"เชิญป้ายหน้าเลยครับ ขยะสังคมอย่างพวกแกไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเหยียบเข้ามาในโซนวีไอพีของห้างนี้ด้วยซ้ำ!"
เสียงหัวเราะเยาะเย้ยของพนักงานขายชายร่างท้วมดังแว่วขึ้น ท่ามกลางสายตารังเกียจเดียดฉันท์จากผู้คนรอบข้างที่ยืนมุงดูเหตุการณ์ ลินดาเม้มริมฝีปากแน่น มือเรียวบางกำชายเสื้อของหลินเฟยไว้เสียจนยับยู่ยี่ แม้เธอจะอดทนเคียงข้างเขามาในวันที่ตกระกำลำบากที่สุด แต่การถูกเหยียบย่ำศักดิ์ศรีจากพนักงานแบรนด์เนมระดับโลกเช่นนี้ ก็ยังทำให้หัวใจของเธอบีบตัวด้วยความเจ็บปวด
หลินเฟยไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย นัยน์ตาคมกริบกวาดมองป้ายราคากระเป๋าหนังจระเข้รุ่นลิมิเต็ดอิดิชันที่วางอยู่ตรงหน้า ก่อนจะเหลือบมองหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่เพิ่งแจ้งเตือนยอดเงินโอนเข้าจากแก๊งทวงหนี้เมื่อครู่... หึ สำหรับคนพวกนี้ เงินคือพระเจ้า แต่สำหรับเขา เงินเป็นเพียงแค่ตัวเลขในระบบที่ไม่มีวันหมดสิ้นต่างหากลาง
"ลินดาครับ" หลินเฟยหันไปมองคู่หมั้นสาวด้วยแววตานุ่มนวล แตกต่างจากความเย็นชาเมื่อครู่ลิบลับ "เราไปเลือกกระเป๋าใบที่เธอชอบที่สุดกันเถอะครับ"
"แต่... หลินเฟยคะ... เอ๊ย หลินเฟยครับ ของพวกนี้ราคาหลายล้านบาทเลยนะ เราเอาเงินไปตั้งตัว..." ลินดาลังเลด้วยความหวังดี
"ไม่ต้องห่วงครับ วันนี้ผมจะเหมาทั้งร้านให้เธอดูเอง" หลินเฟยกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่มั่นคง ทว่าพนักงานขายชายคนเดิมกลับแค่นضحออกมาดังลั่น พร้อมกับยกมือขึ้นกอดอกมองด้วยสายตาเหยียดหยามยิ่งกว่าเดิม
"เหมาทั้งร้าน? ฮ่าๆๆ พูดออกมาได้ไม่อายปาก! รู้ไหมว่าสินค้าในร้านนี้มูลค่ารวมกันเท่าไหร่? ต่อให้แกขายไตทั้งสองข้างก็ยังซื้อได้แค่พวงกุญแจอันเดียวเท่านั้นแหละ! อย่ามาทำเป็นอวดรวยในร้าน 'L’Étoile' ของเราเลยครับ ไสหัวออกไปก่อนที่ผมจะเรียก รปภ. มาโยนพวกแกออกไปดีกว่า!"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ลูกค้าคนอื่นต่างซุบซิบนินทา ลินดาหน้าซีดเผือดด้วยความอับอาย เธอดึงแขนเสื้อหลินเฟยเบาๆ เป็นเชิงว่าพอแค่นี้เถอะครับ แต่หลินเฟยกลับยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่แฝงไปด้วยรัศมีอันทรงพลังจนทำให้พนักงานคนนั้นชะงักไปชั่ววินาที
"เรียก รปภ. เหรอครับ? ไม่จำเป็นหรอก เพราะผมคิดว่าอีกเดี๋ยว... คุณน่าจะเป็นฝ่ายคุกเข่าขอร้องผมแทนเสียมากกว่า"
หลินเฟยควักกระเป๋าเงินหนังแท้สีดำสนิทออกมา ชายหนุ่มดึงบัตรเครดิตโลหะสีดำสนิท ไร้ลวดลายใดๆ นอกจากตราสัญลักษณ์รูปงูพันคทาไขว้ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์เฉพาะของระบบหมอเทวะแรงก์ SSS ออกมาวางลงบนเคาน์เตอร์กระจกอย่างแผ่วเบา
ทันทีที่บัตรใบนั้นกระทบกับพื้นกระจก บรรยากาศรอบข้างราวกับหยุดนิ่ง พนักงานขายก้มลงมองด้วยความงุนงงก่อนจะหัวเราะร่วนออกมาอีกครั้ง "บัตรพลาสติกทำสีอะไรเนี่ย? นึกว่าบัตรเครดิตดำ Centurion ของอเมริกันเอ็กซ์เพรสรึไง? อย่ามาตลกแถวนี้..."
"จัดการรูดซะครับ แล้วคุณจะรู้ว่านรกบนดินมีจริง" หลินเฟยตัดบทด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นจนพนักงานหนุ่มรู้สึกสันหลังวาบอย่างประหลาด
ด้วยความหมั่นไส้และต้องการหักหน้าลูกค้าจนตัวสั่น พนักงานหนุ่มคว้าบัตรสีดำใบนั้นมารูดผ่านเครื่องรูดบัตรอัตโนมัติอย่างไม่ใส่ใจ พร้อมกับกดแป้นพิมพ์จำนวนเงินยอดรวมทั้งหมดของร้านลงไป—เจ็ดสิบล้านบาทถ้วน! เขากดปุ่มยืนยันด้วยความสะใจ รอดูกลุ่มตัวเลข 'ปฏิเสธการทำรายการ' บนหน้าจอเครื่อง
*ปี๊บ!*
เสียงสัญญาณเครื่องรูดบัตรดังขึ้นสั้นๆ แต่ทว่า... หน้าจอไม่ได้แสดงข้อความปฏิเสธ
ตรงกันข้าม ไฟสีเขียวสว่างวาบขึ้น พร้อมกับเครื่องพิมพ์ใบเสร็จที่เริ่มทำงาน พิมพ์กระดาษยาวเหยียดออกมาอย่างรวดเร็ว เสียงกระดาษปริ้นต์ *แกร๊กๆๆๆ* ดังสนั่นในความเงียบงัน
พนักงานขายเบิกตากว้างจนแทบจะทะลักออกมาจากเบ้า มือที่ถือใบเสร็จสั่นเทาอย่างรุนแรง เขาก้มลงอ่านตัวเลขบนหน้าจอซ้ำแล้วซ้ำเล่า ยอดเงินเจ็ดสิบล้านบาทถูกหักออกจากบัญชีปลายทางสำเร็จอย่างไร้ที่ติ! ไม่มีข้อความแจ้งเตือนวงเงินไม่พอ ไม่มีคำปฏิเสธใดๆ ทั้งสิ้น!
*พรึบ!*
ในวินาทีนั้นเอง ผู้จัดการร้านที่ยืนสังเกตการณ์อยู่ด้านในรีบวิ่งกระหืดกระหอบออกมาด้วยใบหน้าซีดเผือกยิ่งกว่ากระดาษ เมื่อทางธนาคารกลางเพิ่งโทรศัพท์สายตรงแจ้งเข้ามายังผู้จัดการสาขาโดยตรงว่า มีลูกค้าระดับ 'พระเจ้า' ถือบัตรดำวีไอพีสูงสุดของระบบการแพทย์และธนาคารโลกกำลังใช้บริการอยู่ และสั่งให้ทุกคนในร้านปฏิบัติตัวดุจราชา มิฉะนั้นสาขานี้จะต้องถูกปิดตัวลงภายในสามวินาที!
ผู้จัดการสาขาพุ่งเข้ามาคุกเข่าลงแทบเท้าของหลินเฟย เสียงหัวเข่ากระแทกพื้นดัง *ตุบ* จนพนักงานทุกคนในร้านอ้าปากค้างตาค้างทำอะไรไม่ถูก
"ทะ... ท่านหลินเฟย! กราบขอประทานอภัยครับ! ลูกน้องของผมตามองไม่เห็นภูเขาไท่ ขอความกรุณาท่านโปรดเมตตา อย่าได้ถือสาหาความกับสุนัขตัวนี้เลยครับ!" ผู้จัดการละล่ำละลักพูดด้วยความหวาดกลัวสุดขีด เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มใบหน้า
ลินดาอ้าปากค้าง เธอมองหน้าหลินเฟยสลับกับผู้จัดการร้านที่กำลังกราบกรานอยู่แทบเท้าด้วยความตกตะลึงพรึงเพริด สมองของเธอนึกประมวลผลไม่ทันว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่
หลินเฟยปรายตามองพนักงานขายร่างท้วมที่ตอนนี้ขาสั่นพับจนล้มลงไปกองกับพื้น ใบหน้าซีดเซียวไร้สีเลือดริมฝีปากสั่นระริกพูดไม่ออก ชายหนุ่มย่อตัวลงเล็กน้อย กระซิบด้วยน้ำเสียงกังวานที่ทรงพลังจนสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ
"เมื่อกี้... แกบอกว่าจะให้ใครไสหัวออกไปนะฃครับ?"
พนักงานคนนั้นน้ำตาซึม หน้าซีดเผือกยิ่งกว่าศพ อ้าปากพะงาบๆ พูดไม่ออก ร่างกายสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวสุดขีดเมื่อตระหนักได้ว่าตนเองเพิ่งไปลูบคมมังกรเข้าอย่างจัง
แต่ก่อนที่เรื่องราวจะจบลงด้วยการไล่อציออกเพียงอย่างเดียว เสียงใบพัดเฮลิคอปเตอร์ขนาดใหญ่ก็ดังสนั่นหวั่นไหวมาจากด้านบนหลังคาห้างสรรพสินค้า กระจกใสบานใหญ่ของร้านสั่นสะเทือนตามแรงลมมหาศาล พร้อมกับร่างของบอดี้ชายสูทดำนับสิบคนก้าวลงมาจากลิฟต์วีไอพีตรงดิ่งมายังหน้าร้าน พร้อมกับเสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าของหลินเฟยที่แผדเสียงแจ้งเตือนข้อความสำคัญจากระบบหมอเทวะแรงก์ SSS ดังขึ้น—!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนผลงานของผมด้วยดีเสมอมาครับ
ฮันเตอร์หมอเทวะ: ขอโทษที พอดีเงินในระบบมันเยอะไปหน่อย•ตอนที่ 3
รูดบัตรดำ สะเทือนทั้งห้าง
ผลงานโดย หมอเทวะแรงก์ SSS
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอเทวะแรงก์ SSS)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮันเตอร์หมอเทวะ: ขอโทษที พอดีเงินในระบบมันเยอะไปหน่อย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!