"คุณคิดจะเดินหนีผมไปถึงไหน รินรดา"
เสียงทุ้มต่ำที่กดต่ำจนเกือบเป็นเสียงคำรามดังขึ้น พร้อมกับแรงกระชากที่ข้อมือเรียวอย่างไม่ทันตั้งตัว ประตูลิฟต์ตัวหรูของเพนต์เฮาส์โครงการระดับซูเปอร์ลักชัวรีเพิ่งปิดสนิทลงได้เพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่กลไกอิเล็กทรอนิกส์จะสะดุดและหยุดกะทันหันอย่างไร้สาเหตุ ไฟส่องสว่างสีนวลกะพริบไหวอยู่สองสามครั้งก่อนจะดับวูบลง เหลือเพียงแสงไฟฉุกเฉินสีส้มสลัวที่สาดส่องให้เห็นเงาสะท้อนของคนทั้งคู่บนผนังกระจกใส
ความเงียบงันและอับทึบเข้าโอบล้อมพื้นที่แคบๆ ในทันที กลิ่นอายน้ำหอมกลิ่นกุหลาบป่าเจือจางของรินรดาผสมผสานเข้ากับกลิ่นกายสะอาดสะอ้านและกลิ่นบุหรี่จางๆ ของอคินทร์ กลายเป็นแรงดึงดูดอันตรายที่เธอพยายามหลีกหนีมาตลอดห้าปีเต็ม
รินรดาถอนหายใจออกมาเบาๆ พยายามดึงข้อมือของตัวเองกลับจากการเกาะกุมที่ร้อนผ่าว ใบหน้ารูปไข่เชิดขึ้นเล็กน้อย ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นกันแดดที่ถูกถอดเก็บไว้เผยให้เห็นแววตาคู่สวยที่เต็มไปด้วยความเยือกเย็นและห่างเหิน เธอปรายตามองอดีตสามีด้วยรอยยิ้มเยาะหยันที่มุมปาก
"ปล่อยค่ะ คุณอคินทร์ เราไม่ได้มีธุระอะไรที่จะต้องมาคุยกันในที่แคบๆ แบบนี้" น้ำเสียงของเธอราบเรียบ ไร้ซึ่งความหวาดหวั่นระคนหวาดกลัวเช่นในอดีต
อคินทร์ไม่ยอมปล่อย เขากลับใช้มืออีกข้างทาบลงบนผนังกระจกด้านหลังของเธอ กักขังร่างเพรียวระหงไว้ในอ้อมแขนอย่างจำยอม ดวงตาคมกริบดั่งพญาเหยี่ยวจ้องมองใบหน้าของหญิงสาวที่เคยอยู่ในอาณัติของเขา ทว่าบัดนี้เธอกลับสง่างาม เจิดจรัส และทรงพลังจนน่าใจหาย ความรู้สึกบางอย่างที่ถูกฝังกลบไว้ใต้ความเย่อหยิ่งและอีโก้พรั่งพรูขึ้นมาในอกจนหายใจแทบไม่ออก
"ไม่มีธุระอย่างนั้นหรือ... แต่หัวใจของผมมันบอกว่าเรายังมีเรื่องที่ต้องสะสางกันให้จบ" อคินทร์กระซิบชิดริมใบหู ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอระหงจนรินรดาต้องเผลอหดคอหนีด้วยความสั่นสะท้านที่เธอเกลียดชังตัวเองนักที่เผลอแสดงมันออกมา
"เรื่องระหว่างเรามันจบไปตั้งแต่ห้าปีที่แล้ว วันที่คุณเซ็นใบหย่าและไล่ฉันออกจากชีวิตไงคะ จำไม่ได้เหรอ หรือว่าสมองของนักธุรกิจร้อยล้านเริ่มเสื่อมถอยไปตามกาลเวลา"
คำพูดเชือดเฉือนนั้นไม่ได้ทำให้อคินทร์ถอยห่าง ตรงกันข้าม เขากลับโน้มใบหน้าลงมาใกล้ขึ้น จนปลายจมูกโด่งคลอเคลียอยู่ข้างแก้มเนียนนุ่ม ความโหยหาที่กัดกินหัวใจเขามาเนิ่นนานระเบิดออกอย่างไร้การควบคุม สัมผัสจากอดีตที่เคยเร่าร้อนและหอมหวานผุดขึ้นมาในห้วงคำนึงอย่างห้ามไม่อยู่
"ผมจำได้แม่นทุกวินาที... โดยเฉพาะวินาทีที่คุณร้องไห้อ้อนวอนผม" เสียงของเขาแหบพร่าลงอย่างเห็นได้ชัด ฝ่ามือหนาที่เคยแข็งกร้าวค่อยๆ เลื่อนขึ้นมาสัมผัสแก้มเนียนแผ่วเบา ราวกับจะพิสูจน์ว่าผู้หญิงตรงหน้าคือความจริงไม่ใช่ภาพฝัน "แต่ตอนนี้คุณไม่ได้น่าสงสารแบบวันนั้นแล้ว... ริน คุณสวยขึ้น เย้ายวนขึ้น และมันทำให้ผมคลั่ง"
"คนบ้า!" รินรดาพยายามผลักอกแกร่งออก แต่แรงแค่นั้นหรือจะเทียบเท่าแรงของชายหนุ่มผู้โหยหา อคินทร์รวบเอวคอดกิ่วของเธอเข้ามาแนบชิดจนแผ่นอกของทั้งคู่แนบสนิทกัน ความอบอุ่นจากร่างกายที่คุ้นเคยปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบที่ทั้งรักทั้งชังให้ตื่นขึ้น
ดวงตาสองคู่ประสานกันท่ามกลางแสงสลัว ความโกรธแค้นในอดีต ความเจ็บปวดที่ถูกทอดทิ้ง และแรงปรารถนาอันรุนแรงที่ถูกกดทับไว้ผสมปนเปกันจนกลายเป็นเพลิงอารมณ์ที่พร้อมจะเผาผลาญทุกสิ่ง รินรดากัดริมฝีปากแน่น หัวใจเต้นระรัวราวกับกลองศึก เธอพยายามท่องไว้ในใจว่านี่คือผู้ชายที่เคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเธอ แต่ร่างกายทรยศนี้กลับตอบสนองต่อสัมผัสอันคุ้นเคยอย่างน่าละอาย
อคินทร์ก้มลงประทับริมฝีปากลงบนกลีบปากอิ่มที่เม้มแน่นอย่างเอาแต่ใจในคราแรก ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความนุ่มนวลเว้าวอนเมื่อหญิงสาวพยายามเบือนหน้าหนี มือใหญ่ช้อนทายท้ายทอยของเธอไว้บังคับให้รับรสจูบอันลึกซึ้งที่เขาไม่ได้ลิ้มรสมานานแสนนาน
รสจูบที่เปี่ยมไปด้วยความโหยหาและสำนึกผิด ค่อยๆ ละลายกำแพงความเย็นชาของรินรดาลงทีละน้อย เธอยอมเผยริมฝีปากออกอย่างไร้การต่อต้าน เปิดทางให้ลิ้นร้อนรุกล้ำเข้ามาเกี่ยวพันตักตวงความหวานล้ำที่ทั้งสองโหยหา ลมหายใจหอบกระชั้นประสานกันในความเงียบงัน เสียงครางแผ่วเบาเล็ดลอดออกมาจากลำคอของหญิงสาว ยิ่งปลุกเร้าให้อคินทร์ได้ใจ เขากระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น มือหนาลูบไล้ไปตามส่วนโค้งเว้าภายใต้ชุดเดรสเข้ารูปอย่างจาบจ้วงและเร่าร้อน
ความทรงจำสีเลือดและคราบน้ำตาเมื่ออดีตถูกแทนที่ด้วยรสสัมผัสวาบหวามในปัจจุบัน สัมผัสที่ปลุกเร้าทุกอณูผิวให้ลุกเป็นไฟ รินรดายกมือขึ้นขยุ้มปกเสื้อเชิ้ตของเขาแน่นเพื่อระบายความเสียวซ่านที่แล่นพล่านไปทั่วร่าง ความโกรธแค้นที่เคยมีมอดไหม้หายไป เหลือเพียงความโหยหาทางกายที่ควบคุมไม่ได้ สติสัมปชัญญะของเธอหลุดลอยไปพร้อมกับสัมผัสลูบไล้ที่หนักหน่วงและเต็มไปด้วยความเร่าร้อน
ทว่า... ในวินาทีที่อคินทร์กำลังจะอุ้มร่างเพรียวขึ้นแนบอกเพื่อให้เธอเกี่ยวพันรอบเอวของเขาในพื้นที่จำกัดนี้ เสียงสัญญาณเตือนภัยของลิฟต์ก็ดังขึ้นพร้อมกับแสงไฟสว่างจ้าที่สาดส่องเข้ามาอย่างฉับพลัน!
ประตูลิฟต์เลื่อนเปิดออกช้าๆ เผยให้เห็นร่างของเด็กชายตัวน้อยวัยประมาณสี่ขวบ ในชุดเอี๊ยมยีนส์น่ารัก กำลังยืนถือลูกโป่งสวรรค์รออยู่ด้านนอก ดวงตากลมโตใสแป๋วเบิกกว้างด้วยความงุนงงเมื่อเห็นสภาพของคนทั้งคู่ที่กอดกันกลมบนพื้นลิฟต์
"คุณแม่ครับ... ทำไมเข้าไปนานจัง แล้วนั่น... คุณลุงคนนั้นทำอะไรคุณแม่เหรอครับ?"
เสียงใสแจ๋วของเด็กชายดังขึ้นทำลายบรรยากาศทั้งหมด อคินทร์ชะงักค้าง ราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางกระหม่อม ร่างกายของเขานิ่งแข็งราวกับรูปปั้น ดวงตาคมกริบเบนจากใบหน้าของอดีตภรรยาไปยังเด็กชายตัวน้อยที่หน้าตาละม้ายคล้ายคลึงกับเขาราวกับถอดแบบออกมาจากพิมพ์เดียวกัน... ไม่เพียงเท่านั้น ใบหน้าและโครงหน้าเหล่านั้น มันคือเงาสะท้อนของตัวเขาเองในวัยเด็กไม่มีผิดเพี้ยน!
ชฎาพรายไวน์แดง หวังว่ารี้ดเดอร์ทุกท่านจะหลงใหลในรสชาติของความลับที่กำลังจะถูกเปิดเผยนี้นะคะ
ทัณฑ์รักรอยตราบาปกับอดีตสามีผู้เย่อหยิ่ง•ตอนที่ 3
รสสัมผัสแห่งความหลัง
ผลงานโดย ชฎาพรายไวน์แดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชฎาพรายไวน์แดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์รักรอยตราบาปกับอดีตสามีผู้เย่อหยิ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
