"ถ้าคุณยังหมุนลูกบิดประตูนั้นด้วยสายตาอาฆาตแบบนั้นอีกทีเดียว ฉันเกรงว่ากลอนประตูห้องสตูดิโอราคาหกหลักตัวนี้คงต้องขอลาออกก่อนตัวคุณแน่ค่ะ, คุณโปรดิวเซอร์"
น้ำเสียงใสระคนกวนประสาทดังขึ้นจากมุมมืดของโซฟาตัวยาว พริมโรสไม่ได้เงยหน้าขึ้นจากแท็บเล็ตในมือด้วยซ้ำ ปลายนิ้วเรียวยังคงเลื่อนหน้าจอปรับแต่งคลื่นความถี่เสียงเบสอย่างใจเย็น ทว่ารอยยิ้มมุมปากที่ยกขึ้นสูงจนแทบจะเป็นเส้นตรงนั้น ฟ้องชัดเจนว่าเธอรู้ดีว่าอีกฝ่ายกำลังยืนทำหน้ายักษ์อยู่ตรงไหน
ธันวาชะงักมือที่กำลังจะผลักบานประตูไม้เก็บเสียง เขาถอนหายใจยาวเหยียดอย่างคนที่พยายามอดกลั้นขั้นสุด ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาจ้องมองหญิงสาวผู้เป็นทั้งเพื่อนร่วมงานและตัวปัญหาอันดับหนึ่งในชีวิตช่วงนี้
"ฉันไม่ได้อาฆาตประตู ฉันแค่กำลังใช้ความคิด" ธันวาตอบเสียงห้วนจัด ก้าวเท้าฉับ ๆ เข้ามาในห้องแล้วทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาอีกฝั่ง ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงเหลือเพียงแค่โต๊ะกระจกตัวเตี้ยที่เต็มไปด้วยแก้วกาแฟเย็นที่พร่องไปครึ่งหนึ่ง "แล้วนี่คุณยังไม่กลับคอนโดอีกหรือไง? นี่มันตีสองสี่สิบแล้วนะพริมโรส หรือว่าค่าไฟที่ห้องคุณมันแพงจนต้องมาอาศัยแอร์สตูดิโอค่ายเพลงนอนฟรี?"
"ปากคอเราะร้ายแบบนี้ เดี๋ยวก็ไม่มีใครเขาเอาหรอกค่ะ" พริมโรสวางแท็บเล็ตกลงบนตัก เงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรง ๆ ดวงตากลมโตเป็นประกายซุกซนภายใต้แสงไฟสีส้มสลัวในห้องควบคุมเสียง "อีกอย่าง ฉันกำลังแก้สتمเสียงร้องในท่อนฮุกที่คุณอุตส่าห์ด่าฉันว่า 'หูหนวกชั่วคราว' เมื่อตอนบ่ายต่างหากล่ะคะ คนอุตส่าห์เสียสละเวลาส่วนตัวมาช่วยแก้ปัญหาให้งานคุณราบรื่นแทนที่จะขอบคุณ ยืนหน้าบูดเป็นตูดทอดปลาเค็มอยู่ได้"
ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกวาดมองใบหน้าเนียนใสที่ไม่มีคราบเครื่องสำอางหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย มีเพียงร่องรอยความอ่อนล้าจาง ๆ ใต้ตา แต่กระนั้นเธอกลับดูมีชีวิตชีวาจนน่าหมั่นไส้... และน่าแปลกที่มันดึงดูดสายตาเขาได้อย่างประหลาด
เขาเกลียดรอยยิ้มนั้น
เกลียดความมั่นใจที่ล้นปรี่จนแทบจะทะลักออกมาจากตัวผู้หญิงคนนี้ เกลียดที่เธอไม่เคยเกรงกลัวสายตาพิฆาตหรือวาจาเชือดเฉือนของเขาเลยสักครั้ง ยิ่งเขาพยายามผลักไส ปากแข็งใส่ หรือสร้างกำแพงหนาเตอะเท่าไหร่ พริมโรสก็ยิ่งทำตัวเหมือนแผ่นดินไหวที่คอยเซาะกร่อนกำแพงในใจของเขาให้พังทลายลงทีละน้อยอย่างเลือดเย็น
"ฉันไม่ได้ขอให้คุณอยู่" ธันวาเบนสายออกไปมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เปิดโปรแกรมทำเพลงค้างไว้ น้ำเสียงของเขาอ่อนลงกว่าเดิมเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว "งานมันเสร็จตั้งแต่เที่ยงคืนแล้ว คุณควรกลับไปนอนพักผ่อน ไม่ใช่มานั่งทำตัวเป็นแม่พระผู้เสียสละอยู่ในนี้"
"เป็นห่วงฉันเหรอคะ?" พริมโรสเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง ขยับตัวเข้ามาใกล้โต๊ะกระจกมากขึ้นโดยไม่ละสายตาไปจากใบหน้าของคนปากแข็ง "อุ๊ย ตายจริง... หลุดคำหวานออกมาจากปากโปรดิวเซอร์ธันวาผู้เย็นชาได้ด้วย แปลกจัง สงสัยฝนจะตกขี้หมูจะไหล"
"เพ้อเจ้อ" ธันวาพ่นลมหายใจพรืดใหญ่ รีบปฏิเสธเสียงแข็งเพื่อกลบเกลื่อนความร้อนผ่าวที่แล่นริ้วขึ้นมาถึงใบหู "ฉันแค่กลัวว่าถ้าคุณเป็นอะไรคาห้องนี้ พรุ่งนี้ฉันต้องมานั่งตอบคำถามตำรวจให้วุ่นวาย เสียเวลาทำงานหมด"
"ปากแข็ง..." พริมโรสพึมพำเบา ๆ แต่จงใจให้เขาได้ยิน เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เดินอ้อมโต๊ะกระจกมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าโซฟาที่เขานั่งอยู่ ท่าทีสบาย ๆ และแววตาที่พราวระยับด้วยความรู้ทันทำให้ธันวาต้องเงยหน้าขึ้นมองตามโดยอัตโนมัติ "ปากแข็งเก่ง ยอมรับความจริงยากเก่ง ยกตำแหน่งแชมป์โลกล้าท้าทายความรู้สึกตัวเองให้เลยค่ะ"
ธันวาขยับตัวจะลุกขึ้นยืนเพื่อหนีรัศมีกดดันที่เธอจงใจสร้างขึ้น แต่ทว่า... ไวเท่าความคิด พริมโรสกลับทิ้งน้ำหนักตัวลงนั่งยอง ๆ ตรงหน้าเขา มือเรียวทั้งสองข้างเท้าลงบนพนักแขนโซฟาทั้งสองฝั่ง กักตัวเขาให้อยู่ในวงแขนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่ใกล้กันเสียจนลมหายใจอุ่น ๆ ที่เจือกลิ่นวานิลลาอ่อน ๆ จากตัวเธอลอยมาปะทะปลายจมูกของเขา
หัวใจในอกข้างซ้ายของธันวากระตุกวูบ จังหวะการเต้นรัวเร็วจนน่าตกใจ เขาเผลอกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ นัยน์ตาคู่คมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นรอยยิ้มซุกซนที่ฉาบอยู่บนเรียวปากอิ่ม
"ทำ... ทำบ้าอะไรของคุณเนี่ย ถอยไปนะพริมโรส" ธันวาเสียงสั่นไปนิดโดยไม่ตั้งใจ เขาพยายามบังคับน้ำเสียงให้ราบเรียบที่สุด แต่ความสั่นไหวในแววตาปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเขากำลังจนมุม
"ทำไมล่ะคะ?" พริมโรสเอียงคอเล็กน้อย ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเขา ราวกับจะค้นหาความลับทุกอย่างที่เขาซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากเย็นชา "เวลาฉันอยู่ใกล้ ๆ คุณทีไร... ทำไมชีพจรของคุณถึงเต้นเร็วจนฉันได้ยินเสียงมันดังลอดออกมาจากอกเสื้อคุณเลยล่ะคะ ธันวา?"
คำถามนั้นราวกับสายฟ้าที่ฟาดผ่าลงมากลางใจ ธันวานิ่งงัน สมองขาวโพลนไปหมด คำแก้ตัวนับร้อยที่เคยเตรียมไว้พลันสลายหายวับไปกับตา เมื่อผู้หญิงตรงหน้าไม่ได้มาไม้แข็ง แต่เธอกำลังใช้ความอ่อนโยนและความจริงใจเข้าบดขยี้เกราะป้องกันทั้งหมดของเขาจนราบคาบ
พริมโรสถอนหายใจแผ่วเบา แววตาดุดันมาดมั่นเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนลึกซึ้งที่ทำเอาหัวใจคนมองแทบหยุดเต้น ปลายนิ้วเรียวอุ่นจัดเอื้อมขึ้นแตะเบา ๆ ที่กรอบหน้าคมสันของเขาอย่างถือวิสาสะ สัมผัสแผ่วเบานั้นส่งกระแสความวูบวาบวิ่งพล่านไปทั่วร่างจนธันวาต้องหลับตาลงชั่วขณะเพื่อตั้งสติ
"ฉันเหนื่อยแล้วนะธันวา..." น้ำเสียงของเธอแผ่วเบาลง เจือด้วยความอ่อนล้าจริง ๆ ที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความสดใส "เหนื่อยที่จะต้องคอยเดาใจคนปากแข็ง เหนื่อยที่จะต้องวิ่งไล่ตามคนที่เอาแต่ผลักไส... ถ้าคุณไม่รัก ถ้าคุณรำคาญฉันมากขนาดนั้น... ทำไมเวลาฉันเข้าใกล้ คุณถึงไม่เคยผลักฉันออกจริง ๆ สักทีล่ะคะ?"
ธันวาลืมตาขึ้นสบตากับเธออีกครั้ง ในเสี้ยววินาทีนั้น กำแพงทั้งหมดที่เขาสร้างขึ้นมานานแรมปีพังทลายลงไม่เป็นท่า ความกลัวที่จะผิดหวัง ความหวาดระแวงในอดีต หรือแม้แต่ความฟอร์มจัดที่ค้ำคออยู่ ถูกความอบอุ่นในดวงตาคู่สวยของพริมโรสหลอมละลายจนหมดสิ้น
เขาพ่ายแพ้แล้ว... พ่ายแพ้อย่างราบคาบให้กับรอยยิ้ม ความสดใส และความดื้อรั้นของผู้หญิงคนนี้
ธันวาผ่อนลมหายใจออกยาวเหยียด มือหนาที่เคยกำแน่นวางลงบนตักอย่างยอมจำนน ริมฝีปากหยักเม้มเข้าหากันเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่าและยอมรับความจริงเป็นครั้งแรกในชีวิต
"เพราะว่า... ถ้าผลักคุณออกไปจริง ๆ คนที่จะเจ็บที่สุด... มันคือฉันต่างหากล่ะยายบ้าเอ๊ย"
พริมโรสชะงัก รอยยิ้มกว้างผุดขึ้นบนใบหน้าทันที ดวงตาเป็นประกายระยิบระยับด้วยความดีใจที่ปิดไม่มิด ทว่าก่อนที่บรรยากาศหวานซึ้งจะได้ดำเนินไปมากกว่านั้น...
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ตามด้วยเสียงบานประตูห้องสตูดิโอที่ถูกผลักเปิดออกโดยฝีมือของใครบางคนที่ไม่ควรจะมาอยู่ในสถานที่แบบนี้เวลานี้
"พี่ธันวาคะ! แย่แล้วค่ะ! ไฟล์เพลงโปรเจกต์หลักหายไปจากเซิร์ฟเวอร์กลางแล้วค่ะ!"
เสียงใสแจ๋วของน้องฝึกงานสาวหน้าใหม่ดังลั่นห้อง ทำเอาพริมโรสและธันวาต้องผละออกจากกันอย่างรวดเร็วราวกับโดนไฟช็อต ธันวาสบถเบา ๆ ในลำคอด้วยความหัวเสีย ขณะที่พริมโรสซ่อนรอยยิ้มขบขันไว้ภายใต้ใบหน้าตื่นตะลึงเล็กน้อย
และในวินาทีที่ธันวาหันไปมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ด้วยความตกใจนั้นเอง ข้อความแจ้งเตือนสีแดงฉานก็เด้งขึ้นบนหน้าจอหลัก พร้อมกับตัวเลขถอยหลังสามสิบวินาทีที่กำลังเริ่มนับถอยหลังสู่วิกฤตครั้งใหญ่...
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาสัมผัสความคลั่งรักแบบซึน ๆ ของคุณโปรดิวเซอร์นะคะ — ดาวตกคืนคริสต์มาส
เซฟโซนของผมคือคุณคนปากแข็ง•ตอนที่ 23
ใครบางคนเริ่มยอมรับความพ่ายแพ้
ผลงานโดย ดาวตกคืนคริสต์มาส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาวตกคืนคริสต์มาส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของผมคือคุณคนปากแข็ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!