เสียงกระแทกประตูห้องอัดสตูดิโอ A ดังสนั่นจนสั่นสะเทือนไปถึงแผ่นซับเสียงบนผนัง ไม่จำเป็นต้องหันไปมอง คิรินทร์ก็รู้ว่าใครคือเจ้าของความไร้มარยาทระดับพรีเมียมนี้ กลิ่นฟีโรโมนกลิ่นสนซีดาร์เจือความดุดันแบบอัลฟ่าเลือดร้อนลอยวนเข้ามาในอากาศทันทีที่บานประตูเปิดออก ปลุกต่อมรับกลิ่นของโอเมก้าในห้องให้ตื่นตัวอย่างไม่ได้รับเชิญ
ให้ตายเถอะ แค่กลิ่นก็สร้างความน่ารำคาญได้มากขนาดนี้แล้ว เจ้าตัวจริงจะน่าปวดหัวขนาดไหนกัน
“โปรดิวเซอร์มือหนึ่งแห่งยุคว่างมากเหรอครับ ถึงต้องมานั่งรอศิลปินต๊อกต๋อยอย่างผมด้วยสีหน้าเหมือนคนท้องผูกแบบนั้น”
เสียงทุ้มต่ำติดจะเยาะหยันดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของ ‘กษิดิ์เดช’ หรือ ‘เซน’ ซูเปอร์สตาร์หนุ่มแห่งปีที่ก้าวเข้ามาด้วยท่าทีระแวดระวังและกวนประสาทเป็นที่สุด เจ้าตัวทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาหนังสีดำอย่างไร้ความเกรงใจ ขายาวกางออกอย่างถือดี ดวงตาคมกริบใต้กรอบแว่นกันแดดสีชาชำเลืองมองคิรินทร์ด้วยหางตา
คิรินทร์ยังคงนิ่งเงียบ นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนโต๊ะมิกซ์เสียงเบาๆ เป็นจังหวะเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ เขาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ ปล่อยให้ความเงียบทำหน้าที่กดดันอีกฝ่ายแทนคำด่าทอ
“สายไปสี่สิบนาทีครับ คุณเซน” คิรินทร์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบสนิท ไร้ซึ่งความยินดียินร้าย นัยน์ตาสสีเข้มหลังกรอบแว่นสายตาตวัดกลับไปมองนิ่ง “ถ้าเวลาของผมมีค่าเท่ากับเศษกระดาษ ผมคงไม่มานั่งเสียเวลากับคนไม่มีวินัยแบบคุณหรอกนะ”
เซนเลิกคิ้วขึ้นอย่างนึกสนุก ถอดแว่นกันแดดออกเผยให้เห็นดวงตาคมปลาบที่จ้องมองมาอย่างท้าทาย มุมปากหยักยกยิ้มร้ายกาจ อัลฟ่าหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วสาวเท้าเข้ามาใกล้กระจกห้องคอนโทรล ก่อนจะโน้มตัวลงใช้มือสองข้างท้าวโต๊ะทำงานของโปรดิวเซอร์หนุ่ม กลิ่นฟีโรโมนที่กดดันพุ่งเข้าใส่จนคิรินทร์ต้องขยับถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว
“ปากเก่งสมคำร่ำลือดีนี่ครับ คุณคิรินทร์... แต่เสียดายนะ หน้าตาออกจะสวยหวานขนาดนี้ ทำไมถึงได้ทำตัวเป็นมนุษย์น้ำแข็งไร้หัวใจซะล่ะครับ ระวังตัวหน่อยเถอะ อยู่ใกล้ผมมากๆ ระวังน้ำแข็งพวกนี้จะละลายจนหมดตัวไม่รู้ตัวนะ”
“เก็บคำพูดพวกนั้นไว้ใช้ตอนร้องเพลงเถอะครับ เพราะเท่าที่ผมฟังเดโมที่คุณส่งมาเมื่อสัปดาห์ก่อน มันแย่จนผมสงสัยว่าหูคุณมีปัญหาหรือสมองคุณมีรอยหยักไม่พอ”
คิรินทร์สวนกลับทันควัน นัยน์ตาคู่สวยคมกริบไม่แพ้กันจ้องสบตากับอีกฝ่ายตรงๆ ไม่มีหลบ ไอร้อนจากการปะทะคารมแผ่ซ่านไปทั่วบรรยากาศในห้องอัดขนาดใหญ่ ความตึงเครียดพุ่งทะยานจนแทบจะคว้าจับต้องได้
เซนชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มกวนประสาทจางหายไปจากใบหน้าคมคายแทนที่ด้วยความหงุดหงิดที่ฉายชัดในแววตา อัลฟ่าหนุ่มไม่เคยเจอโอเมก้าคนไหนกล้าต่อปากต่อคำและจิกกัดเขาด้วยสายตานิ่งสนิทไร้ความหวาดกลัวแบบนี้มาก่อน ยิ่งอีกฝ่ายทำท่าทางราวกับรังเกียจเขานักหนา มันก็ยิ่งกระตุ้นสัญชาตญาณความเป็นอัลฟ่าให้อยากเอาชนะ พังทลายกำแพงความเย่อหยิ่งนั้นลงมาให้ราบคาบ
“พูดจาแบบนี้... อยากลองดีกับผมมากใช่ไหมครับ?” เซนกระซิบเสียงต่ำ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดข้างแก้มเนียนเมื่อเจ้าตัวจงใจยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนเกินระยะปลอดภัย
คิรินทร์เม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเต้นรำไปกับจังหวะที่ไม่คุ้นเคย ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะกลิ่นฟีโรโมนที่เริ่มรุกรานหนักข้อขึ้นเรื่อยๆ โอเมก้าหนุ่มยกมือขึ้นดันแผงอกกว้างของอีกฝ่ายให้ออกห่าง ทว่าเซนกลับคว้าข้อมือเรียวเอาไว้ได้ทัน แรงบีบที่พอเหมาะไม่ได้ทำร้ายแต่ก็ทำให้ขยับไปไหนไม่ได้
“ปล่อยครับ และถอยออกไป ห่างจากตัวผมสิ” คิรินทร์เอ่ยเตือน เสียงเริ่มสั่นพร่าด้วยความโกรธปนความรู้สึกแปลกประหลาดที่ก่อตัวขึ้นในอก
“ถ้าผมไม่ปล่อยล่ะ คุณจะทำยังไง? จะร้องเรียนผู้บริหาร หรือจะไล่ผมออกจากโปรเจกต์นี้เหมือนที่เคยทำกับโปรดิวเซอร์คนก่อนๆ ล่ะครับ คุณคิรินทร์?”
ประโยคสุดท้ายกระแทกเข้าที่ปมในอดีตของคิรินทร์อย่างจัง ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความเจ็บปวดรวดร้าวที่ถูกเก็บซ่อนไว้ใต้ความเย็นชาถูกสะกิดให้ตื่นขึ้น ความทรงจำเรื่องการถูกหักหลังและโยนความผิดในวงการดนตรีเมื่อปีก่อนฉายวาบเข้ามาในหัว สมองสั่งให้โต้กลับแต่ลำคอกลับตีบตัน
เซนสังเกตเห็นความไหววูบในแววตานั้น ชายหนุ่มชะงัก สีหน้ากวนประสาทเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นความรู้สึกผิดแปลกที่ผุดขึ้นมาในใจ เขากำลังจะเอ่ยปากพูดอะไรบางอย่างเพื่อแก้สถานการณ์
ก๊อกๆๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับร่างของธาม ผู้จัดการส่วนตัวของคิรินทร์ที่ผลักประตูเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเจื่อนๆ ในมือถือแฟ้มเอกสารหนาเตอะ
“ขอโทษนะที่ขัดจังหวะความหวาน... เอ๊ย! การทำงาน แต่อุบัติเหตุด่วนด้านนอกกำลังจะเล่นงานเราแล้วล่ะคีย์ เจ้าภาพโปรเจกต์นี้มาถึงห้องรับรองแล้ว และเขาขอเข้าพบโปรดิวเซอร์กับศิลปินด่วนตอนนี้เลย”
ธามพูดจบก็กวาดสายตามองคนทั้งคู่ที่ยืนประชิดกันในระยะอันตรายด้วยรอยยิ้มรู้ทัน
คิรินทร์ดึงข้อมือตนเองกลับจากการกุมของเซนทันที ใบหน้าหวานเรียบสนิทขึ้นสีแดงเรื่อด้วยความหงุดหงิดที่ผสมปนเปกับความอับอาย เขาจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่แล้วเดินเลี่ยงผ่านตัวเซนไปอย่างไม่สนใจใยดี
เซนมองตามแผ่นหลังบางนั้นด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย ปลายนิ้วของเขายังคงหลงเหลือสัมผัสอุ่นจากข้อมือของอีกฝ่าย กลิ่นวานิลลาจางๆ ที่เล็ดลอดออกมาจากตัวโปรดิวเซอร์หนุ่มเมื่อครู่กำลังปั่นป่วนประสาทสัมผัสของเขาอย่างรุนแรง
ชายหนุ่มแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ดวงตาคมกริบมองตามร่างบางที่ก้าวออกไปจากห้องอัด
เกมนี้... ดูท่าว่าจะสนุกกว่าที่เขาคิดไว้เยอะเลย
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาร่วมวงความแซ่บในห้องอัดนี้ด้วยกันนะคะ!
อัลฟ่าตัวร้ายกับโปรดิวเซอร์หนุ่มสายชา•ตอนที่ 1
คลื่นใต้น้ำในห้องอัด
ผลงานโดย กระต่ายพระจันทร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระต่ายพระจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลฟ่าตัวร้ายกับโปรดิวเซอร์หนุ่มสายชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!