"หากท่านจะกล่าวหาว่านางผูกคอตายด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจในวาสนา ผมแนะนำให้ท่านไปพิจารณาสายตาของตนเองเสียใหม่ครับ ใต้เท้ากงกง... เพราะศพตรงหน้านี้ กำลังตะโกนบอกความจริงที่น่าสะพรึงกลัวกว่าบทละครตบตาที่พวกท่านกำลังสร้างขึ้น"
หลินฟางเซียนกล่าวพลางถอดถุงมือหนังเนื้อบางที่เย็บขึ้นเป็นพิเศษออก กลิ่นคาวเลือดผสมกลิ่นเครื่องหอมราคาถูกในห้องดับจิตชั่วคราวของวังหลวงช่างน่าสะอิดสะเอียน เธอใช้ปลายมีดผ่าตัดสีเงินวาววับเขี่ยรอยช้ำบนลำคอของนางกำนัลสาวที่เพิ่งถูกพบในสภาพห้อยโตงเตงอยู่บนคานไม้
"ท่านหมอหลิน... ระวังวาจาด้วย" กงกงผู้คุมกฎแห่งตำหนักในแค่นเสียงเหยียดหยาม ดวงตาเรียวเล็กจดจ้องร่างไร้วิญญาณด้วยความหวาดระแวง "นี่คือเขตพระราชฐานชั้นใน การตายของนางกำนัลชั้นต่ำมิใช่เรื่องที่คนนอกเช่นท่านจะเข้ามาวิจารณ์ส่งเดช ยิ่งกล่าวหาว่าเป็นการฆาตกรรม... ท่านรู้หรือไม่ว่าโทษของการใส่ร้ายเบื้องสูงคือสิ่งใด?"
ฉีอ๋อง เฟยหลง ซึ่งยืนกอดอกพิงเสาไม้แกะสลักลวดลายมังกรเหินห่างออกไป ขยับกายเพียงเล็กน้อยเพียงเท่านั้น แรงกดดันมหาศาลก็แผ่ซ่านจนอากาศในห้องดูจะหนักอึ้งขึ้นทันตา ดวงตาสีรัตติกาลของเขาไม่ได้มองไปยังกงกงผู้นั้น แต่จดจ้องไปที่ปลายนิ้วที่มั่นคงของหลินฟางเซียน
"ใต้เท้ากงกง กฎหมายมีไว้สำหรับผู้ที่อยู่ในระบบ แต่ 'ความจริง' มีไว้สำหรับผู้ที่มองเห็นมัน" เสียงทุ้มต่ำของฉีอ๋องดังขึ้น ราวกับเสียงน้ำแข็งบดที่ถูกกดทับด้วยอำนาจ "เจ้าจงถอยไป แล้วปล่อยให้แม่นางหลินทำงานต่อ หากนางพบร่องรอยของการฆาตกรรม ข้าจะแบกรับความรับผิดชอบนี้เอง... แต่หากผลตรวจเป็นเพียงการอัตวินิบาตกรรมตามที่เจ้าว่า ข้าจะถือว่าคำพูดของเจ้าในวันนี้ คือการขัดขวางกระบวนการยุติธรรมขององค์จักรพรรดิ"
กงกงชะงักไปครู่ใหญ่ ก่อนจะยอมถอยกรูดไปยืนกอดอกด้วยความไม่พอใจ
หลินฟางเซียนไม่สนใจเสียงนกเสียงกาเหล่านั้น เธอใช้มีดกรีดลงไปที่รอยช้ำจางๆ บริเวณใต้กรามของศพอย่างแม่นยำ ฝีมือของศัลยแพทย์มือหนึ่งจากยุคสมัยใหม่ไม่ได้เลือนหายไปเพียงเพราะทะลุมิติมาอยู่ในร่างของหมอหลวงในวังที่ไร้เครื่องมือทันสมัย เธอใช้เข็มเงินยาวเรียวค่อยๆ เขี่ยเข้าไปในรอยแผล ก่อนจะดึงเอา 'เศษเสี้ยน' ขนาดเล็กจิ๋วออกมา
"ดูนี่สิครับ" เธอเอ่ยพลางยกเศษเสี้ยนนั้นขึ้นส่องกับแสงตะเกียงน้ำมัน "รอยกดทับที่ลำคอของนางไม่ได้เกิดจากเชือกเส้นเดียว แต่เกิดจากการใช้ของแข็งกดทับพร้อมกับการรัดคอด้วยผ้าเนื้อหยาบ... และที่สำคัญที่สุด"
เธอโน้มตัวลงไปใกล้ซากศพจนได้กลิ่นความตายที่คุ้นเคย
"คนผูกคอตายด้วยความสมัครใจ มักจะมีปฏิกิริยาสัญชาตญาณในการพยายามดึงเชือกออก ทำให้เล็บมือมีร่องรอยของการข่วนหรือมีเศษผิวหนังตนเองติดอยู่ แต่ลองดูเล็บของนางสิครับ... มันสะอาดสะอ้าน ราวกับไม่เคยผ่านการต่อสู้ดิ้นรน นั่นหมายความว่าอย่างไร? หมายความว่านางหมดสติไปก่อนที่จะถูกจับแขวนคอขึ้นไปบนคานนั่นต่างหาก"
บรรยากาศในห้องเงียบกริบจนได้ยินเสียงจิ้งหรีดร้องที่ภายนอก ฉีอ๋องเดินเข้ามาใกล้หลินฟางเซียน รัศมีไอเย็นที่แผ่ออกมาจากตัวเขากลับดูอ่อนโยนลงเมื่ออยู่ใกล้สตรีผู้นี้
"แล้วท่านพอจะบอกได้ไหมว่า อาวุธสังหารที่ว่าคือสิ่งใด?" ฉีอ๋องถามพลางมองสบตา
"เข็มพิษอาบยาชาที่สกัดจากดอกลืมเลือนครับ" หลินฟางเซียนเงยหน้าขึ้น สบตากับบุรุษผู้เย็นชาด้วยสายตาที่เฉียบคมพอๆ กับมีดในมือ "ยาชนิดนี้จะทำให้เหยื่อเป็นอัมพาตครึ่งซีกและหมดสติภายในไม่กี่ลมหายใจ ผู้ที่ทำเช่นนี้ได้ ไม่ใช่คนนอก แต่เป็นผู้ที่ใกล้ชิดนางที่สุด และมีอำนาจพอจะเข้าถึงคลังยาหลวงได้โดยไม่มีใครสงสัย"
คำกล่าวของเธอเปรียบเสมือนคมกระบี่ที่พุ่งตรงไปปักอกกงกงผู้นั้นจนตัวสั่นเทา
"ไร้สาระ! เจ้าจะบอกว่านางกำนัลในตำหนักของพระสนมเอกถูกฆาตกรรมโดยคนในหรือ!"
"มิใช่เพียงคนในครับ แต่เป็นคนที่มีรอยเปื้อนของกลิ่นเครื่องหอมชนิดเดียวกับที่ติดอยู่บนรอยช้ำที่คอของนาง" หลินฟางเซียนลุกขึ้นยืนพลางเช็ดคราบเลือดที่ถุงมือ "ท่านกงกง... ท่านช่างเลือกเครื่องหอมได้ไม่ระมัดระวังเอาเสียเลย กลิ่นไม้จันทน์หอมผสมมัสก์ราคาแพงเช่นนี้ ข้าได้กลิ่นมาตั้งแต่ท่านก้าวเข้ามาในห้องนี้แล้ว"
กงกงหน้าซีดเผือด เขารีบก้าวถอยหลัง แต่ฉีอ๋องไวกว่า เงาจากร่างของท่านอ๋องเคลื่อนตัวราวกับภูตผี มาปรากฏอยู่เบื้องหลังกงกงในชั่วพริบตา มือหนาที่เย็นเฉียบคว้าหมับเข้าที่ต้นคอของอีกฝ่าย กงกงตัวสั่นเป็นลูกนก ก่อนจะก้มลงกราบแทบเท้าด้วยความหวาดกลัว
"ท่านอ๋องโปรดประทานอภัย! ข้า... ข้าเพียงแค่ทำตามคำสั่งของ..."
ยังไม่ทันที่คำสารภาพจะหลุดจากปากกงกง ร่างของกงกงก็กระตุกรุนแรง ดวงตาเบิกโพลงด้วยความเจ็บปวด ก่อนที่เลือดสีดำคล้ำจะพุ่งออกจากปากของเขา ร่างนั้นล้มลงฟาดพื้นสิ้นใจตายต่อหน้าต่อตา!
หลินฟางเซียนรีบปราดเข้าไปตรวจดู แต่ก็พบว่าไม่ทันการณ์ เธอขมวดคิ้วแน่นก่อนจะเงยหน้ามองฉีอ๋องด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยคำถาม
"เขากินยาพิษที่อมไว้ในปากครับท่านอ๋อง... มีคนเตรียมการปิดปากเขาไว้แล้ว"
ในจังหวะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและเป็นจังหวะก็ดังก้องมาจากหน้าประตูห้องดับจิต เสียงเปิดประตูไม้ดังเอี๊ยดอ๊าด พร้อมกับการปรากฏตัวของขันทีเฒ่าประจำตัวจักรพรรดิ ในมือของเขามีม้วนกระดาษสีเหลืองทองประทับตราลัญจกรที่ดูคุ้นตา
"พระราชโองการด่วนจากฝ่าบาท" ขันทีเฒ่ากล่าวด้วยน้ำเสียงแหบพร่า สายตาจับจ้องมาที่หลินฟางเซียนด้วยความเย็นชา "เรื่องการสืบสวนคดีนางกำนัลในวันนี้ ให้ถือเป็นอันยุติลงเพียงเท่านี้ ผู้ใดที่ยังพยายามรื้อฟื้นเรื่องนี้ต่อไป จะได้รับโทษประหารทั้งตระกูล... และแม่นางหลิน เจ้าได้รับเชิญให้ไปเข้าเฝ้าที่ตำหนักบรรทมในคืนนี้เพียงลำพัง"
หลินฟางเซียนนิ่งอึ้งไปเพียงชั่วครู่ ขณะที่ฉีอ๋องขยับตัวเข้ามาขวางหน้าเธอไว้ แววตาของเขาดุดันยิ่งกว่าราชสีห์ที่หวงอาณาเขต ทว่าในมือของขันทีเฒ่านั้น ไม่ได้มีเพียงราชโองการ... หากแต่ยังมี 'แหวนหยกสลักลายกระดูก' ที่หายไปจากนิ้วของผู้ตายในตอนแรก กลับมาปรากฏอยู่บนนิ้วชี้ของขันทีเฒ่าผู้นี้!
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามการหักเหลี่ยมเฉือนคมในบทนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนต่อไปนะครับ
กรงกระดูกสลักหยก: ปริศนาศพในวังต้องห้าม•ตอนที่ 2
คมมีดแห่งความตาย
ผลงานโดย หมอผีวัยรุ่น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอผีวัยรุ่น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กรงกระดูกสลักหยก: ปริศนาศพในวังต้องห้าม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
