หมากรุกไร้เงา บนกระดานเลือด•ตอนที่ 21

โฉมหน้าของผู้บงการ

ผลงานโดย หงส์เพลิงหวนคืน
"ข้าไม่เคยคิดเลยว่า... ดอกไม้ที่ข้าเป็นผู้รดน้ำพรวนดินด้วยมือตนเองทุกค่ำคืน จะมีวันผลิพิษร้ายขึ้นมาทิ่มแทงหัวใจผู้เป็นเจ้า ของได้ถึงเพียงนี้" น้ำเสียงของหลินเฟยหรงราบเรียบราวน้ำค้างบนยอดหญ้า แต่มันกลับบาดลึกถึงขั้วหัวใจของผู้ที่ได้ยิน ภายในตำหนักบูรพาอันเงียบสงบ แสงเทียนสีชาดวับแวมสั่นไหวตามแรงลมที่ลอดผ่านบานหน้าต่างแกะสลักลวดลายหงส์เคียงมังกร กลิ่นหอมจางๆ ของกำยานอวี้ถังลอยอวลผสมกลิ่นอายความตึงเครียดที่กดทับจนแทบหายใจไม่ออก บนโต๊ะไม้จันทน์แดงสลักลายวิจิตร มีถ้วยกระเบื้องเคลือบสีไข่ไก่ใบน้อยวางอยู่ หยาดน้ำสีชาด้านในสะท้อนเงาใบหน้าอันงดงามที่เย็นชาดั่งน้ำแข็งของนาง ตรงข้ามกับนางคือร่างสูงสง่าในชุดคลุมปักลายกิเลนสีนิลสนิท—มู่หรงจิ่น ดวงเนตรคมกริบดั่งเหยี่ยวคู่นั้นไม่ได้ทอดมองถ้วยชาตรงหน้า หากแต่จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของสตรีผู้กุมหัวใจและบัลลังก์ของเขาไว้ในคราเดียว "ในโลกใบนี้ สิ่งที่คาดเดายากที่สุดมิใช่กระแสลมหรือความแปรปรวนของฟ้าดิน... แต่คือจิตใจมนุษย์ต่างหากเล่า, เฟยหรง" มู่หรงจิ่นเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ นัยน์ตาคมกริบฉายประกายความระusaลึกซึ้งที่ยากจะหยั่งถึง "เจ้ามักมองการณ์ไกลไปถึงหมากตาที่ร้อย รอดักรอศัตรูอยู่ ณ ปลายขอบฟ้า แต่บางครา... เงาที่ทอดทับแผ่นหลังของเจ้า กลับมาจากโคมไฟที่ตั้งอยู่บนโต๊ะหนังสือของเจ้าเอง" คำพูดนั้นทำให้ปลายนิ้วเรียวที่กำลังประคองถ้วยชาชะงักไปเล็กน้อย ก่อนที่มุมปากของหลินเฟยหรงจะยกย่องขึ้นเป็นรอยยิ้มเยียบเย็น ใช่... เงื่อนงำทั้งหมดที่นางตามหา ร่องรอยการรั่วไหลของตราประทับลับในกองทัพพยัคฆ์ รวมถึงยาพิษชนิดหายากที่ค่อยๆ กัด กินวรกายของเสด็จพ่อทีละน้อย แท้จริงแล้วไม่ได้มาจากขุนนางฝ่ายตรงข้ามที่ซ่อนตัวอยู่ในท้องพระโรง แต่เป็นคนใกล้ตัว... คนที่นางไว้ใจให้ดูแลบัญชีทรัพย์สินและจัดเตรียมเครื่องเสวยในตำหนักมานานนับปี ภาพเหตุการณ์เมื่อสามวันก่อนผุดขึ้นมาในห้วงความคิด ความทรงจำจากชาติภพก่อนที่เคยเลือนรางกลับชัดเจนขึ้นราวกับถูกกรีดลงบนแผ่นศิลา... ในคืนที่วังหลวงนองเลือด นางถูกหักหลังโดยคนสนิทที่กราบกรานแทบเท้ามาตลอดชีวิต และในชาตินี้ เมื่อนางย้อนเวลากลับมาเพื่อแก้ไขทุกสิ่ง นางคิดว่านางได้กวาดล้างงูพิษพวกนั้นออกไปจนหมดสิ้นแล้ว แต่ทว่า... นางกลับมองข้าม "จุดศูนย์กลาง" ที่ใกล้ตัวที่สุดไปได้อย่างไร? ประตูกระดาษสาด้านนอกส่งเสียงเปิดเบาๆ ร่างบอบบางในชุดนางกำกับ ารสีเขียวอ่อนก้าวเข้ามาอย่างเงียบเชียบ นางถือถาดเครื่องกระเบื้องเข้ามาด้วยท่าทางนอบน้อมดั่งเช่นทุกวัน ดวงตาหลุบต่ำ ไม่กล้าสบตาผู้ใด ทว่า... สัญชาตญาณของอดีตจักรพรรดินีผู้ผ่านมานับร้อยสนามรบกลับสัมผัสได้ถึง "ไอสังหาร" ที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีอ่อนน้อยนั้นอย่างแนบเนียน "ถวายพระพรท่านอ๋อง ถวายพระพรพระชายา... หม่อมฉันนำน้ำแกงบำรุงครรภ์... อภัยด้วยเพคะ นำน้ำแกงโสม มาถวายตามรับสั่งเพคะ" เสียงของนางกำนัลสาวสั่นเครือเล็กน้อย แต่มือที่ประคองถาดกลับมั่นคงเกินกว่าคนปกติ หลินเฟยหรงยังคงไม่เงยหน้าขึ้น นางเพียงแต่ใช้สายตาหางตากวาดมองชุดแต่งกายและรอยปักบนชายเสื้อของอีกฝ่าย ปักด้วยลายดอกอวี้หลัน... ลายเดียวกันกับที่พบในเศษผ้าบริเวณห้องลับใต้ดินของกาลก่อน บรรยากาศในห้องพลจึงตกอยู่ในความเงียบงันอันน่าสะพรึงกลัว มู่หรงจิ่นไม่ได้ขยับเขยื้อนกาย แต่รัศมีกดดันจากตัวเขาก็แผ่ซ่านจนนางกำนัลผู้นั้นเริ่มมีเหงื่อกาฬผุดซึมตามไรผม "วางลงเถอะ" หลินเฟยหรงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "แล้วเงยหน้าขึ้นมามองข้าสิ, 'ชุ่ยฮุ่ย'" นางกำนัลสาวสะดุ้งสุดตัว ร่างทั้งร่างสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อได้ยินนามที่ไม่ได้ถูกเรียกขานมานาน นางค่อยๆ วางถาดลงบนโต๊ะ ช้าๆ ราวกับแบกภูเขาไว้ทั้งราวนม ก่อนจะค่อยๆ เงยหน้าขึ้นเผยให้เห็นใบหน้าที่ซีดขาวไร้สีเลือด แต่ทว่า... ในดวงตากลับไม่ได้มีความหวาดกลัวหลงเหลืออยู่ มีเพียงรอยยิ้มบิดเบี้ยวและประกายตาที่เต็มไปด้วยความริษยาและแค้นเคืองอย่างสุดซึ้ง "พระชายาทรงปรีชาสามารถยิ่งนัก... รู้อยู่แล้วสินะเพคะ ว่าหม่อมฉันคือใคร" ชุ่ยฮุ่ยหัวเราะเบาๆ ในลำคอ น้ำเสียงที่เคยอ่อนหวานเปลี่ยนเป็นแหบพร่าและเยือกเย็นอย่างประหลาด "เจ้าไม่ใช่แค่คนรับใช้ที่ข้าเก็บมาจากข้างถนนเมื่อชาติก่อน..." หลินเฟยหรงลุกขึ้นยืนช้าๆ ร่างระหงภายใต้อาภรณ์ปักดิ้นทองแผ่กลิ่นอายอำนาจที่กดทับจนชุ่ยฮุ่ยต้องทรุดกายลงคุกเข่า "แต่เจ้าคือสายเลือดสายรองของตระกูลหลี่ ที่หลงเหลือรอดจากการกวาดล้างเมื่อสิบปีก่อน เจ้าเข้ามาในตำหนักนี้ เพื่อรอวันแก้แค้นให้บิดาของเจ้า... โดยใช้มือของตระกูลมู่หรงเป็นมีดฆ่าคน ใช่หรือไม่?" ชุ่ยฮุ่ยเงยหน้าขึ้น หัวเราะลั่นอย่างบ้าคลั่ง น้ำตาไหลอาบแก้ม "ถูกต้อง! พวกเจ้ามันฆาตกร! เหยียบย่ำศพตระกูลหลี่เพื่อขึ้นไปนั่งบนบัลลังก์อันสูงส่ง! เจ้าคิดว่าเจ้าฉลาดนักหรือหลินเฟยหรง? เจ้าคิดว่าเจ้าแก้ไขอดีตได้ทุกอย่างแล้วหรือ? น่าเสียดาย... ที่เจ้ารู้ตัวช้าเกินไป!" สิ้นคำพูด ชุ่ยฮุ่ยก็ควักมีดสั้นอาบยาพิษสีม่วงเข้มออกจากสาบเสื้อ พุ่งเข้าใส่หลินเฟยหรงด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ! ทว่า... ร่างของชุ่ยฮุ่ยกลับไปไม่ถึงเป้าหมาย ก่อนที่ปลายมีดจะทันได้เฉียดชายอาภรณ์ของหลินเฟยหรง ร่างสูงของมู่หรงจิ่นก็พุ่งเข้ามาขวางราวกับภูผา มือหนาคว้าเข้าที่ข้อมือของชุ่ยฮุ่ยอย่างแรงจนเสียงกระดูกหักดังกร๊อบ พร้อมกับซัดฝ่ามือเดียวส่งร่างของนางกระเด็นไปกระแทกกับเสาไม้จนกระอักเลือดออกมาคำโต "บังaา!" มู่หรงจิ่นคำรามต่ำในลำคอ นัยน์ตาดุดั่งพญายมที่พร้อมจะปลิดชีพผู้บังอาจแตะต้องสตรีของตนในเสี้ยววินาที ชุ่ยฮุ่ยกระอักเลือดสีดำออกมาน รอยยิ้มบนมุมปากยังคงเต็มไปด้วยหยาดหยัน นางจ้องมองหลินเฟยหรงด้วยแววตาสสมเพชเวทนา "ฮึ... ถึงเจ้าจะจับตัวข้าได้ แล้วอย่างไรเล่า? เจ้าคิดว่าความลับเรื่องตราประทับอยู่ในมือข้าคนเดียวหรือ? สายสัมพันธ์ระหว่างข้ากับ... 'คนในราชვาน' อีกผู้หนึ่ง ได้ถูกส่งออกไปนอกวังตั้งแต่ยามสามแล้ว!" หลินเฟยหรงขมวดคิ้วมุ่น ความรู้สึกสังหรณ์ใจบางอย่างแล่นแปล๊บขึ้นมาในอก นางก้าวเข้าไปใกล้ชุ่ยฮุ่ยที่กำลังจะหมดลมหายใจ "ใคร? ใครคือผู้บงการที่อยู่เบื้องหลังเจ้าอีกทอดหนึ่ง?" ชุ่ยฮุ่ยกระตุกยิ้มเฮือกสุดท้าย เลือดสดๆ ไหลทะลักออกจากมุมปาก นางกระซิบด้วยเสียงอันแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน ก่อนที่ดวงตาจะเบิกค้างและสิ้นใจลงคาที่ "คนที่... อยู่ใกล้บัลลังก์ที่สุด... และเป็นคนที่... เจ้าไม่มีวันสงสัย..." ในวินาทีนั้นเอง เสียงฝีเท้าเร่งรีบและเสียงเคาะเกราะยามดึกก็ดังสนั่นมาจากนอกตำหนัก ขันทีเฒ่าผู้ดูแลพระราชสำนักวิ่งหน้าตื่นเข้ามาคุกเข่าตัวสั่นเทา ประสานมือถือราชโองการสีทองอร่ามไว้เหนือหัวด้วยความหวาดกลัวสุดขีด "พระ... พระชายาเพคะ! ท่านอ๋อง! เกิดเรื่องใหญ่แล้วเพคะ! มีพระราชโองการด่วนจากห้องทรงงาน... ประกาศปลด... ประกาศปลดท่านอ๋องจากตำแหน่งแม่ทัพพยัคฆ์ ด้วยข้อหาสมรู้ร่วมคิดกับกบฏ... และมีรับสั่งให้จับกุมพระชายาไปสอบสวน ณ คุกหลวงทันทีเพคะ!" ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหมอกควันแห่งเล่ห์กลไปกับหงส์เพลิงหวนคืนนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (หงส์เพลิงหวนคืน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากรุกไร้เงา บนกระดานเลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%