เซฟเฮาส์ลับฉบับคนสถาปนิกปะทะนักสืบเอกชน•ตอนที่ 2

กฎเหล็กของคนเนี๊ยบ

ผลงานโดย สเปซโอเดสซีย์
“วางปืนลง แล้วไสหัวไปจากเซฟเฮาส์ของผมซะ” เสียงทุ้มต่ำของอาคิราไม่ได้สั่นไหว แม้ในวินาทีที่วิถีกระสุนเพิ่งเฉี่ยวใบหูเขาไปไม่ถึงเซนติเมตร เขาไม่ได้ก้มหลบ ไม่ได้กรีดร้อง ชายหนุ่มเพียงแค่จัดปกเสื้อเชิ้ตสีขาวที่ยับย่นจากการชุลมุนให้เข้าที่ สายตาคมกริบจ้องมองร่างสูงโปร่งของธันวาที่ยืนหอบหายใจอยู่กลางห้องทำงานที่พังพินาศ ธันวาสบถคำหยาบออกมาเบาๆ ขณะที่มือหนึ่งกดแผลถากที่หัวไหล่ เลือดสีสดซึมผ่านเสื้อหนังตัวนอกลงมาหยดบนพรมเปอร์เซียราคาแพงที่อาคิราหวงนักหนา “เซฟเฮาส์งั้นเหรอ? ที่นี่มันไม่ต่างอะไรกับโลงศพติดแอร์หรอกคุณสถาปนิก ถ้าผมไม่ลากคุณออกมาเมื่อกี้ ป่านนี้คุณคงกลายเป็นรูพรุนไปพร้อมกับพิมพ์เขียวพวกนี้แล้ว” “นั่นคือการตัดสินใจของผม” อาคิราก้าวเดินข้ามซากปรักหักพังของโต๊ะทำงานตัวโปรดไปหยุดอยู่เบื้องหน้าธันวา “คุณไม่มีสิทธิ์เข้ามาละเมิดกฎพื้นที่ส่วนตัวของผมแบบนี้” ธันวาแค่นหัวเราะ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันและเสน่ห์แบบดิบเถื่อน เขาขยับตัวเข้ามาใกล้จนอาคิราสัมผัสได้ถึงกลิ่นดินปืนและเหงื่อที่เจือจางด้วยกลิ่นน้ำหอมเย็นๆ ของอีกฝ่าย “กฎเหรอ? โอเค งั้นเรามาคุยเรื่องกฎกัน” ธันวาคว้ากระดาษแผ่นหนึ่งที่อาคิราถือติดมือมาด้วย มันคือกระดาษที่พิมพ์รายการ ‘กฎเหล็ก 10 ข้อ’ สำหรับการอาศัยอยู่ในเซฟเฮาส์ที่เขาเพิ่งร่างขึ้นเสร็จก่อนที่พวกนักฆ่าจะบุกเข้ามา อาคิรายื่นมือจะคว้าคืน แต่ธันวากลับไวกว่า เขาหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาอ่านด้วยแววตาวาวโรจน์ “ข้อหนึ่ง... ห้ามส่งเสียงดังเกิน 40 เดซิเบล ข้อสอง... ห้ามวางของเกะกะในพื้นที่ส่วนกลาง ข้อสาม... ห้ามยุ่งกับระบบรักษาความปลอดภัยของผม” “คืนมา” อาคิรากดเสียงต่ำ ดวงตาเย็นชาของเขาสั่นไหวด้วยความโกรธที่เริ่มควบคุมไม่ได้ “ข้อสี่... ข้อห้า... โอ๊ย ให้ตายเถอะคุณ นี่คุณหนีตายมาหรือมาเข้าค่ายลูกเสือสำรองกันแน่?” ไม่รอให้อาคิราได้โต้ตอบ ธันวาก็ขยำกระดาษแผ่นนั้นจนยับยู่ยี่ ก่อนจะฉีกมันออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยแล้วโปรยลงบนพื้นห้องที่เต็มไปด้วยเศษแก้ว สายตาของนักสืบหนุ่มจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยของสถาปนิกหนุ่มที่ตอนนี้ฉายแวววาวด้วยความเดือดดาล “ฟังนะอาคิรา กฎเหล็กเดียวในโลกของผมคือ ‘รอด’ ส่วนกฎของคุณ... มันแค่ขยะที่ไม่มีค่าอะไรเลยในตอนที่ปืนกำลังจ่อหัวคุณแบบนี้” ธันวาโน้มตัวลงไปกระซิบชิดใบหู ลมหายใจร้อนผ่าวของเขาทำให้อาคิราตัวแข็งทื่อ “เลิกทำตัวเป็นคุณชายผู้สูงส่งในที่ที่กำลังจะกลายเป็นสนามรบสักที ก่อนที่ผมจะทนไม่ไหวแล้วทำอะไรที่มัน ‘ผิดกฎ’ ของคุณจริงๆ” อาคิราผลักอกอีกฝ่ายออกเต็มแรง หัวใจของเขาเต้นรัวเกินกว่าจะยอมรับว่าเป็นเพราะความโกรธเพียงอย่างเดียว “คุณมันดิบเถื่อน ไร้ระเบียบ และเป็นมนุษย์ที่น่ารำคาญที่สุดเท่าที่ผมเคยพบมา” “แต่คุณก็ต้องการผม” ธันวาสวนกลับทันควัน แววตาของเขาเปลี่ยนจากความกวนประสาทเป็นความจริงจังที่คาดเดาไม่ได้ “ไม่อย่างนั้นคุณคงไม่ยอมให้ผมพาเข้ามาที่นี่ และคุณคงไม่ยืนเถียงกับผมอยู่แบบนี้แทนที่จะรีบไปซ่อนตัว” อาคิรานิ่งไป ไดอะล็อกของธันวาทิ่มแทงใจดำของเขาจนพูดไม่ออก สถาปนิกหนุ่มเดินเลี่ยงไปที่หน้าต่างที่แตกละเอียด มองออกไปในความมืดที่ไร้แสงไฟของเมืองใหญ่ เขารู้ดีว่าสิ่งที่ธันวาพูดนั้นถูกต้อง เขากำลังติดอยู่ในกับดักที่เขาสร้างขึ้นเอง และคนเดียวที่จะช่วยให้เขาหลุดพ้นจากมันได้ ก็คือชายหนุ่มปากเสียที่กำลังยืนเลือดไหลซึมอยู่ข้างหลังเขานี่เอง “ถ้าคุณคิดว่าตัวเองแน่จริง” อาคิราหมุนตัวกลับมา สายตาของเขาเปลี่ยนเป็นความนิ่งสงบที่แฝงด้วยเล่ห์เหลี่ยม “เรามาเดิมพันกันไหม?” ธันวาเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง “เดิมพันอะไร?” “ผมจะให้คุณอยู่ที่นี่ต่อ แต่คุณต้องทำตามกฎของผมทุกข้อ ถ้าคุณทำได้แม้แต่ข้อเดียวไม่ได้... คุณต้องไปจากที่นี่ทันที โดยไม่ต้องถามเหตุผล” ธันวายิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่อันตรายและชวนให้ใจสั่น “แล้วถ้าผมทำได้ล่ะ?” “คุณจะได้สิ่งที่ต้องการจากผม” อาคิราเว้นจังหวะ สายตาคู่นั้นกวาดมองธันวาตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความท้าทาย “อะไรก็ได้... ที่ไม่ใช่ชีวิตของผม” ธันวาก้าวเดินเข้ามาหาอาคิราอย่างเชื่องช้า แต่ทว่ามั่นคง ราวกับนักล่าที่ต้อนเหยื่อจนมุม เขาหยุดยืนอยู่ห่างจากอาคิราเพียงลมหายใจกั้น มือที่เปื้อนคราบเลือดเอื้อมไปเกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้าผากของสถาปนิกหนุ่มอย่างแผ่วเบา สัมผัสนั้นทำให้คนเนี๊ยบอย่างอาคิราถึงกับกลั้นหายใจ “น่าสนใจ” ธันวากระซิบเสียงพร่า “แต่กฎเกณฑ์ของคุณน่ะ... ผมจะค่อยๆ ฉีกมันทิ้งทีละข้อ จนกว่าคุณจะเป็นฝ่ายขอให้ผมหยุดเอง” ทันใดนั้น เสียงเตือนจากระบบเซนเซอร์ที่หน้าประตูห้องทำงานก็ดังสนั่นขึ้น ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนจำนวนมากที่กำลังพุ่งตรงมาทางนี้ ธันวาชักปืนออกมาจากซองข้างเอวด้วยความเร็วที่เหนือมนุษย์ เขาหันไปมองประตูที่เริ่มมีรอยบุบจากการถูกกระแทก ก่อนจะหันกลับมาหาอาคิราที่ยืนนิ่งสนิท “ดูเหมือนว่า ‘เดิมพัน’ ของเราจะเริ่มเร็วกว่าที่คิดนะคุณสถาปนิก” ธันวาคว้าข้อมืออาคิราแล้วดึงเข้ามาประชิดตัวจนแผ่นหลังของอาคิราแนบสนิทกับอกแกร่งของเขา “เตรียมตัวให้พร้อม เพราะหลังจากวินาทีนี้... ผมจะไม่ปล่อยให้คุณหลุดมือไปไหนอีกแล้ว” ปัง! ประตูบานหนาถูกพังเข้ามาจนกระเด็น เผยให้เห็นเงาร่างของชายชุดดำกลุ่มใหญ่ที่เล็งอาวุธสงครามเข้ามาในห้อง แต่สิ่งที่อาคิราเห็นถนัดตาที่สุดในวินาทีก่อนที่แสงไฟจะดับวูบลง คือดวงตาของธันวาที่ไม่ได้มีความกลัวอยู่เลยแม้แต่น้อย เขากลับส่งยิ้มที่ดูท้าทายความตายมาให้ ก่อนจะดึงตัวอาคิราหมุนหลบเข้าสู่ความมืดมิดที่ไร้ทางออก ขอบคุณที่ติดตามการเผชิญหน้าระหว่างความเนี๊ยบและความดิบในตอนนี้นะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ สเปซโอเดสซีย์
สารจากนักเขียน (สเปซโอเดสซีย์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับฉบับคนสถาปนิกปะทะนักสืบเอกชน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่60%
กฎเหล็กของคนเนี๊ยบ — เซฟเฮาส์ลับฉบับคนสถาปนิกปะทะนักสืบเอกชน | yayni