เสียงหัวเราะเยาะหยันดังระคนกับเสียงซัดหมัดกระทบเนื้อตัวดังสนั่นในห้องรับรองวีไอพีของโรงแรมหรู "ฮันเตอร์คลับ" ลูกน้องระดับหัวแถวของตระกูลซูอย่าง "หม่าเฉียง" กำลังใช้เท้าเหยียบย่ำลงบนเอกสารสัญญาโครงการประมูลเขตแดนเงามืดที่ยับยู่ยี่ ใบหน้าของมันบิดเบี้ยวด้วยความเหิมเกริม ดวงตาเรียวเล็กกวาดมองร่างของชายหนุ่มในชุดสูทราคาถูกที่นั่งก้มหน้าอยู่บนโซฟาด้วยความสมเพช
"แกคิดจริง ๆ หรือวะว่าเศษสวะอย่างตระกูลหลิน จะมีปัญญามาฮุบสัมปทานเขตแดนระดับ A-Rank ได้? เจ้านายของฉันสั่งไว้... ถ้าพวกแกยังไม่ไสหัวไปจากเมืองนี้ เตรียมตัวเก็บศพคนรักของแกได้เลย!"
หม่าเฉียงแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ มันเงื้อมือขึ้นเตรียมตบซ้ำลงบนใบหน้าของชายหนุ่มอีกครั้ง เพื่อประกาศศักดาความยิ่งใหญ่ของตระกูลผู้มีอิทธิพล ทว่า...
*ปัง!*
ประตูห้องรับรองไม้สักทองถูกถีบกระเด็นหลุดจากวงกบ เสียงดังสนั่นหวั่นไหวราวกับแผ่นดินไหว แรงกระแทกนั้นรุนแรงจนเศษไม้กระจายเกลื่อนพื้น ท่ามกลางกลุ่มควันจางๆ และละอองฝุ่น ร่างของชายฉกรรจ์ในชุดสูทสีดำสนิทนับสิบชีวิตก้าวเดินเข้ามาด้วยฝีเท้าพร้อมเพรียงและหนักแน่น บรรยากาศภายในห้องเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบในพริบตา ราวกับอุณหภูมิรอบตัวดิ่งลงสู่จุดเยือกแข็ง
ผู้นำกลุ่มบอดี้การ์ดสวมแว่นตากันแดดสีดำสนิท แม้จะอยู่ในอาคาร เขาก้าวออกมาก่อนจะกวาดสายตาคมกริบมองหม่าเฉียงด้วยความรังเกียจราวกับมองเศษขยะข้างถนน
"ใครวะ! พวกแกเป็นใคร กล้าดียังไงมาบุกรุกพื้นที่ของตระกูลซู!" หม่าเฉียงหน้าถอดสี แต่มันยังพยายามรักษาฟอร์ม ชักมีดสั้นเคลือบพิษออกมาจากเอว ชี้หน้าผู้มาเยือนด้วยความโกรธเกรี้ยว
"คนที่พวกแกไม่มีปัญญาแม้แต่จะเงยหน้ามอง" บอดี้การ์ดหัวหน้าทีมเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้อารมณ์ แต่แฝงไปด้วยจิตสังหารระดับฮันเตอร์แรงก์สูง
ยังไม่ทันที่หม่าเฉียงจะได้เอ่ยปากด่าทอต่อ ร่างของบอดี้การ์ดร่างยักษ์ด้านหลังก็พุ่งตัวออกไปด้วยความเร็วสูงราวกับเงาสะท้อน หมัดเหล็กที่ห่อหุ้มด้วยออร่าสีทองจางๆ ซัดเข้าที่ลิ้นปี่ของหม่าเฉียงอย่างแม่นยำและไร้ความปราณี!
*อั๊ก—!*
เสียงลมหายใจเฮือกสุดท้ายถูกรีดเค้นออกจากปอดของหม่าเฉียง ร่างหนาของมันลอยละลิ่วข้ามห้องก่อนจะกระแทกเข้ากับผนังปูนจนร้าวเป็นทางยาว เลือดสีแดงฉานพุ่งทะลักออกจากปาก มันทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น ดวงเบิกโพลงด้วยความตื่นตระหนกและหวาดกลัวสุดขีด กระดูกซี่โครงหักยุบลงไปผิดรูป ความเจ็บปวดแล่นริ้วไปทั่วร่างจนส่งเสียงร้องโหยหวนไม่ออก
"ปากดีนักใช่ไหม?" บอดี้การ์ดหนุ่มก้าวเข้าไปใกล้ ใช้รองเท้าหนังขัดมันเหยียบซ้ำลงบนมือขวาที่ถือมีดของหม่าเฉียงอย่างแรง
*กร๊อบ!*
เสียงกระดูกนิ้วมือแตกละเอียดดังชัดเจนท่ามกลางความเงียบงัน หม่าเฉียงกรีดร้องลั่นด้วยความเจ็บปวดทรมานจนตัวงอเป็นกุ้ง น้ำตาน้ำมูกไหลรวมกันเปื้อนใบหน้าอันน่าสมเพช
ในวินาทีนั้นเอง ประตูลิฟท์ส่วนตัวที่เชื่อมตรงมาจากชั้นบนสุดเปิดออก ร่างของชายหนุ่มในชุดสูทสั่งตัดพิเศษเนื้อดีก้าวออกมาอย่างสง่างาม ท่วงท่าเยือกเย็นและทรงอำนาจ แววตาคมกริบดั่งพญามารกวาดมองสภาพห้องที่เละเทะ ก่อนที่สายตาจะทอดอ่อนลงเมื่อเหลือบไปเห็นหญิงสาวร่างบางที่นั่งตัวสั่นเครืออยู่มุมห้อง
"ลินดา..."
หลินเฟยสาวเท้าเข้าไปหาคู่หมั้นสาวอย่างรวดเร็ว เขาย่อตัวลงคุกเข่าข้างหนึ่ง พลางใช้มืออันอบอุ่นกุมมือเรียวบางที่เย็นเฉียบของเธอขึ้นมาสัมผัสเบาๆ แววตาที่เคยไร้ความปราณีเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนและคลั่งรักอย่างเห็นได้ชัด
ลินดาเงยหน้าขึ้นมองเขา หยาดน้ำตาเอ่อคลอเบ้าตาคู่สวย แม้ใบหน้าจะซีดเผือดจากการถูกคุกคาม แต่เธอกลับส่งRยิ้มบางๆ ที่เต็มไปด้วยความโล่งใจมาให้ "คุณ... คุณมาทันเวลาพอดีค่ะ หลินเฟย"
"ผมบอกแล้วอย่างไรครับว่า... ใครหน้าไหนที่กล้าแตะต้องคุณ มันจะต้องชดใช้ด้วยความพินาศ" หลินเฟยเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าประโยคหลังเขากลับหันไปมองหม่าเฉียงที่นอนร้องครวญครางอยู่บนพื้นด้วยหางตาราวกับพญายมราช
หลินเฟยค่อยๆ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขาปัดเสื้อสูทเล็กน้อยก่อนจะเดินเข้าไปใกล้ลูกน้องตระกูลซูที่ตอนนี้หมดสภาพ
"แก... แกเป็นใครวะ... เจ้านายกู... ตระกูลซูไม่ปล่อยแกไว้แน่!" หม่าเฉียงเค้นเสียงพูดออกมาอย่างยากลำบาก เลือดไหลอาบมุมปาก
"ตระกูลซูงั้นหรือ?" หลินเฟยแค่นหัวเราะในลำคอ มุมปากหยักยกยิ้มเยาะ "บริษัทขนส่งและเหมืองแร่ตระกูลซู ที่กำลังจะล้มละลายเพราะขาดสภาพคล่องพันล้านเครดิตน่ะหรือครับ ที่แกกำลังเอามาขู่ฉัน?"
ดวงตาของหม่าเฉียงเบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีด ข้อมูลวงในระดับนี้มีเพียงผู้บริหารระดับสูงเท่านั้นที่รู้ เหตุใดชายหนุ่มตรงหน้าถึงล่วงรู้ได้ราวกับกุมชะตากรรมของพวกมันเอาไว้ในกำมือ
หลินเฟยไม่รอช้า เขาหยิบสมาร์ตโฟนสีดำสนิทรุ่นพิเศษขึ้นมา หน้าจอปรากฏแอปพลิเคชันระบบฮันเตอร์หมอเทวะแรงก์ SSS ที่แสดงยอดเงินคงเหลือเป็นตัวเลขยาวเหยียดจนมองไม่เห็นจุดสิ้นสุด
เขากดปลดล็อกหน้าจอด้วยระบบสแกนใบหน้า ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบกับระบบในใจ *'หักเงินสิบล้านเครดิตซื้อหุ้นทั้งหมดของตระกูลซูในตลาดหลักทรัพย์ ณ เวลานี้ และสั่งระงับวงเงินสินเชื่อของพวกมันทันที'*
[ติ๊ง! หักเงินจำนวน 10,000,000 เครดิตสำเร็จ]
[ระบบทำการเข้าซื้อกิจการตระกูลซู 100% เรียบร้อยแล้ว สถานะปัจจุบัน: ตระกูลซูกลายเป็นลูกหนี้และอยู่ภายใต้การควบคุมของท่านอย่างสมบูรณ์]
เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นในโสตประสาทของหลินเฟย ใบหน้าหล่อเหลาปรากฏรอยยิ้มเย็นเยียบ เขาโยนสมาร์ตโฟนลงไปตรงหน้าหม่าเฉียงที่นอนหายใจรวยริน หน้าจอแสดงผลสถานะการล้มละลายและคำสั่งปลดพนักงานทุกคนของตระกูลซูอย่างชัดเจน
หม่าเฉียงจ้องมองหน้าจอด้วยความสิ้นหวัง ดวงตาเบิกโพลงค้างอย่างไร้สติ เมื่อตระหนักได้ว่าอำนาจที่มันเคยพึ่งพิงได้พังทลายลงในพริบตาเดียวด้วยปลายนิ้วของชายผู้ที่มันเคยดูถูกว่าเป็นแค่ "เศษสวะ"
หลินเฟยหันหลังกลับเดินไปโอบไหล่ลินดาอย่างทะนุถนอม พร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงก้องกังวานที่สะท้อนไปทั่วห้องรับรอง
"กลับบ้านกันครับ... ที่เหลือ ปล่อยให้พวกมันรับผลกรรมที่ก่อไว้ก็พอ"
ในจังหวะที่ทั้งคู่กำลังก้าวเท้าเดินพ้นประตูห้องรับรองออกไป เสียงโทรศัพท์มือถือราคาแพงในกระเป๋าเสื้อของหม่าเฉียงที่นอนอยู่บนพื้นก็แผדเสียงดังลั่นขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง เป็นสายเรียกเข้าจาก "ประธานตระกูลซู" ผู้เป็นนายใหญ่ที่กำลังจะสติแตกจากข่าวร้ายระดับมหันตภัยที่ถาโถมเข้ามาในเวลาเดียวกัน
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมากับความสะใจในบทนี้ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้ากับความมันส์ระดับพรีเมียมจาก หมอเทวะแรงก์ SSS ครับ
ฮันเตอร์หมอเทวะ: ขอโทษที พอดีเงินในระบบมันเยอะไปหน่อย•ตอนที่ 14
ลูกน้องปากดีต้องโดนสั่งสอน
ผลงานโดย หมอเทวะแรงก์ SSS
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอเทวะแรงก์ SSS)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮันเตอร์หมอเทวะ: ขอโทษที พอดีเงินในระบบมันเยอะไปหน่อย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!