ลมหายใจใต้เงาคลื่น: เมนูรักจากปลายด้ามขวาน•ตอนที่ 51

คำสารภาพของสิงห์

ผลงานโดย ลมทะเลพัดรัก
"ถ้าคุณจะมาเพื่อบอกว่าเรือลำนั้นพร้อมออกทะเลอีกครั้ง ผมบอกเลยว่าผมไม่ไปไหนทั้งนั้น" ตะวันวางมีดเชฟในมือลงบนเขียงไม้กระทบเสียงดังสนั่น เขามองผ่านบานหน้าต่างไม้เก่าๆ ออกไปยังท่าเรือที่เงียบงันในยามพลบค่ำ ร่างสูงใหญ่ของนายหัวสิงห์ยืนตระหง่านอยู่ตรงกรอบประตู มือหยาบกร้านที่ผ่านการดึงอวนและสัมผัสเค็มจัดของน้ำทะเลมาค่อนชีวิตกำลังกำแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน สิงห์ไม่ได้ขยับเข้าไปใกล้ แต่เขากลับก้าวเข้ามาในร้านอาหารเล็กๆ ของตะวันด้วยจังหวะที่หนักแน่นและเชื่องช้า กลิ่นไอทะเลที่ติดตัวเขามาเหมือนจะอบอวลไปทั่วร้าน กลิ่นเกลือ กลิ่นแดด และกลิ่นความอ้างว้างที่ซ่อนอยู่ใต้ใบหน้าเรียบเฉย "ผมไม่ได้มาเรื่องเรือ" สิงห์เอ่ยเสียงต่ำ มันเป็นเสียงที่แหบพร่าเหมือนคลื่นกระทบโขดหินในคืนพายุ "ผมมาเพื่อบอกว่า... ต่อให้ทะเลจะบ้าคลั่งแค่ไหน ผมก็ไม่เคยหาทางกลับฝั่งเจอ จนกระทั่งมาเจอคุณที่นี่" ตะวันชะงัก ลมหายใจสะดุดกึก เขาหันกลับมาเผชิญหน้ากับชายที่เขามักจะนิยามว่า 'เหมือนพายุที่ซ่อนตัวในร่างมนุษย์' ตะวันเห็นแววตาของสิงห์ในตอนนี้ มันไม่ใช่แววตาของนายหัวผู้เด็ดขาดที่เขารู้จัก แต่เป็นแววตาของผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังแบกความรู้สึกมหาศาลไว้บนบ่า "คุณกำลังดื่มเหล้ามาหรือเปล่า สิงห์" ตะวันถาม พยายามคุมน้ำเสียงให้ราบเรียบที่สุด "ผมมีสติพอที่จะรู้ว่าตัวเองกำลังพูดอะไร" สิงห์ก้าวเข้ามาอีกก้าว ระยะห่างที่เคยมีเริ่มสั้นลงจนตะวันสัมผัสได้ถึงไออุ่นที่แผ่ออกมาจากตัวอีกฝ่าย "ที่ผ่านมาผมคิดว่าการได้ออกไปเผชิญกับคลื่นลมกลางทะเล คือความสุขเพียงอย่างเดียวในชีวิต ผมคิดว่าตัวเองไม่ต้องการใคร เพราะทะเลไม่เคยทอดทิ้งผม แต่วันนี้... ตอนที่ผมอยู่กลางทะเลนั่น ผมกลับมองหาแต่ไฟจากร้านเล็กๆ ของคุณ ผมสงสัยว่าคุณจะเหนื่อยไหม จะหิวหรือเปล่า หรือว่าจะลืมเปิดไฟทิ้งไว้รอใครบางคน" ตะวันกำชายผ้ากันเปื้อนแน่น หัวใจของเขาเต้นรัวจนแทบจะหลุดออกมาข้างนอก มันเป็นความรู้สึกที่ต่างจากความตื่นเต้นในครัวระดับมิชลินสตาร์ที่เขาเคยผ่านมา แต่มันคือความรู้สึกของการถูกมองเห็น... ถูกจดจำจากคนที่ไม่เคยพูดคำหวาน "คุณพูดเรื่องอะไร คุณกำลังจะไปจากที่นี่ใช่ไหม" ตะวันถามพลางเบี่ยงสายตาไปมองจานปลาหมึกที่เตรียมไว้ "คุณเป็นคนประเภทที่จะไม่ลงหลักปักฐานที่ไหนนานๆ ไม่ใช่หรือไง" สิงห์เอื้อมมือไปจับขอบโต๊ะไม้ตัวยาว นิ้วของเขาเคาะเป็นจังหวะเชื่องช้าก่อนจะหยุดลง "ผมเคยเป็นแบบนั้น ตะวัน จนกระทั่งคุณเดินเข้ามาในชีวิตผม คุณเปลี่ยนความหมายของคำว่า 'บ้าน' ไปจากเดิม จากที่เคยคิดว่าเรือคือที่พักพิง กลายเป็นว่า... ผมเริ่มอยากมีบ้านจริงๆ มีสวนผักที่เขียวชอุ่ม และมีคุณคอยทำอาหารรออยู่ทุกเย็น" ความเงียบเข้าปกคลุมร้านอาหาร มีเพียงเสียงคลื่นลมด้านนอกที่ปะทะกับผนังไม้เป็นระยะ ตะวันเม้มปากแน่น เขาไม่ได้เตรียมตัวมารับฟังคำสารภาพที่ตรงไปตรงมาขนาดนี้ ความเป็นเชฟที่ยึดติดกับความสมบูรณ์แบบทำให้เขาพยายามรักษาท่าที แต่ในใจเขากลับสั่นคลอนไปหมด "สิงห์... การใช้ชีวิตที่นี่มันไม่ใช่เรื่องง่ายนะ มันไม่มีความตื่นเต้นแบบที่คุณคุ้นเคย" ตะวันพูดเบาๆ "ผมเบื่อความตื่นเต้นแล้ว" สิงห์ขัดขึ้น "ผมต้องการความเรียบง่ายที่มีคุณ... ตะวัน ฟังผมนะ ไม่ใช่ในฐานะนายหัวสิงห์ แต่ในฐานะผู้ชายคนหนึ่งที่เพิ่งรู้ตัวว่าเขาสูญเสียสิ่งสำคัญไปทุกครั้งที่เขาหันหลังให้คุณ" สิงห์ขยับเข้าไปใกล้จนตะวันสัมผัสได้ถึงลมหายใจที่สม่ำเสมอ เขาเอื้อมมือไปแตะแขนตะวันเบาๆ เป็นสัมผัสที่ให้ความรู้สึกปลอดภัยและหนักแน่นเกินกว่าจะปฏิเสธได้ ตะวันเงยหน้าขึ้นสบตาชายตรงหน้า แววตาของสิงห์สะท้อนความจริงใจที่ทำให้คนมองอย่างตะวันรู้สึกเหมือนยืนอยู่ท่ามกลางมหาสมุทรที่แปรปรวนแต่กลับสงบลงอย่างประหลาด "ผมไม่ได้ต้องการแค่ให้คุณทำอาหารให้ผมกิน" สิงห์กระซิบแผ่วเบา "ผมต้องการให้คุณเป็นคนคนเดียวที่ผมจะมองเห็น เมื่อผมลืมตาตื่นในทุกๆ เช้า และเป็นคนสุดท้ายที่ผมจะกอดก่อนหลับตาลง" ตะวันรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหมุนช้าลง ความคิดที่เคยฉับไวแบบเชฟมืออาชีพกลับหยุดชะงัก เขากำลังจะเอ่ยปากตอบรับ แต่แล้วเสียงสัญญาณแจ้งเตือนวิทยุสื่อสารที่วางอยู่บนเคาน์เตอร์ของสิงห์ก็ดังขึ้นถี่ๆ พร้อมกับเสียงรบกวนที่บาดหู สิงห์ขมวดคิ้วแน่น เขารีบหยิบเครื่องมือสื่อสารขึ้นมาฟัง ในขณะที่ใบหน้าของเขาเปลี่ยนสีทันทีเมื่อได้ยินข้อความที่ปลายสายแจ้งมา "นายหัวครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วที่อ่าวลึก เรือสินค้าต่างชาติเพิ่งชนเข้ากับแนวปะการังน้ำมันกำลังรั่วไหลหนัก เราต้องออกไปช่วยอพยพด่วนครับ!" สิงห์หันมามองตะวันด้วยสายตาที่เจ็บปวดและลังเล ความสัมพันธ์ที่กำลังงอกงามดั่งต้นกล้ากลับถูกพายุโถมเข้าใส่อย่างไม่ทันตั้งตัว สิงห์มองหน้าตะวันสลับกับวิทยุ ในวินาทีที่เขาตัดสินใจจะวางวิทยุลงเพื่ออยู่ต่อ เสียงจากปลายสายก็ตะโกนชื่อเขาซ้ำๆ ด้วยความตื่นตระหนกพร้อมข่าวร้ายที่ทำให้ตะวันหน้าถอดสี... "นายหัวครับ! คนที่อยู่บนเรือนั่น... มีน้องสาวของคุณอยู่ด้วยครับ!" ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและแบ่งปันไออุ่นไปกับลมทะเลพัดรักนะครับ
สารจากนักเขียน (ลมทะเลพัดรัก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ลมหายใจใต้เงาคลื่น: เมนูรักจากปลายด้ามขวาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%