว่าในวินาทีที่เขากำลังจะก้าวเท้าเดินตามไป เสียงโทรศัพท์อีกสายก็ดังแทรกเข้ามา เป็นสายจากคุณหญิงรสริน มารดาผู้กุมความลับบางอย่างที่เขาไม่เคยรู้มาก่อน
“คิน... แม่มีเรื่องสำคัญต้องบอกลูก เรื่องที่แม่ปิดบังไว้เกี่ยวกับลีลาวดี... เรื่องของผลตรวจที่โรงพยาบาลในวันที่เธอหย่ากับลูก”
ภาคินชะงักเท้าที่ก้าวออกไป ใจเขาสั่นไหวอย่างรุนแรงเมื่อได้ยินประโยคนั้น เขาหันหลังกลับมามองเงาของลีลาวดีที่ลับสายตาไป พร้อมกับความรู้สึกที่ว่า... เรื่องราวทั้งหมดอาจซับซ้อนและน่าตกใจกว่าที่เขาคิดไว้หลายเท่าตัวนัก
เข็มฉายานิศขอขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้ตัวละครเหล่านี้อย่างอบอุ่นเสมอมานะคะ
หย่าแล้วอย่าหวังจะได้เห็นหน้าลูกแฝด•ตอนที่ 27
ความจริงที่เริ่มสั่นคลอน
ผลงานโดย เข็มฉายานิศ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มฉายานิศ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วอย่าหวังจะได้เห็นหน้าลูกแฝด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!