"ถ้าพวกแกยังไม่ไสมือไสกีนออกไปจากบ้านหลังนี้ภายในสามวัน ฉันจะไปฟ้องผู้ใหญ่บ้านว่าพวกแกมันคือพวกหัวขบถแอบซ่อนสมบัติทุนนิยม!"
เสียงแหลมสูงจนแก้วหูแทบปริแตกของป้าสะใภ้ใหญ่ 'หวังชุนฮวา' ดังทะลุประตูกระดาษสาเก่าๆ เข้ามา กระแทกเข้าสู่ประสาทสัมผัสของภัทรอย่างจัง
ความเจ็บปวดแปลบปลาบราวกับมีเข็มนับพันเล่มพุ่งทะลวงเข้าสู่ขมับทั้งสองข้าง ภัทรสูดลมหายใจเข้าลึกโดยอัตโนมัติ กลิ่นอับชื้นของดินโคลน กลิ่นควันฟืนจางๆ และกลิ่นอับของเรือนไม้สักเก่าทรุดโทรมตีรวนขึ้นมาในลำคอ สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อและบรรยากาศตึงเครียดของห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลใหญ่ในกรุงปักกิ่งปี 2023 อย่างแน่นอน
ภัทรกะพริบตาช้าๆ เพื่อปรับโฟกัส ภาพเบื้องหน้าไม่ใช่เพดานสีขาวโพลนและจอชีพจรหัวใจที่กำลังส่งเสียงเตือนยาวต่อเนื่อง แต่เป็นคานไม้สีดำเขม่าควัน หน้าต่างบานกระทุ้งที่ปิดสนิทด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์เก่าๆ และร่างสะท้อนในกระจกเงาบานเล็กขึ้นสนิมที่แขวนอยู่มุมห้อง—ใบหน้านี้อ่อนเยาว์ ไร้ริ้วรอยแห่งความเหนื่อยล้าจากการผ่าตัดข้ามวันข้ามคืน แต่กลับซีดเซียวและฉายแววความเจ็บป่วยอ่อนแอ
ปี 1982... เขาย้อนเวลากลับมาจริงๆ
นี่คือห้วงเวลาแห่งความอัปยศอดสูที่สุดในชีวิต เมื่อตระกูลเฉินฝ่ายสามีและญาติฝ่ายภรรยาต่างรุมทึ้งกัดกินทรัพย์สินชิ้นสุดท้ายหลังจากที่พ่อแม่บุญธรรมของเขาเสียชีวิตลง
"พี่ใหญ่..." เสียงแหบพร่าและสั่นเครือดังขึ้นข้างกาย 'หลินหลิน' น้องสาวบุญธรรมวัยสิบขวบกำลังซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่มเก่าๆ ร่างผอมโซสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว ดวงตากลมโตเต็มไปด้วยหยาดน้ำตา "พวกเขาบอกว่าจะไล่เราไปอยู่โรงนาจริงๆ หรือครับ... แล้วเราจะเอาอะไรกินกัน"
ภัทรหันไปมองเด็กน้อย ความรู้สึกอบอุ่นและปวดร้าวแล่นพล่านขึ้นมาในอก ในอดีตชาติ หลินหลินต้องจบชีวิตลงอย่างอนาถในฤดูหนาวปีถัดมาเพราะพิษไข้และความอดอยาก ส่วนตัวเขาเองก็ถูกบีบคั้นจนกลายเป็นคนเสียสติ ก่อนจะถูกตลบหลังด้วยแผนการสกปรกจนต้องจบชีวิตลงอย่างไร้ค่า
แต่วันนี้... ทุกอย่างจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
ภัทรเหยียดยิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มเยือกเย็นที่เคยทำให้บรรดาศาสตราจารย์และผู้อำนวยการโรงพยาบาลในอนาคตต้องหนสันหลังวาบ มือเรียวยาวที่เคยถือมีดผ่าตัดด้วยความแม่นยำระดับไมครอนเอื้อมไปลูบศีรษะของน้องสาวเบาๆ เพื่อถ่ายทอดความอบอุ่น "ไม่ต้องกลัว พี่อยู่ตรงนี้แล้ว ไม่มีใครเอาอะไรไปจากเราได้ทั้งนั้น"
น้ำเสียงนั้นแม้จะแหบแห้ง แต่กลับมีพลังบางอย่างที่หนักแน่นและสงบนิ่งจนหลินหลินชะงักงัน นางเงยหน้าขึ้นมองพี่ชาย รู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงบางอย่างที่แปลกประหลาด—พี่ชายคนเดิมที่อ่อนแอและเอาแต่ร้องไห้ บัดนี้แววตากลับลึกล้ำราวกับห้วงสมุทรที่ไม่มีวันหยั่งถึง
ข้างนอกประตู เสียงของหวังชุนฮวายังคงแผดเสียงด้วยความฮึกเหิม นางกำลังยืนเท้าสะเอวอยู่กลางลานบ้าน พร้อมกับสามีจอมเจ้าเล่ห์ 'เฉินกุ้ย' และบรรดาชาวบ้านที่ถูกจูงจมูกมาดูความสนุก
"ดูเอาเถอะครับทุกคน! สองพี่น้องนี่อาศัยความเป็นครูเก่าของพ่อแม่ครอบครองบ้านหลังใหญ่โต แต่ตัวเองกลับเกียจคร้าน ไม่ยอมทำนาแต้มแต้ม ปล่อยให้ที่ดินรกร้าง แถมยังแอบเก็บซ่อนของโบราณไว้ขายหากำไรเข้าตัว แบบนี้มันพวกหนอนบ่อนไส้ชัดๆ!" หวังชุนฮวาจงใจปั้นน้ำเป็นตัว ตะโกนให้เพื่อนบ้านได้ยินกันทั่วหน้า หวังจะกดดันให้พวกเขายอมเซ็นสัญญาโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินและตัวบ้านให้โดยปริยาย
ชาวบ้านเริ่มซุบซิบกันไปต่างๆ นานา สมัยนี้ใครมีความเกี่ยวข้องกับ "ของโบราณ" หรือ "ทุนนิยม" ถือเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย
ภัทรค่อยๆ พยุงร่างที่ยังคงอ่อนแรงลุกขึ้นยืน เขาสวมเสื้อแจ็กเก็ตสีเขียวขี้ม้าตัวเก่าที่ติดกระดุมไม่ตรงรัง แล้วก้าวเดินช้าๆ ไปเปิดประตูไม้เสียงดังเอี๊ยดอ๊าด
แกร็ก!
บานประตูเปิดออก ปะทะกับแสงแดดยามสายที่สาดส่องลงมา หวังชุนฮวาที่กำลังอ้าปากเตรียมจะด่าทอต่อถึงกับสะดุดกักค้าง นางเงยหน้าขึ้นมองผู้ที่ยืนอยู่ตรงธรณีประตู แล้วเผลอถอยหลังไปกึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว
นี่หรือคือภัทรที่นางจำได้?
เด็กหนุ่มที่เคยตัวลีบ หลบสายตา และหวาดกลัวอำนาจมืดของพวกนาง บัดนี้กลับยืนตรงสง่า ใบหน้าคมคายไร้รอยยิ้ม ดวงตาดำขลับคู่นั้นกวาดมองนางด้วยสายตาเยียบเย็น ราวกับแพทย์กำลังมองเชื้อมะเร็งร้ายที่ต้องรอเวลาตัดทิ้ง
"ป้าใหญ่..." ภัทรเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าก้องกังวานชัดเจนทุกถ้อยคำ "ท่านบอกว่าพวกเราครอบครองสมบัติและเกียจคร้านอย่างนั้นหรือ? ไหนลองพูดให้ชัดเจนอีกทีซิ ว่าหลักฐานที่ท่านถืออยู่นั้น... มันถูกกฎหมาย หรือเป็นแค่เอกสารปลอมที่ท่านละเมوضลักลอบทำขึ้นมากันแน่?"
คำพูดประโยคเดียวทำเอาบรรยากาศรอบลานบ้านเงียบกริบลงทันตา หวังชุนฮวาหน้าถอดสี รีบแหวลั่นกลบเกลื่อนความพิรุธ "ไอ้เด็กนี่! แกกล้าดียังไงมากล่าวหาฉัน! เอกสารสิทธิ์ที่ดินพ่อแม่แกยกให้ฉันก่อนตายต่างหาก!"
"อ๋อ... ยกให้ก่อนตาย?" ภัทรแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความอบอุ่นทำให้หวังชุนฮวาขนลุกซู่ "ท่านแน่ใจนะว่าพ่อแม่ผมเซ็นให้? ถ้าอย่างนั้น ทำไมลายมือบนกระดาษใบนั้นถึงเพิ่งเขียนด้วยหมึกซึมราคาถูกที่เพิ่งซื้อมาจากตลาดอำเภอเมื่อวานนี้เล่า?"
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง ชาวบ้านเริ่มหันมามองหน้ากันด้วยความสงสัย เฉินกุ้ยผู้สามีรีบก้าวเข้ามาหมายจะใช้กำลังขู่เข็ญ "ไอ้หลานเนรคุณ แกอย่ามาปากดีนะ! วันนี้ต่อให้แกมีปากเป็นร้อย แกก็ต้องไสหัวออกไป!"
เฉินกุ้ยเงื้อมือขึ้นหมายจะตบหน้าภัทรให้หายแค้น มือหยาบกร้านพุ่งตรงมาด้วยความรวดเร็ว
ภัทรไม่แม้แต่จะหลบ แววตาของเขาวาวโรจน์ขึ้นวูบหนึ่ง สมองคำนวณวิถีการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อคู่ต่อสู้อย่างแม่นยำในเสี้ยววินาที ทว่า—
หมับ!
ก่อนที่มือของเฉินกุ้ยจะทันได้เฉียดผิวหน้าของภัทร กลับมีมือหนาใหญ่ราวคีมเหล็กคู่หนึ่งยื่นมาจากด้านข้าง คว้าข้อมือของเฉินกุ้ยไว้แน่นจนเกิดเสียงกระดูกลั่นเบาๆ
"เฮ้ย! ใครวะ... โอ๊ย! มือฉัน! มือฉันจะหักอยู่แล้ว!" เฉินกุ้ยร้องโอดครวญด้วยความเจ็บปวดใบหน้าบิดเบี้ยว
ภัทรชะงัก เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยเมื่อหันไปมองผู้ที่มาใหม่
ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อแจ็กเก็ตทหารสีซีด ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวแต่แฝงไว้ด้วยความนิ่งสงบ กลิ่นอายความเป็นผู้นำและพละกำลังที่เหนือกว่าคนทั่วไปแผ่ออกมาจากตัวตนของเขาอย่างชัดเจน—'เฉินหยาง' อดีตทหารผ่านศึกผู้เก็บตัวเงียบเชียบ เจ้าของที่ดินรกร้างแปลงข้างเคียงที่ชาวบ้านต่างพากันหวาดกลัวและหลีกเลี่ยง
เฉินหยางปัดมือเฉินกุ้ยออกราวกับปัดแมลงวัน น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ แต่ทรงพลังจนทุกคนต้องกลั้นหายใจ
"เขตแดนบ้านตระกูลเฉินตรงนี้ เป็นกรรมสิทธิ์ของทางการที่ยังไม่มีการอนุมัติให้โอนย้าย... ใครก็ตามที่กล้าใช้กำลังรังแกเด็กไม่มีพ่อแม่ในเขตหมู่บ้านนี้ คงต้องถามกำนันและกฎหมายทหารดูก่อนว่าอนุญาตไหม"
หวังชุนฮวากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก นางถอยกรูดไปหลบหลังสามีที่กำลังกุมข้อมือร้องครวญคราง ขณะที่เฉินหยางหันมามองภัทร สายตานั้นไม่ได้เย็นชา แต่กลับมีความห่วงใยลึกซึ้งที่ซ่อนไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย
ทว่า ในขณะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียด กลิ่นหอมประหลาดบางอย่างก็ลอยโชยมาตามกระแสลมยามสาย เป็นกลิ่นหอมหวานละมุนของน้ำซุปกระดูกเคี่ยวกับสมุนไพรป่าและรากบัวสด ที่ส่งกลิ่นยั่วน้ำลายจนทุกคนในลานบ้านต้องสูดจมูกโดยไม่รู้ตัว
เฉินหยางขยับจมูกเล็กน้อย สายตาคมกริบเหลือบไปมองเตาฟืนเก่าหลังบ้านของภัทร ที่ซึ่งควันจางๆ กำลังพวยพุ่งขึ้นมาพร้อมกับหม้อดินเผาใบเล็กที่กำลังเดือดปุดๆ
--------------------------------------------------
*(ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางย้อนอดีตไปกับผม แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ - หมอภัทรแก้ไขชะตา)*
คุณหมอผู้เย็นชากับฟาร์มสมุนไพรในวันวาน•ตอนที่ 1
ฟื้นคืนชีพในความทรงจำที่ขมขื่น
ผลงานโดย หมอภัทรแก้ไขชะตา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอภัทรแก้ไขชะตา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหมอผู้เย็นชากับฟาร์มสมุนไพรในวันวาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!