"ออกไปจากห้องทำงานของผม เดี๋ยวนี้"
เสียงทุ้มต่ำของอาคิราไม่ได้สั่นเครือ แต่มันเปี่ยมไปด้วยแรงกดดันชนิดที่ทำให้คนฟังรู้สึกได้ถึงความเย็นเยียบที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นในบรรยากาศ เขาไม่ได้ตะคอก แต่ทุกคำที่หลุดออกมาเหมือนใบมีดโกนที่กรีดผ่านความเงียบงันภายในเซฟเฮาส์ชั้นดาดฟ้าที่เขาใช้เวลาออกแบบมานานแรมเดือน
บนโซฟาหนังสีดำตัวหรูที่เขาเพิ่งสั่งนำเข้าจากอิตาลี ร่างสูงโปร่งของชายหนุ่มอีกคนกำลังเหยียดตัวนอนพาดขายาวอย่างถือวิสาสะ ธันวา... นักสืบเอกชนที่ขึ้นชื่อเรื่องความกวนประสาทและวิธีการทำงานที่ไร้กฎเกณฑ์กำลังจิบวิสกี้ในแก้วคริสตัลอย่างสบายอารมณ์ ราวกับนี่คือบ้านพักตากอากาศส่วนตัว ไม่ใช่พื้นที่ลับที่ออกแบบมาเพื่อความปลอดภัยสูงสุดของคนในวงการ
ธันวาปรายตามองสถาปนิกหนุ่มที่ยืนกำหมัดแน่นอยู่หน้าประตู เขาวางแก้วลงบนโต๊ะกระจก เสียงกึกของมันช่างขัดหูอาคิราจนน่าหงุดหงิด
"ใจเย็นน่า คุณสถาปนิก..." ธันวายันตัวลุกขึ้นช้าๆ สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้องด้วยความรู้สึกที่อาคิราอ่านไม่ออก "พื้นที่ออกแบบได้สมบูรณ์แบบดีนี่ครับ มุมอับสายตาน้อยมาก... แต่เสียดายที่มัน 'ขาดชีวิตชีวา' ไปหน่อย"
"ชีวิตชีวาของคุณ คือการบุกรุกเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของคนอื่นงั้นหรือครับ" อาคิราก้าวเท้าฉับๆ เข้าไปหาอีกฝ่าย ระยะห่างที่ลดลงทำให้เขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นบุหรี่จางๆ ผสมกับกลิ่นน้ำหอมเย็นๆ ของคนตรงหน้า มันเป็นกลิ่นที่น่ารำคาญ แต่กลับทำให้อัตราการเต้นของหัวใจเขาผิดจังหวะไปชั่วขณะ
อาคิราเกลียดความไม่เป็นระเบียบ และธันวาคือความโกลาหลที่เดินได้
"บุกรุก? ผมว่าคุณเข้าใจผิด" ธันวาแสยะยิ้มที่มุมปาก มือหนาเอื้อมไปหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลบนโต๊ะขึ้นมาแล้วโยนไปที่อกของอาคิรา "ผมได้รับมอบหมายให้มาคุ้มกันสถานที่นี้ และที่สำคัญ... ผมเป็นเจ้าของสิทธิ์การตัดสินใจขั้นสุดท้ายในเคสนี้ ไม่ใช่คุณ"
อาคิราคว้าซองเอกสารนั้นไว้แน่น ดวงตาคมดุจเหยี่ยวเบิกกว้างเมื่อเห็นตราประทับขององค์กรที่เขาจ้างวานออกแบบสถานที่นี้ มันเป็นข้อตกลงที่แฝงมาด้วยเงื่อนไขที่เขาไม่เคยรู้มาก่อน—*การร่วมงานกับนักสืบภาคสนาม*
"คุณจะบอกว่า สถาปนิกอย่างผม ต้องแชร์พื้นที่ 'งานศิลปะ' ของตัวเองกับนักสืบจอมเถื่อนอย่างคุณงั้นหรือ" น้ำเสียงของอาคิราเย็นจัดจนเกือบกลายเป็นน้ำแข็ง
"จอมเถื่อนเหรอ?" ธันวาหัวเราะในลำคอ เขาสาวเท้าเข้าหาจนหน้าอกกว้างเกือบชนกับอกของอีกฝ่าย "เรียกผมว่า 'หุ้นส่วน' จะดูดีกว่านะ อาคิรา... คุณสร้างกำแพงที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกขึ้นมาได้ก็จริง แต่ถ้าข้างในมันไร้คนเฝ้า มันก็แค่กรงขังดีๆ นี่เอง"
อาคิรากัดฟันกรอด ความรู้สึกร้อนผ่าวแล่นริ้วขึ้นมาที่ใบหน้า เขาไม่ได้โกรธเพียงเพราะถูกแย่งพื้นที่ แต่เขาโกรธที่ธันวามองทะลุถึงแก่นแท้ของสถานที่ที่เขาสร้าง... ที่ที่เขาตั้งใจจะใช้ซ่อนปมในอดีตที่ไม่มีใครควรเข้าถึง
"ออกไปครับ" อาคิราผลักอกอีกฝ่าย แต่มันกลับเหมือนผลักภูเขา ธันวาไม่ขยับแม้แต่นิ้วเดียว กลับกัน เขากลับใช้มือข้างหนึ่งกดข้อมือของอาคิราไว้กับผนังห้องใกล้ๆ ตู้เก็บแบบแปลน
ลมหายใจของทั้งคู่สอดประสานกันในระยะประชิด ความตึงเครียดในอากาศพุ่งสูงขึ้นจนน่าอึดอัด สายตาของธันวาที่มองมานั้นเต็มไปด้วยการท้าทาย แต่ในลึกๆ อาคิรากลับเห็นความวูบไหวบางอย่าง... ความหิวกระหายที่เขาเองก็อธิบายไม่ได้ว่าคืออะไร
"ถ้าผมออกไป... คุณจะจัดการกับงานที่ค้างคาอยู่นี่คนเดียวได้จริงๆ เหรอครับ?" ธันวากระซิบข้างใบหู น้ำเสียงแหบพร่าสั่นประสาท "คุณเก่งเรื่องโครงสร้าง แต่คุณลืมคิดไปว่า... ในเซฟเฮาส์นี้ สิ่งที่อันตรายที่สุดไม่ใช่ศัตรูที่อยู่ข้างนอก แต่มันคือสิ่งที่คุณซ่อนไว้ในแบบแปลนลับแผ่นสุดท้ายต่างหาก"
อาคิราตัวชาวาบ คำพูดของธันวาแทงใจดำอย่างจัง ความลับที่เขาฝังไว้ลึกที่สุดกำลังถูกรื้อฟื้นขึ้นมาโดยคนที่เขาเกลียดขี้หน้าที่สุด
เขากำลังจะอ้าปากตอบโต้ แต่เสียงสัญญาณเตือนภัยของระบบรักษาความปลอดภัยอัจฉริยะในห้องก็ดังขึ้นกึกก้อง หน้าจอโฮโลแกรมกลางห้องปรากฏภาพกล้องวงจรปิดที่ชั้นล่าง—ชายชุดดำสี่คนกำลังตัดสัญญาณรั้วไฟฟ้าเข้ามาอย่างเงียบเชียบ
"ดูเหมือนแขกไม่ได้รับเชิญจะมาไวกว่าที่คิดนะ" ธันวาผละออกไปอย่างรวดเร็ว สีหน้าทะเล้นเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นแววตานักล่าในชั่วพริบตา "เอาล่ะ สถาปนิก... คุณจะยืนถือแปลนบ้านบื้อๆ หรือจะช่วยผมวางกับดักให้พวกสวะนี่ได้เห็นนรกกันดีล่ะ?"
ธันวาคว้าปืนพกที่ซ่อนไว้ใต้โซฟาขึ้นมาตรวจเช็กกระสุน ก่อนจะหันมามองอาคิราด้วยสายตาที่ท้าทายและทรงเสน่ห์อย่างร้ายกาจ
อาคิรามองหน้าจอแล้วมองธันวา ความโกรธแค้นในใจถูกแทนที่ด้วยอะดรีนาลีนที่พุ่งพล่าน เขาหยิบแท็บเล็ตควบคุมระบบขึ้นมา นิ้วเรียวยาวรัวลงบนหน้าจอเพื่อเปลี่ยนผังของห้องให้กลายเป็นเขาวงกตที่ไร้ทางออก
"ถ้าคุณตายในบ้านที่ผมออกแบบ... ผมจะฆ่าคุณซ้ำให้ตายอีกรอบครับ" อาคิราพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบก่อนจะกดปุ่มสีแดงเลือดบนหน้าจอ—ประตูลับที่พื้นห้องเปิดออก เผยให้เห็นเส้นทางสู่ชั้นใต้ดินที่เต็มไปด้วยกลไกสังหาร
ธันวายิ้มกว้าง กระโดดลงไปในช่องลับนั้นอย่างไม่ลังเล แต่ก่อนที่เขาจะลับตาไป เขาก็เงยหน้าขึ้นมาสบตาอาคิราที่ยืนนิ่งอยู่เบื้องบน
"อย่าเพิ่งรีบตายล่ะ สถาปนิก... เพราะคืนนี้เรายังมีเรื่องต้อง 'เคลียร์' กันอีกยาว"
พูดจบ ธันวาก็หายตัวไปในความมืด พร้อมกับเสียงฝีเท้าของศัตรูที่พังประตูห้องทำงานเข้ามา เสียงปืนนัดแรกดังขึ้น... และอาคิราก็รู้ดีว่า ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป ชีวิตที่แสนสมบูรณ์แบบของเขาได้พังทลายลงอย่างไม่มีวันหวนกลับ
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของคู่ปรับคู่นี้ไปพร้อมกับผมนะครับ
เซฟเฮาส์ลับฉบับคนสถาปนิกปะทะนักสืบเอกชน•ตอนที่ 1
พื้นที่ทับซ้อน
ผลงานโดย สเปซโอเดสซีย์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สเปซโอเดสซีย์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับฉบับคนสถาปนิกปะทะนักสืบเอกชน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
