กรงกระดูกสลักหยก: ปริศนาศพในวังต้องห้าม•ตอนที่ 1

ฟื้นจากบ่อศพ

ผลงานโดย หมอผีวัยรุ่น
กลิ่นคาวเลือดที่เคล้าคลอไปด้วยความเน่าเฟะของเนื้อเยื่อที่ถูกทิ้งร้างจนขึ้นอืด ไม่ใช่กลิ่นของห้องผ่าตัดที่ผม—หรือในยามนี้คือ ‘ข้า’ คุ้นเคย กลิ่นเหม็นสาบสะอิดสะเอียนนี้รุนแรงเสียจนลมหายใจเฮือกแรกที่สูดเข้าไปแทบจะทำให้สำลักออกมาเป็นน้ำดี ความมืดมิดปิดล้อมหนาแน่นประหนึ่งผืนผ้าคลุมศพ ข้าพยายามขยับเขยื้อนร่างกาย แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาคือความเจ็บปวดแล่นริ้วดั่งถูกของมีคมกรีดผ่านมวลกล้ามเนื้อทั่วทั้งร่าง ราวกับว่าร่างกายนี้เพิ่งผ่านการถูกฉีกทึ้งด้วยกรงเล็บของอสูรกาย *นี่มันที่ไหน?* สติสัมปชัญญะที่ยังคงเหลืออยู่จากการเป็นศัลยแพทย์ผู้เยือกเย็นพยายามประมวลผล สัมผัสที่ปลายนิ้วเริ่มรับรู้ถึงความเย็นเยียบของพื้นผิวที่ขรุขระและแฉะชื้น ข้าไม่ได้นอนอยู่บนเตียงคนไข้ แต่นอนทับอยู่บนกองสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่นุ่มหยุ่น ทว่าเปียกชื้นและมีกลิ่นสาปสางรุนแรง... เมื่อพยายามฝืนลืมตาขึ้น ความมืดมิดกึ่งสลัวเริ่มเผยให้เห็นโครงร่างที่ซ้อนทับกันเป็นชั้นๆ ศพ... นี่คือบ่อศพที่ถูกโยนทิ้งไว้ในหลุมลึกไร้ก้นบึ้ง "ฮึก..." เสียงครางต่ำเล็ดลอดออกจากลำคอของข้าโดยไม่ตั้งใจ มันไม่ใช่เสียงของข้า แต่มันเล็กแหลมและสั่นเครือเกินกว่าจะเป็นเสียงของผู้ชายในวัยสามสิบปีที่เพิ่งผ่านห้องผ่าตัดมาหมาดๆ ความทรงจำที่แปลกปลอมพลันหลั่งไหลเข้ามาดั่งเขื่อนแตก—หลินฟางเซียน คุณหนูรองผู้ถูกตราหน้าว่าเป็นกาลกิณีแห่งจวนสกุลหลิน สตรีผู้ถูกวางยาพิษจนสิ้นใจและถูกโยนลงบ่อทิ้งศพดั่งสุนัขข้างถนนเพียงเพราะคำทำนายเพ้อเจ้อของนักบวชเฒ่าที่ว่าดวงชะตาของนางจะทำลายล้างราชวงศ์ ข้า—หลินฟางเซียนคนใหม่—กัดฟันแน่น ความเจ็บปวดที่บาดลึกไม่ได้ทำให้ข้าสยบยอม แต่กลับกระตุ้นสัญชาตญาณของการเอาตัวรอดที่ฝังอยู่ในสายเลือดศัลยแพทย์ ข้าไม่สนเรื่องโชคชะตาหรือคำทำนาย สิ่งที่ข้าสนคือการวิเคราะห์บาดแผลบนร่างนี้ นิ้วมือสั่นเทาคลำไปตามรอยแผลที่ลำคอ... แผลฉกรรจ์ที่ถูกกรีดด้วยมีดหยกคมกริบ ขอบแผลเรียบกริบไร้รอยหยัก แสดงถึงความชำนาญของผู้ลงมือ ไม่ใช่อุบัติเหตุ แต่มันคือการ ‘ฆ่าเพื่อปิดปาก’ "ช่างใจคออำมหิตนัก" ข้าพึมพำกับความมืดมิด น้ำเสียงนั้นเย็นเยียบไร้ซึ่งความหวาดกลัว มีเพียงความแค้นที่จุดประกายอยู่ในดวงตา "พวกเจ้าคิดจะกำจัดข้าทิ้งในหลุมโสโครกนี้หรือ? น่าเสียดาย... ที่ความตายไม่เคยเป็นจุดจบสำหรับข้า" ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักแน่นที่ดูแปลกแยกจากความเงียบสงัดก็ดังแว่วมาจากเบื้องบน เสียงรองเท้าบูทหนังกระทบกับพื้นหินกรวดเป็นจังหวะที่เปี่ยมไปด้วยอำนาจและมาดมั่น มันไม่ใช่ฝีเท้าของสัปเหร่อ แต่เป็นฝีเท้าของนักรบที่ผ่านการนองเลือดมานับครั้งไม่ถ้วน ข้าแกล้งทิ้งตัวลงนอนทับร่างเน่าเปื่อยของหญิงสาวนางอื่นที่อยู่ข้างๆ ปรับลมหายใจให้แผ่วเบาจนแทบไร้ตัวตน ซ่อนความคมกริบของดวงตาไว้ภายใต้เปลือกตาที่ปิดสนิท "นางควรจะสิ้นใจตั้งแต่เมื่อคืนแล้วมิใช่หรือ?" เสียงทุ้มต่ำดุจน้ำแข็งกระทบกันดังขึ้น น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งทว่าแฝงไว้ด้วยความสงสัยบางประการ "พ่ะย่ะค่ะท่านอ๋อง พิษสลายวิญญาณมีฤทธิ์รุนแรงยิ่งนัก ข้าน้อยฝังร่างนางไว้ใต้ศพอื่นๆ เพื่อไม่ให้ใครผิดสังเกต หากนางยังฟื้นคืนชีพขึ้นมาได้... เกรงว่าเรื่องนี้คงมีเบื้องหลังที่ไม่ธรรมดา" เสียงชายอีกคนตอบกลับด้วยความนอบน้อม ฉีอ๋อง... เฟยหลง นามนี้ผุดขึ้นมาในหัวของข้าทันที บุรุษผู้ขึ้นชื่อว่าโหดเหี้ยมที่สุดในราชสำนัก ผู้คุมกองกำลังเงาที่เปลี่ยนวังหลวงให้กลายเป็นสุสานส่วนตัวของเขา หากเขาเป็นคนที่มาปรากฏตัวที่นี่ นั่นหมายความว่าแผนการฆาตกรรมนี้อาจมีเงื่อนงำใหญ่หลวงกว่าที่นางเอกในความทรงจำเคยรับรู้ "นำศพนางขึ้นมา ข้าต้องการเห็นกับตาว่าความตายจะไร้ค่าเพียงใดภายใต้น้ำมือของข้า" สิ้นคำสั่ง กลิ่นไอเย็นยะเยือกของเหล็กกล้าก็แผ่ซ่านเข้ามาใกล้ ข้าสัมผัสได้ถึงแรงกระชากที่รุนแรงที่หัวไหล่ มือของบุรุษผู้นั้นคว้าหมับลงบนต้นแขนของข้า ราวกับต้องการตรวจสอบว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้าคือเนื้อหนังหรือซากศพ วินาทีนั้นเอง ข้าตัดสินใจเปิดเปลือกตาขึ้นอย่างรวดเร็ว—ไม่ใช่ด้วยความหวาดกลัว แต่ด้วยความกระหายที่จะเผชิญหน้า ดวงตาคมปลาบดุจเหยี่ยวของบุรุษตรงหน้าจ้องมองมายังข้า นัยน์ตาสีรัตติกาลคู่นั้นว่างเปล่าทว่าลึกล้ำราวกับห้วงมหาสมุทรที่พร้อมจะกลืนกินทุกสรรพสิ่ง เขาคือชายผู้ที่มีใบหน้าหล่อเหลาดุจเทพบุตรทว่าแฝงความดุร้ายของอสูร เขาชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อเห็นดวงตาของข้าที่จ้องตอบกลับอย่างไม่หลบเลี่ยง เขาสัมผัสได้ถึงวิญญาณ... หรือสัมผัสได้ถึงความผิดปกติในร่างนี้? "เจ้า..." ฉีอ๋องเค้นเสียงต่ำ ขณะที่มืออีกข้างของเขากำกระบี่แน่น "เจ้าไม่ใช่หลินฟางเซียนที่ข้าสั่งสังหาร" ข้าแสยะยิ้มที่มุมปาก—รอยยิ้มที่ทำให้บุรุษผู้ไม่เคยเกรงกลัวสิ่งใดต้องเลิกคิ้วขึ้นอย่างฉงน ก่อนที่ข้าจะยื่นมือที่เต็มไปด้วยคราบเลือดและหนองน้ำเน่า ไปแตะลงบนดวงตาของเขาอย่างถือดี "สิ่งที่ท่านเห็นตรงหน้าคือร่างที่ตายแล้ว แต่จิตวิญญาณที่ท่านกำลังจ้องมองอยู่... คือยมทูตที่มาเพื่อทวงคืนชีวิตจากท่าน" ทันใดนั้น มือของเขาก็พุ่งเข้าบีบคอข้าจนขาดอากาศหายใจ แรงกดนั้นรุนแรงจนเห็นเส้นเลือดที่หลังมือ แต่สิ่งที่ทำให้ข้าต้องเบิกตากว้างคือ ในขณะที่เขาบีบคอข้า เขากลับกระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าด้วยความเร้าใจ "น่าสนใจ... ถ้าอย่างนั้น เจ้าก็จงบอกข้ามาว่า ในฐานะยมทูต เจ้าจะรับมือกับ 'ถ้วยชาอาบยาพิษ' ที่ฮ่องเต้กำลังจะพระราชทานให้เจ้าในอีกหนึ่งชั่วยามข้างหน้าอย่างไร" ข้าหยุดหายใจไปชั่วขณะ ศึกแรกยังไม่ทันเริ่ม แต่มือสังหารและผู้บงการกลับอยู่ในมือของข้าเพียงก้าวเดียว... หรือนี่คือจุดเริ่มต้นของการล้างกระดานที่ข้าเลือกเอง ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับผมในกรงกระดูกสลักหยกตอนแรกนี้ แล้วพบกันในตอนต่อไปครับ
สารจากนักเขียน (หมอผีวัยรุ่น)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กรงกระดูกสลักหยก: ปริศนาศพในวังต้องห้าม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%