เกษตรกรสาวมือทองกับเจ้าพ่ออสังหาฯ สายรุก•ตอนที่ 7

ตบหน้าให้หายซ่า

ผลงานโดย สวนส้มปลายฟ้า
"ตระกูลอภิธนกุลไม่เคยมีสะใภ้ที่ก้มหน้าทำไร่ไถนาขายหน้าชาวบ้านแบบนี้! หญิงรัญจวน เธอจงใจเอาชื่อเสียงวงศ์ตระกูลเรามาเหยียบย่ำให้ป่นปี้ใช่ไหม!" เสียงแหลมสูงบาดแก้วหูของ 'คุณหญิงมณฑา' ดังสะท้านไปทั่วลานหน้าบ้านพักหลังน้อยในสวนออร์แกนิก ร่างท้วมในชุดผ้าไหมปักดิ้นทองราคาแพงระยับยืนเท้าสะเอว เชิดหน้าขึ้นด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์ ดวงตาคู่คมกวาดมองแปลงผักคะน้าและสลัดเขียวขจีด้วยสายตาเหยียดหยาม ราวกับสิ่งที่เห็นเป็นเพียงกองขยะน่ารังเกียจ รินรดายืนนิ่ง ใบหน้ารูปไข่ไม่ได้แสดงความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย มือเรียวบางที่เพิ่งคลุกอยู่กับดินซุยแปลงผัก ค่อย ๆ ใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กเช็ดทำความสะอาดอย่างใจเย็น เธอปรายตามองผู้หญิงที่ขึ้นชื่อว่าเป็น "แม่สามี" ของสามี (ในนามที่กำลังจะเลิกเป็นในนาม) ด้วยรอยยิ้มจาง ๆ ที่มุมปาก ตั้งแต่แต่งงานเข้ามาอยู่ในวงจรอุบาทว์ของตระกูลใหญ่ เธอกลายเป็นเพียงหุ่นเชิดที่ถูกเหยียบย่ำศักดิ์ศรี จนกระทั่งวันที่เธอเลือกเดินออกมาพร้อมรอยแผลเป็นในใจ และการค้นพบ "มิติลับสวนป่าหิมพานต์" ที่ทำให้ชีวิตพลิกผันกลายเป็นเศรษฐีินียีสวนผักออร์แกนิกในชั่วพริบตา... ใครจะคิดว่าผีเน่ากับโลงผผุ เอ๊ย! แม่สามีใจร้ายผู้เคยประกาศตัดขาด จะดั้นด้นมาตามจิกถึงถิ่นชนบทเช่นนี้ "คุณหญิงแม่คะ..." รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่ากังวานชัดเจนจนอีกฝ่ายชะงัก "คำก็ขายหน้า สองคำก็เหยียบย่ำวงศ์ตระกูล... ถ้าจำไม่ผิด ดิฉันถูกไล่ออกจากบ้านหลังนั้นด้วยใบหย่าที่เซ็นไว้เรียบร้อยแล้วนะคะ ตอนนั้นพวกท่านบอกว่าดิฉันเป็นแค่ผู้หญิงไร้ค่า ไม่มีหัวนอนปลาย足 ไม่คู่ควรกับทายาทหมื่นล้าน แล้ววันนี้ลมอะไรหอบท่านมาเหยียบย่ำดินราคาถูก ๆ ของดิฉันล่ะคะ หรือว่าเงินในกองมรดกเริ่มร่อยหรอ จนต้องมาขอส่วนบุญจากผักออร์แกนิกกำละสิบบาทของดิฉัน?" "อีเด็กสามหาว!" คุณหญิงมณฑาหน้าดำคร่ำเครียด ปรี่เข้ามาหมายจะเงื้อมือตบหน้าสะใภ้เก่าสักฉากให้หายแค้น ทว่า... หมรับ! ข้อมือเรียวเล็กถูกมือหนาของธามันคว้าเอาไว้กลางอากาศ แรงบีบแม้จะไม่ถึงกับทำให้กระดูกแหลک แต่ก็หนักหน่วงพอที่จะทำให้คุณหญิงมณฑาสะดุ้งโหยงด้วยความตกใจ เมื่อหันไปพบว่าเป็นบุตรชายหัวแก้วหัวแหวนที่ตนเคยตัดหางปล่อยวัด ยิ่งทำให้ใบหน้าเหี่ยวย่นตามวัยบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว "ตาธาม! แกกล้าจับมือแม่หรอกหรือ! แกเห็นอีผู้หญิงชั้นต่ำนี่ดีกว่าแม่ที่คลอดและเลี้ยงแกมาหรือไง!" คุณหญิงมณฑาแผดเสียงลั่น น้ำตาคลอเบ้าด้วยความคับแค้นใจ ธามันถอนหายใจเฮือกใหญ่ แววตาที่มองมารดาไร้ซึ่งความอบอุ่น มีเพียงความเย็นชาและร่องรอยความเหนื่อยล้าสะสมมาหลายปี "แม่ครับ... พอเถอะครับ รินเขาไม่ใช่คนในตระกูลอภิธนกุลแล้ว และพวกเราก็ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกันอีก ตั้งแต่หน้าที่การงานของผมถูกแม่บงการจนเกือบพังพาศ... ผมเลือกทางเดินของตัวเองแล้วครับ" "แก... แกมันลูกอกตัญญู!" คุณหญิงมณฑาชี้นิ้วสั่นเทา ก่อนจะหันกลับมาจ้องรินรดาด้วยสายตาอาฆาตมาดร้าย "ส่วนแก! นึกว่าหนีมาปลูกผักขายกระจอก ๆ แบบนี้แล้วจะรอดพ้นเงื้อมมือฉันเรื่อยไปหรือไง? ฉันสืบทราบมาหมดแล้ว ที่ดินตรงนี้ไม่ใช่ของแก! เจ้าของที่ดินตัวจริงเขาเตรียมจะฟ้องขับไล่แกข้อหาบุกรุก และเตรียมฮุบแปลงผักราคาแพงนี่ทั้งหมดแล้ว เตรียมตัวเก็บกระเป๋าไสหัวออกไปจากที่นี่ได้เลย!" สิ้นคำประกาศกร้าวของคุณหญิงมณฑา รินรดาไม่ได้แสดงอาการตกใจแม้แต่น้อย เธอกลับหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไพเราะราวกับเสียงกระดิ่งแก้ว ทว่ากลับทำให้ผู้มาเยือนรู้สึกหนสันหลังวาบอย่างประหลาด "คุณหญิงแม่คะ... ท่านคงไม่ได้เช็คข่าวสารบ้านเมืองเลยสินะคะ ถึงได้ไม่รู้ว่า..." รินรดาเดินเข้าไปใกล้หญิงสูงวัยทีละก้าว กลิ่นหอมจาง ๆ ของดอกไม้นานาพันธุ์จากมิติลับลอยอบอวลเตะจมูก จนคุณหญิงมณฑาต้องผถถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว "ที่ดินแปลงนี้... รวมถึงโฉนดผืนใหญ่รั้วติดกันทั้งหมด ห้าสิบไร่เต็ม... ถูกซื้อขาดในนามของบริษัท 'ปลายฟ้ากรุ๊ป' ไปเมื่อสามวันก่อนแล้วค่ะ" "อะ... อะไรนะ!" คุณหญิงมณฑาหน้าซีดเผือก อุทานออกมาเสียงหลง รินรดายิ้มหวานหยาดเยิ้ม ดวงตาสุกใสเป็นประกายระยิบระยับราวกับดวงดาวในยามค่ำคืน เธอหยิบม้วนกระดาษสีขาวสะอาดออกจากกระเป๋าเสื้อกันเปื้อน คลี่ออกให้เห็นตราประทับของสำนักงานที่ดินอย่างชัดเจน "และบังเอิญเหลือเกินค่ะ... ผู้ถือหุ้นใหญ่และประธานกรรมการบริหารของ 'ปลายฟ้ากรุ๊ป' ที่เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินผืนนี้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ก็คือ... ดิฉันเองค่ะ!" ความเงียบงันเข้าปกคลุมทั่วบริเวณชั่วขณะ คุณหญิงมณฑาอ้าปากค้าง ดวงเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงจนแทบถลนออกมานอกเบ้า ผู้หญิงที่เธอเคยเหยียบย่ำว่าเป็นยาจกไร้หัวนอนปลายเท้า กลับกลายเป็นเจ้าของที่ดินมูลค่าหลายสิบล้านในอำเภอนี้ไปเสียแล้ว! "เป็นไปไม่ได้! แกเอาเงินมาจากไหน! อีเด็กบ้านนอกอย่างแกจะไปหาเงินเป็นสิบล้านมาจากไหนกัน!" คุณหญิงมณฑากรีกร้องสติหลุด พยายามจะปัดกระดาษโฉนดในมือรินรดาให้ร่วงหล่น ทว่าธามันขยับตัวเข้ามาบังภรรยา (ในอนาคต) ไว้มิดชิด พร้อมส่งสายตาคมกริบชนิดที่แม่แท้ ๆ ยังต้องสะท้าน "เงินทุนเหรอคะ? ก็มาจาก 'ผักออร์แกนิก' ที่ท่านด่าว่ากระจอกงอกง่อยนี่แหละค่ะ..." รินรดาเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย น้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลัง "ผักที่รดด้วยน้ำแร่ธรรมชาติและเคล็ดลับเฉพาะตัว ส่งขายภัตตาคารหรูระดับมิชลินสตาร์และตลาดไฮ엔ด สร้างกำไรให้ดิฉันเดือนละหลายหลัก... มากพอที่จะซื้อบ้านหลังใหญ่ให้คุณพ่อคุณแม่ของดิฉัน และมากพอที่จะไล่ตะردคนไม่มีมารยาทออกจากพื้นที่ส่วนบุคคลได้ทันที!" "แก... อีเด็กเวร! แกกล้าไล่ฉัน..." "เชิญค่ะ!" รินรดาผายมือไปยังถนนทางออกนอกรั้วสวน น้ำเสียงเฉียบขาดไร้เยื่อใย "ถ้าไม่อยากให้ดิฉันแจ้งความข้อหาบุกรุกและก่อความเดือดร้อนรำคาญ เชิญท่านเดินออกไปทางเดิมที่ท่านเดินเข้ามา... อ้อ! แล้วกรุณาอย่าเหยียบแปลงคะน้าฮ่องกงแปลงนั้นนะคะ เพราะผักก้านนั้นมีไว้ทำเมนูพิเศษให้สามีฉันทาน ถ้ามันช้ำแม้แต่ใบเดียว ฉันจะคิดค่าเสียหายเป็นเงินสด... ขีดละหนึ่งแสนบาทค่ะ!" คุณหญิงมณฑาตัวสั่นเทาด้วยความโกรธจัดจนพูดไม่ออก นางหันไปมองบุตรชายเพื่อขอความเห็นใจ แต่สิ่งที่ได้รับกลับมีเพียงแววตาว่างเปล่าและท่าทีนิ่งเฉย สุดท้ายด้วยความอับอายและพ่ายแพ้ราบคาบ หญิงสูงวัยจึงต้องสะบัดหน้าหนี วิ่งขึ้นรถยนต์หรูที่จอดรออยู่ริมถนนแล้วขับหนีออกไปด้วยความเร็วสูง ทิ้งฝุ่นตลบอบอวลไว้เบื้องหลัง ธามันมองตามรถคันนั้นจนลับตา ก่อนจะหันกลับมามองภรรยาคนเก่งด้วยสายתระยิบระยับเต็มไปด้วยความหลงใหลและทึ่งจัด มือหนายื่นไปโอบเอวบางเข้ามาแนบชิดโดยไม่เกรงใจสายตาคนงานในสวนแม้แต่น้อย "ภรรยาใครเนี่ย... ทั้งสวย ทั้งรวยแถมยังปากคอเราะร้ายเป็นเลิศ พี่ชักจะรักจนโงหัวไม่ขึ้นแล้วสิครับ" ธามันกระซิบข้างใบหู น้ำเสียงทุ้มนุ่มเจือแววหยอกเย้า รินรดาค้อนให้วงใหญ่แต่ไม่ได้ขัดขืน ปล่อยให้วงแขนแข็งแรงกอดกระชับแน่น ทว่าในขณะที่บรรยากาศกำลังจะกลับมาหวานชื่น กลิ่นหอมประหลาดบางอย่างก็ลอยโชยมาตามลม... มันไม่ใช่กลิ่นหอมของดินหรือผักสด แต่เป็นกลิ่นหอมหวานเย้ายวนของเครื่องเทศเข้มข้น ผสมผสานกับกลิ่นเนื้อย่างฉ่ำซอสที่ส่งตรงมาจากกระท่อมปลายนาของป้าบัว เพื่อนบ้านผู้สนิทสนม ธามันสูดจมูกฟุดฟิด ดวงตาคมกริบเป็นประกายวาววับ "กลิ่นอะไรน่ะริน? หอมชวนหิวเสียจริง..." รินรดานิ่งงันไปชั่วขณะ ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อตระหนักได้ว่ากลิ่นนั้นมาจากไหน รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปากของเธอทันที "อ๋อ... นั่นคือ 'หมูสามชั้นตุ๋นเต้าเจี้ยวดำสูตรโบราณ' ที่ป้าบัวเพิ่งทำเสร็จใหม่ ๆ ในเตาดินเผาหลังบ้านต่างหากล่ะคะ..." รินรดากล่าวเสียงใส ก่อนจะหันไปสบตากับสามีสายเปย์ "และที่สำคัญ... วันนี้ป้าบัวเพิ่งส่งข้อความมาบอกว่า หม้อดินชุดนี้ตุ๋นด้วยสมุนไพรจากมิติลับของฉัน เนื้อหมูจึงละลายในปากทันทีที่สัมผัสลิ้น พร้อมกับน้ำซุปเข้มข้นที่ใครได้ชิมเป็นต้องติดใจจนลืมทางกลับบ้าน..." ธามันกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ท้องเจ้ากรรมส่งเสียงร้องโครกคราออกมาเบา ๆ จนรินรดาหลุดขำคิก ทว่า... รอยยิ้มบนใบหน้าของรินรดาต้องสะดุดกึก เมื่อจู่ ๆ เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อกาวน์ของเธอก็ดังขึ้นอย่างกะทันหัน พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนจากระบบมิติลับที่ปรากฏตัวอักษรสีทองเรืองแสงวับวับวาววาวขึ้นกลางอากาศ— *[แจ้งเตือนฉุกเฉิน: พลังงานในมิติลับกำลังลดลงอย่างรวดเร็ว เนื่องจากมี "แขกไม่ได้รับเชิญ" อีกกลุ่มหนึ่ง กำลังแอบลักลอบขุดเจาะอุโมงค์เข้ามาทางใต้ดินแปลงผักโซน C ในอีก 3 นาทีข้างหน้า!]* รินรดากัดริมฝีปากแน่น ดวงตาประกายความเย็นเยียบวาบขึ้นมาทันที... ดูท่าทางความสงบสุขในสวนออร์แกนิกแห่งนี้ จะยังอีกยาวไกลนัก! - สวนส้มปลายฟ้า - ขอขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนสวนส้มปลายฟ้ามาโดยตลอดนะคะ หวังว่าจะชื่นชอบความแซ่บและฟินในบทนี้นะคะ!
สารจากนักเขียน (สวนส้มปลายฟ้า)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกษตรกรสาวมือทองกับเจ้าพ่ออสังหาฯ สายรุก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%