นิทรรศการรักในรอยพู่กันสีหม่น•ตอนที่ 1

กลิ่นสีน้ำมันในเช้าวันใหม่

ผลงานโดย ดอกเดซี่ริมทาง
"ถ้าคุณตั้งใจจะนำ 'ขยะ' พวกนี้มาไว้ที่นี่ ฉันแนะนำให้คุณไปเช่าโกดังเก็บของร้างๆ ท้ายซอยแทนจะดีกว่าค่ะ" รินรดาชะงักค้าง มือที่กำลังถือพู่กันขนสัตว์ราคาแพงสั่นระริก เสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบนั้นไม่ได้ดังมาจากเจ้าของสตูดิโอที่เธอเพิ่งเซ็นสัญญาเช่า แต่มาจากมุมมืดของห้องโถงกว้างที่เต็มไปด้วยผืนผ้าใบขึงตึงทิ้งคราบฝุ่นหนาเตอะ เธอสูดลมหายใจเข้าลึก กลิ่นน้ำมันลินสีดผสมกับกลิ่นอับของไม้เก่าพุ่งเข้าปะทะจมูก—มันเป็นกลิ่นที่เธอคุ้นเคย แต่ในวินาทีนี้ มันกลับให้ความรู้สึกเหมือนสารเคมีที่กำลังกัดกร่อนความมั่นใจของเธอจนกร่อนไปทีละน้อย "นี่คือพื้นที่ของฉันแล้วค่ะ" รินรดาตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่พยายามรักษาระดับให้เรียบเฉยที่สุด แม้ใจจะเต้นรัวเหมือนกลองที่ถูกตีไม่เป็นจังหวะ "และงานศิลปะพวกนี้... มันคือตัวตนของฉัน" ร่างสูงโปร่งที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ตัวเก่าค่อยๆ ขยับตัวออกมาจากเงามืด แสงสลัวจากหน้าต่างบานสูงที่ไม่ได้เปิดมานานหลายปีเผยให้เห็นใบหน้าเรียบเฉย ดวงตาคู่นั้น... มันไม่ใช่ดวงตาของคนที่มองเห็นโลกด้วยสีสันสดใส แต่มันเป็นดวงตาที่ว่างเปล่าราวกับหลุมดำที่ดูดกลืนแสงสว่างรอบข้างไปจนหมดสิ้น เมฆา—คนแปลกหน้าที่เธอไม่เคยถูกแนะนำให้รู้จัก—จ้องมองเธอราวกับกำลังประเมินคุณภาพของวัสดุที่ไร้ค่า "ตัวตนที่จืดชืดขนาดนี้งั้นเหรอ?" เมฆาเดินผ่านหน้าเธอไปอย่างเชื่องช้า ปลายเล็บเรียวยาวของเขาแตะผ่านขอบเฟรมผ้าใบที่รินรดาเพิ่งจัดวางไว้ "คุณใช้สีขาวผสมมากเกินไป เหมือนคนที่พยายามลบตัวเองออกจากพื้นที่ว่าง เพื่อไม่ให้ใครเห็นว่าจริงๆ แล้วคุณไม่เหลืออะไรให้แสดงออกมาเลย" คำวิจารณ์นั้นเหมือนคมมีดที่กรีดลงบนแผลเดิมที่ครอบครัวของเธอเคยฝากไว้ รินรดากำหมัดแน่น สีบนพู่กันในมือหยดลงบนพื้นไม้เป็นจุดสีน้ำเงินหม่น—สีเดียวกับความรู้สึกในใจของเธอในเวลานี้ "คุณมีสิทธิ์อะไรมาตัดสินงานของฉัน?" รินรดาเค้นเสียงถาม เมฆาไม่ตอบ เขาเดินไปที่มุมหนึ่งของห้อง ตรงนั้นมีขาตั้งไม้ตัวใหญ่ที่ถูกคลุมไว้ด้วยผ้าดิบผืนหนา เขาหยุดยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะกระชากผ้าผืนนั้นออกด้วยแรงที่มากเกินความจำเป็น ฝุ่นฟุ้งกระจายจนรินรดาต้องยกมือขึ้นป้องจมูก แต่เมื่อฝุ่นเหล่านั้นจางลง ดวงตาของเธอก็เบิกกว้าง ไม่ใช่ภาพวิวทิวทัศน์ ไม่ใช่ภาพเหมือนบุคคล แต่เป็นภาพวาดสีน้ำมันที่ดิบและรุนแรงจนน่าขนลุก มันเป็นภาพของผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังจมดิ่งลงในห้วงน้ำที่เต็มไปด้วยเศษซากของตัวอักษรและพู่กันที่หักสะบั้น ทุกจังหวะการปาดสีดูบ้าคลั่ง เต็มไปด้วยความโกรธแค้นและความเจ็บปวดที่ถูกฉาบไว้ด้วยโทนสีเทาเข้มจนเกือบดำ ทว่าตรงกลางของภาพ... ตรงบริเวณหัวใจของผู้หญิงในภาพกลับมีรอยแต้มสีแดงสดเพียงจุดเดียว—แดงที่ดูราวกับเลือดที่ยังไม่แห้ง รินรดาก้าวเข้าไปหาภาพนั้นโดยไม่รู้ตัว กลิ่นสีน้ำมันในภาพนี้รุนแรงจนแทบจะเรียกได้ว่ามีชีวิต มันไม่ได้ให้ความรู้สึกถึงความงดงาม แต่ให้ความรู้สึกถึงการมีอยู่ของอะไรบางอย่างที่ลึกซึ้งและดำมืดเกินกว่าที่เธอจะเข้าใจ "นี่คืออะไร?" เธอพึมพำ น้ำเสียงสั่นพร่า "นิทรรศการที่ไม่มีใครอยากเข้าชม" เมฆาพูดเบาๆ อยู่ข้างหลังเธอ กลิ่นบุหรี่จางๆ ของเขาปะปนกับกลิ่นสีจนรินรดารู้สึกหายใจติดขัด "คุณชอบมันไหมล่ะ? ภาพวาดที่ซื่อตรงกับความตายมากกว่าความหวัง" รินรดาหันกลับไปเผชิญหน้ากับเขา ระยะห่างระหว่างทั้งคู่มีเพียงอากาศที่หนักอึ้งคั่นกลาง เธอพบว่าดวงตาของเมฆาในระยะใกล้เช่นนี้ไม่ได้ว่างเปล่าอย่างที่เธอคิด แต่มันเต็มไปด้วยรอยร้าวที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความนิ่งงันนั้น "ถ้าคุณคิดว่างานของฉันจืดชืด" รินรดาพูดขึ้น ท้าทายความเงียบ "งั้นช่วยบอกที... ว่าทำไมภาพนี้ถึงมีความหวังหลงเหลืออยู่แค่หยดเดียว ตรงกลางใจของคนที่ตายไปแล้ว" เมฆาชะงัก สายตาที่เคยเฉยชาของเขาไหววูบไปชั่วครู่ เหมือนคนถูกตบหน้าด้วยความจริงที่เขาเองก็ไม่อยากยอมรับ เขาขยับเข้ามาใกล้จนรินรดาสัมผัสได้ถึงไอความร้อนจากตัวเขา แววตานั้นเปลี่ยนจากความเย็นชาเป็นความดุดันที่ยากจะคาดเดา เขาโน้มตัวลงมาจนริมฝีปากอยู่ห่างจากใบหูของเธอเพียงไม่กี่เซนติเมตร กระซิบด้วยน้ำเสียงที่ทำให้ขนอ่อนทั่วร่างของเธอลุกชัน "เพราะหยดสีแดงนั่น... ไม่ใช่สีที่ฉันตั้งใจระบายลงไป" เขาเว้นจังหวะลมหายใจ "แต่มันคือสีที่ไหลออกมาจากนิ้วของฉัน ในคืนที่ฉันทำทุกอย่างพังทลายจนไม่เหลือแม้แต่ความทรงจำ... เหมือนกับที่คุณกำลังจะทำในสตูดิโอนี้" รินรดารู้สึกเหมือนพื้นไม้ใต้เท้ากำลังสั่นสะเทือน เธอหมุนตัวกลับไปมองภาพวาดนั้นอีกครั้งด้วยความหวาดหวั่น ทว่าสิ่งที่ทำให้หัวใจของเธอเกือบหยุดเต้นไม่ใช่คำพูดของเขา แต่มันคือสิ่งแปลกปลอมที่เธอเพิ่งสังเกตเห็นที่มุมล่างขวาของผืนผ้าใบ—ลายเซ็นที่คุ้นตาจนแทบกรีดร้อง มันเป็นอักษรย่อที่เธอเห็นในจดหมายจากพ่อเมื่อสิบปีก่อน วันที่พ่อของเธอหายสาบสูญไปพร้อมกับภาพวาดชิ้นสุดท้ายของตระกูล ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับรอยพู่กันสีหม่นในบทนี้ หวังว่าคุณจะพบเศษเสี้ยวของหัวใจตัวเองซ่อนอยู่ในทุกรอยสีนะคะ—ดอกเดซี่ริมทาง
สารจากนักเขียน (ดอกเดซี่ริมทาง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิทรรศการรักในรอยพู่กันสีหม่น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%