กลิ่นของฟอร์มาลีนและซัลเฟอร์จางๆ ลอยอวลอยู่ในห้องชันสูตรศพใต้ดินอุณหภูมิสิบแปดองศาเซลเซียส แสงไฟนีออนสีขาวโพลนสะท้อนลงบนพื้นสเตนเลส สะอาดสะอ้านจนน่าสะพรึงกลัว ไม่มีเสียงใดเล็ดลอดเข้ามาจากโลกภายนอก นอกจากเสียงหยดน้ำจากก๊อกน้ำมุมห้องและเสียงโลหะกระทบกันเป็นจังหวะ
หมอธันวาตวัดสายตาคมกริบมองร่างไร้วิญญาณบนเตียงผ่าตัด มือสวมถุงมือยางสีขา2ข้างกำลังจัดวางเครื่องมือแพทย์ด้วยความแม่นยำระดับมิลลิเมตร ดวงตาคู่คมภายใต้กรอบแว่นสายตาไร้กรอบฉายแววเรียบเฉย ไร้ซึ่งความอาลัยอาวรณ์ต่อผู้ตาย สิ่งเดียวที่เขายึดถือไม่ใช่ความหวังหรือปาฏิหาริย์ แต่คือความจริงที่ถูกบันทึกไว้บนโครงสร้างทางกายวิภาค
"สภาพภายนอกไม่มีรอยช้ำ ไม่มีรอยแผลฉีกขาด หรือร่องรอยการต่อสู้ใดๆ ร่างกายสมบูรณ์แบบจนน่าสงสัย"
น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นพึมพำกับตัวเองขณะใช้ปลายมีดผ่าตัดกรีดลงบนผิวหนังส่วนอกเป็นแนวตัววาย (Y-incision) อย่างนิ่มนวล เลือดสีแดงเข้มข้นไหลซึมออกมาเล็กน้อยตามแรงโน้มถ่วง ศาสตราจารย์ด้านนิติเวชผู้นี้ใช้ชีวิตอยู่กับการชำแหละความลับของคนตาย เพื่อแลกกับการไม่สามารถแก้ไขอดีตอันเจ็บปวดที่ยังคงกัดกินหัวใจ—ภาพของน้องสาวผู้ล่วงลับที่ตายอย่างปริศนาโดยไร้คำตอบจากกระบวนการยุติธรรม
"คุณกำลังมองหาความผิดปกติในจุดที่ไม่มีวันเจอหรอครับ หมอธันวา"
เสียงทุ้มกังวานดังขึ้นจากมุมมืดของห้องชันสูตร ธันวาชะงักมือเล็กน้อยแต่ไม่ได้หันกลับไปทันที เขารู้ดีว่าใครคือผู้บุกรุกพื้นที่สิทธิ์ขาดของเขาคนนี้ รินทร์—อดีตสารวัตรสืบสวนมือฉกาจที่ลาออกจากราชการหลังอุบัติเหตุทางสมองเมื่อสองปีก่อน ยืนพิงเสาด้วยท่าทางสบายๆ เสื้อแจ็คเก็ตหนังสีดำยับย่นและดวงตาที่ลึกโหลบ่งบอกถึงการอดนอน
"ที่นี่ไม่ใช่สนามเด็กเล่นของคุณ รินทร์ พื้นที่นี้สงวนไว้สำหรับคนเป็นที่กำลังพิสูจน์ซากของคนตาย ไม่ใช่ที่สำหรับคนตาบอดที่อ้างว่าเห็นผีสาง" ธันวาเอ่ยตอบเสียงเรียบโดยไม่ละสายตาจากรอยแผลผ่าตัด
รินทร์ยิ้มมุมปาก ก้าวเท้าช้าๆ เข้ามาใกล้โต๊ะสเตนเลส กลิ่นไอความเย็นยะเยือกแผ่ซ่านออกมาจากตัวอดีตนายตำรวจคนนี้ทุกครั้งที่เขาเข้าใกล้ที่เกิดเหตุ รินทร์ก้มลงมองศพผู้ชายวัยกลางคนบนเตียง นัยน์ตาของเขาเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเทาขุ่นมัวชั่วขณะ—อาการหลอนทางประสาทที่แพทย์วินิจฉัยว่าเป็นผลพวงจากกะโหลกศีรษะร้าว แต่มันคือ "พรสวรรค์" หรือ "คำสาป" ที่ทำให้เขามองเห็นภาพความจำตกค้าง (Memory Residue) ของสถานที่และผู้ตาย
"คุณคิดว่าเขาไหลตายในห้องนอนตัวเองใช่ไหมครับ ผลตรวจ toxicology เบื้องต้นคงบอกว่าหัวใจล้มเหลวเฉียบพลันจากสารเคมีบางชนิด" รินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคม
"ผลแล็บไม่เคยโกหกใคร เหมือนกับหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ที่ไม่เคยกระพริบตาโกหก" ธันวาตอกกลับด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น มือยังคงใช้คีมถ่างซี่โครงออกเพื่อตรวจดูปอดและหัวใจ "ร่องรอยกล้ามเนื้อหัวใจหนาตัว บ่งบอกภาวะหัวใจล้มเหลวเรื้อรัง ไม่มีสารพิษเจือปน คดีนี้จบลงตั้งแต่ร่างนี้ถูกส่งมาถึงโต๊ะผมแล้ว"
รินทร์ส่ายหัวช้าๆ รอยยิ้มจางหายไปจากใบหน้า ดวงตาคมกวาดมองไปทั่วร่างของศพก่อนจะเลื่อนมาสบตากับธันวาตรงๆ บรรยากาศรอบตัวดูเหมือนจะลดอุณหภูมิลดลงไปอีกหลายองศา
"ความจริงที่คุณศรัทธากำลังถูกบิดเบือน หมอธันวา" รินทร์ก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะชันสูตรจนแทบจะชิดกับร่างของแพทย์นิติเวช "ถ้าคุณใช้มีดกรีดลงลึกกว่านี้อีกสองเซนติเมตรที่ลิ้นปี่ หรือลองดมกลิ่นที่ซอกเล็บของเขาให้ดี... คุณจะได้กลิ่นของ 'ความหวาดกลัว' มากกว่ากลิ่นฟอร์มาลีน"
ธันวาหยุดการเคลื่อนไหว นัยน์ตาคมกริบหันขวับมามองหน้าอีกฝ่าย แววตาคู่นั้นทั้งดุดันและเต็มไปด้วยความไม่พอใจในความสะเพร่าทางวิชาชีพที่อีกฝ่ายกล่าวหา
"อย่าใช้จินตนาการบ้าๆ ของคุณมาลบหลู่กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ รินทร์ ผมทำงานด้วยหลักฐานเชิงประจักษ์ ไม่ใช่ภาพหลอนจากสมองที่ได้รับความกระทบกระเทือนของอดีตตำรวจตกอับ"
"ผมไม่ได้ใช้จินตนาการ..." รินทร์โน้มตัวเข้าไปกระซิบข้างหูธันวา เสียงของเขาต่ำพร่าแต่ชัดเจนทุกถ้อยคำจนแพทย์หนุ่มรู้สึกสันหลังวาบ "เพราะเมื่อห้านาทีก่อน ตอนที่ผมยืนอยู่ตรงมุมห้องนั้น... ผมเห็นเงาของผู้ชายอีกคนยืนคร่อมอยู่บนร่างนี้ เขาใช้มือข้างหนึ่งปิดปากผู้ตายไว้ไม่ให้ส่งเสียงร้อง ขณะที่อีกมือ... ค่อยๆ กดเข็มฉีดยาเข้าที่ซอกคอของเขาอย่างเลือดเย็น"
ธันวาชะงักงัน ลมหายใจสะดุดไปเสี้ยววินาที ร่างกายของเขานิ่งค้างอยู่ในท่าถือเครื่องมือแพทย์ สายตากวาดมองไปรอบห้องชันสูตรที่ว่างเปล่า มีเพียงเขากับรินทร์สองคนเท่านั้นตั้งแต่ต้น
รินทร์ถอยหลังออกมาก้าวหนึ่ง นัยน์ตาสีเข้มจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของธันวา ราวกับต้องการค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังม่านตาคู่นั้น ก่อนที่เขาจะเอ่ยประโยคต่อมาด้วยน้ำเสียงที่ทำให้เลือดในกายของแพทย์นิติเวชเย็นเฉียบ
"และที่น่าสนใจที่สุดคือ... ผู้ชายคนนั้นในนิมิตของผม... สวมแหวนเงินสลักตราสัญลักษณ์เดียวกับที่คุณสวมอยู่บนนิ้วก้อยข้างขวาของคุณตอนนี้ครับ หมอธันวา"
ดวงตาของธันวาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องชันสูตรทันที ราวกับเสียงเครื่องมือแพทย์และเสียงหยดน้ำได้หยุดทำงานลงพร้อมกัน
---
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามและร่วมดำดิ่งไปในความมืดมิดนี้ด้วยกันนะครับ — ดร.นิติเวช
นิติเวชเลือดเย็นกับผู้กำกับหลักฐานที่มองเห็นผี•ตอนที่ 1
รอยนิ้วมือที่ไม่มีอยู่จริง
ผลงานโดย ดร.นิติเวช
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดร.นิติเวช)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติเวชเลือดเย็นกับผู้กำกับหลักฐานที่มองเห็นผี นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
