เสียงปรบมือเกรียวกราวในห้องบอล룸หรูหราอลังการของโรงแรมระดับห้าดาวใจกลางมหานคร ดังก้องสะท้อนราวกับเสียงคลื่นซัดสาดเข้าใส่โสตประสาทของอคินทร์ ชายหนุ่มผู้กุมอาณาจักรธุรกิจอสังหาริมทรัพย์หลายหมื่นล้านนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังแท้สีเข้ม แววตาคมกริบดั่งพญาอินทรีทอดมองไปยังเวทีเบื้องหน้าด้วยความเบื่อหน่ายระคนเย่อหยิ่ง สำหรับเขา งานกาล่าการกุศลระดมทุนในค่ำคืนนี้ก็เป็นเพียงแค่ละครฉากหนึ่งที่ผู้คนหน้าตาปลอมเปลือกมาสวมหน้ากากเข้าหากันเพื่อผลประโยชน์เท่านั้น
จนกระทั่งเสียงทุ้มนุ่มของพิธีกรสาวเอ่ยนามผู้ทรงอิทธิพลคนล่าสุดในวงการแฟชั่นระดับโลก
"และในค่ำคืนนี้... เราได้รับเกียรติอย่างยิ่งจากดีไซเนอร์มือหนึ่งผู้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับรันเวย์ปารีสและมิลาน เจ้าของแบรนด์ 'Lumière de l'Ombre' ผู้หญิงที่สำนักข่าวแฟชั่นยกให้เป็นดั่ง 'ราชินีในเงามืด'... ขอเสียงปรบมือต้อนรับ คุณรินรดา ครับ... อภัยค่ะ ขอเสียงต้อนรับ คุณริน หรือที่ทุกคนรู้จักในนาม 'Madame R' ค่ะ!"
ฉับพลันนั้น ลมหายใจของอคินทร์ก็สะดุดกึก ราวกับมีมือที่มองไม่เห็นมาบีบลำคอของเขาจนแน่นตึง แก้วคริสตัลบรรจุไวน์แดงราคาแพงลิบลิ่วในมือหนาเกือบจะร่วงหล่นลงพื้น
รินรดา? ชื่อนี้... เป็นไปไม่ได้!
ร่างระหงในชุดราตรีผ้าไหมปักเลื่อมสีดำสนิทลากยาวก้าวขึ้นสู่เวที แสงไฟสปอตไลท์สาดส่องลงมาสะท้อนเรือนร่างอรชรที่เย้ายวนและสง่างามจนแทบหยุดหายใจ ใบหน้าเรียวรูปไข่ที่เคยไร้เครื่องสำอางและมีแต่คราบน้ำตาในอดีต บัดนี้ถูกแต่งแต้มด้วยความเฉี่ยวคมเย่อหยิ่ง ริมฝีปากอิบอิ่มเคลือบลิปสติกสีแดงก่ำดั่งกุหลาบอาบยาพิษ ดวงตากลมโตคู่เดิมที่เคยฉายแววอ้อนวอนและแตกสลาย บัดนี้กลับเย็นชา เรียบเฉย และทรงพลังราวกับนางพญาที่พร้อมจะเหยียบย่ามทุกชีวิตให้แหลกคามือ
รินรดา... อดีตภรรยาที่เขาเคยเซ็นใบหย่าเขวี้ยงใส่หน้าเธออย่างไร้เยื่อใยเมื่อสามปีก่อน ในวันที่เธอกำลังตั้งครรภ์อ่อนๆ และอ้อนวอนขอความเห็นใจจากเขา
อคินทร์ลุกขึ้นยืนโดยไม่รู้ตัว ดวงตาคมกริบเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึงระคนไม่อยากเชื่อ มือใหญ่กำเข้าหากันแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวซีด หัวใจที่เคยด้านชามาตลอดหลายปีกลับเต้นกระหน่ำรุนแรงราวกับจะทะลุตะرخอก ผู้หญิงคนนั้น... ผู้หญิงที่เขาเคยคิดว่าไม่มีวันมีปัญญาแม้แต่จะหาเงินซื้อข้าวกินเองหลังจากถูกเขาขับไล่ออกจากตระกูลอย่างไร้ค่า บัดนี้เธอกลับมายืนอยู่ ณ จุดที่สูงที่สุด จุดที่แม้แต่เขาผู้เป็นถึงเจ้าพ่ออสังหาฯ ยังต้องแหงนคอมอง
"สวัสดีค่ะแขกผู้มีเกียรติทุกท่าน..."
น้ำเสียงหวานกังวานทว่าเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลกดังผ่านไมโครโฟน สะท้อนก้องไปทั่วห้องโถง รินรดากวาดสายตาคมปลาบมองลงมาจากเวที และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง สายตาก็ปะทะเข้ากับร่างสูงใหญ่ของอคินทร์ที่ยืนโดดเด่นอยู่ท่ามกลางฝูงชนเข้าอย่างจัง
เธอมองเขา... แต่มันไม่ใช่สายตาของอดีตภรรยาผู้เคยโหยหาความรัก แต่มันคือสายตาของ 'ผู้ล่า' ที่กำลังมองเหยื่อผู้โง่เขลา รอยยิ้มมุมปากที่ปรากฏขึ้นบนเรียวปากสีแดงจัดนั้นกรีดแทงหัวใจของอคินทร์จนเลือดซิบ มันคือรอยยิ้มเย้ยหยันที่ทรงพลังที่สุด เท่าที่เขาเคยพบเจอมาในชีวิต
อคินทร์รู้สึกเหมือนถูกตบหน้าฉาดใหญ่กลางฝูงชน เลือดในกายสูบฉีดพลุ่งพล่านด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเปกันทั้งความโกรธ ความตกใจ และที่น่ากลัวที่สุดคือ... ความปรารถนาอันดิบเถื่อนที่พุ่งพล่านขึ้นมาในส่วนลึกของสัญชาตญาณอย่างไม่มีเหตุผล
ร่างระหงก้าวลงจากเวทีหลังจากพิธีกรกล่าวปิดช่วงแรก แขกเหรื่อต่างพากันกรูเข้าไปรุมล้อมเพื่อแสดงความยินดีและทำความรู้จักกับดีไซเนอร์ชื่อดัง แต่วิถีก้าวเดินของรินรดากลับมุ่งตรงมายังมุมมืดที่อคินทร์ยืนอยู่ ราวกับเธอกำลังเดินมาเพื่อพิพากษาเขาด้วยตนเอง
กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบผสมกลิ่นไม้จันทน์หอมกรุ่นลอยมาแตะจมูกก่อนที่ร่างอรชรจะหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าเขา ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ในตอนนี้ใกล้เสียจนอคินทร์ได้ยินเสียงลมหายใจของเธอ และกลิ่นกายหอมหวานที่คุ้นเคยในอดีต แต่มันถูกเคลือบไว้ด้วยความเย่อหยิ่งเย็นชาที่น่าหลงใหลและน่ากลัวในเวลาเดียวกัน
"ไม่เจอกันนานนะคะ... คุณอคินทร์"
เสียงทุ้มหวานเอ่ยทักทายขึ้นก่อน รินรดาเอียงคอมองเขาเล็กน้อย ดวงตากลมโตคู่นั้นพินิจพิเคราะห์ร่างสูงใหญ่ของอคินทร์ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าด้วยแววตาสมเพชแกมเยาะหยัน "ดูคุณ...
ยังดูเหมือนสุนัขหวงก้างตัวเดิมไม่เปลี่ยนเลยนะคะ"
"ริน..." อคินทร์เค้นเสียงลอดไรฟันด้วยความโกรธจัด มือหนายื่นออกไปหมายจะคว้าข้อแขนเรียวที่โผล่พ้นชุดราตรีราคาสูง แต่มือของเธอกลับหลบหลีกได้อย่างรวดเร็วรา่องปลาไหล พร้อมกับเสียงหัวเราะในลำคอเบาๆ ที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ
"ระวังมือของคุณด้วยนะคะคุณอคินทร์ ตอนนี้ฉันไม่ใช่ผู้หญิงไร้ค่าที่ยอมให้คุณเหยียบย่ำเล่นตามอำเภอใจอีกแล้ว" รินรดากระซิบเสียงต่ำด้วยถ้อยคำที่เฉียบคมดั่งใบมีด "จำใส่สมองของคุณเอาไว้... ว่าทุกสิ่งที่ฉันเคยสูญเสียไป น้ำตาทุกหยดที่ฉันเคยหลั่งให้คุณเมื่อสามปีก่อน ฉันจะทบต้นทบดอก คืนให้คุณสาสมยิ่งกว่าที่สุนัขตัวหนึ่งจะจินตนาการออกเลยล่ะค่ะ"
พูดจบ รินรดาก็หมุนตัวเตรียมจะเดินจากไปอย่างไร้เยื่อใย แต่มีหรือที่อคินทร์คนนี้จะยอมปล่อยให้เธอเดินหนีไปได้ง่ายๆ!
ความเย่อหยิ่งที่ถูกท้าทาย ผสมผสานกับไฟราคะและความโกรธเกรี้ยวที่ตีรวนอยู่ในอกจนแทบระเบิด ทำให้อคินทร์ตัดสินใจทำในสิ่งที่บ้าบิ่นที่สุด เขาพุ่งเข้าไปคว้าท่อนแขนเรียวของเธอด้วยแรงทั้งหมดที่มี แล้วกระชากร่างอรชรให้หลบเข้าไปในมุมอับสายตาหลังเสาหินอ่อนขนาดใหญ่ที่ลับตาคนทันที!
"อุ๊ย!" รินรดาอุทานออกมาได้เพียงคำเดียว ร่างทั้งร่างก็ถูกกระแทกเข้ากับเสาหินเย็นเฉียบโดยมีแผงอกกว้างและท่อนแขนแข็งแรงของอคินทร์กักขังเธอไว้ในวงแขน
ความมืดและเงาสลัวของมุมห้องทำให้ไม่มีใครสังเกตเห็นความผิดปกติ แต่มันกลับสร้างบรรยากาศที่ร้อนรุ่มและอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก อคินทร์โน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบชนกัน ดวงตากลมโตของรินรดาไหววับไปชั่วขณะ แต่เธอก็ยังคงเชิดหน้าขึ้นสู้ สายตาไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงประกายความท้าทายที่ลุกโชน
"ปล่อยฉันนะ!" เธอขู่ลอดไรฟัน พยายามดันแผงอกของเขาให้ออกห่าง แต่แรงของผู้หญิงหรือจะสู้แรงของชายหนุ่มผู้โกรธเกรี้ยวและกระหายความต้องการได้
"ปล่อยเหรอ?" อคินทร์แค่นหัวเราะเสียงต่ำ ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวด้วยอารมณ์ที่ซับซ้อน ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดรดแก้มเนียนนุ่ม "เธอคิดว่าเธอเป็นใคร หายหัวไปสามปีแล้วกล้าดียังไงมาทำเป็นอวดดีใส่ฉัน รินรดา! เธอกล้าดียังไงมาท้าทายคนอย่างอคินทร์!"
"คนอย่างคุณมันก็เป็นได้แค่ไอ้สารเลวที่เก่งแต่รังแกผู้หญิงอ่อนแอ!" รินรดาสวนกลับทันควัน ดวงตาดั่งนางพญาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีเข้มของเขาอย่างไร้ความเกรงกลัว "ถ้าคิดว่าฉันยังเป็นรินรดาคนเดิมที่คอยกราบกรานขอความรักจากคุณล่ะก็... ฝันไปเถอะค่ะ!"
คำพูดท้าทายนั้นเปรียบเสมือนน้ำมันราดลงบนกองเพลิง อคินทร์หมดความอดทน เขาก้มลงปิดปากอิบอิ่มที่กำลังต่อว่าเขาด้วยริมฝีปากของตนเองทันที!
มันไม่ใช่จูบแห่งความอ่อนโยน แต่มันคือจูบแห่งการลงทัณฑ์ การกักขฬะ และความโหยหาที่อัดอั้นมานานถึงสามปี รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เธพยายามทุบตีอกเขา ดิ้นรนขัดขืนสุดกำลัง แต่บดบังด้วยเรียวแรงอันน้อยนิดเมื่อเทียบกับเขา อคินทร์ใช้มือข้างหนึ่งรวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอขึ้นไปเหนือศีรษะด้วยมือเดียวอย่างง่ายดาย ส่วนมืออีกข้างหนึ่งโอบกระชับเอวคอดกิ่วให้แนบชิดติดกับกายแกร่งจนไม่มีช่องว่างให้หายใจ
รสจูบเร่าร้อน ดุดัน และป่าเถื่อน ค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไปตามอารมณ์ที่โหมกระหน่ำ ลิ้นร้อนสอดแทรกเข้าไปตักตวงความหวานล้ำที่เขาเคยคิดว่าไม่มีวันได้ลิ้มลองอีกแล้ว รินรดาที่พยายามขัดขืนในตอนแรก เริ่มอ่อนระทวยลงทีละน้อย กลิ่นกายหอมหวานและสัมผัสอันคุ้นเคยที่ฝังรากลึกอยู่ในความทรงจำปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบเถื่อนในกายของเธอขึ้นมาอย่างไม่ตั้งใจ ริมฝีปากที่เคยเม้มแน่นเริ่มเผยอรับสัมผัสจากเขาอย่างยอมจำนนต่อความวาบหวามที่โถมเข้าใส่
ลมหายใจของทั้งคู่หอบกระชั้น เสียงครางฮัมในลำคอของอคินทร์บ่งบอกถึงความพึงพอใจขั้นสุด ขณะที่รินรดาหลับตาลงอย่างเจ็บใจตัวเองที่ร่างกายทรยศหัวใจ เธอยังคงเกลียดเขา... เกลียดผู้ชายใจร้ายคนนี้ แต่ทำไม... ทำไมรสสัมผัสของเขาถึงยังคงมีอิทธิพลเหนือร่างกายเธอนัก
ท่ามกลางความมืดสลัวและบรรยากาศอันเร่าร้อนที่เกือบจะก้าวข้ามเส้นศีลธรรม อคินทร์ผริมฝีปากออกช้าๆ หน้าผากแนบชิดกับหน้าผากของเธอ ลมหายใจร้อนรุ่มรดรินอยู่บนพวงแก้มแดงก่ำ สายตาคมกริบมองสำรวจใบหน้าของอดีตภรรยาที่ตอนนี้ริมฝีปากบวมเจ่อและดวงตาฉ่ำน้ำด้วยความปรารถนา
"เธอไม่มีวันหนีฉันพ้นหรอก รินรดา..." อคินทร์กระซิบเสียงพร่าข้างใบหูของเธอ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเยייהยวนและประกาศิตอันเด็ดขาด "ต่อให้เธอจะกลายเป็นนางพญามาจากไหน สุดท้าย... เธอก็เป็นได้แค่ผู้หญิงของฉันคนเดียวเท่านั้น"
รินรดาลืมตาขึ้น มุมปากระเรื่อแย้มยิ้มหยันออกมาอย่างท้าทาย แม้ร่างกายนจะสั่นเทาเพราะฤทธิ์จูบ แต่แววตาของเธอกลับปรากฏประกายความเหี้ยมเกรียมขึ้นมาวบหนึ่ง
"งั้นก็ลองดูค่ะ... ว่าระหว่างที่คุณกำลังพยายามจะครอบครองฉัน กับตอนที่ฉันจะทำให้คุณต้องคุกเข่าร้องขอความตาย... ใครกันแน่ที่จะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้"
เธอยังไม่ทันจะได้เอ่ยอะไรต่อ เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงเรียกชื่อของใครบางคนก็ดังแทรกเข้ามาใกล้บริเวณเสาหินอับสายตานั้น
"คุณอคินทร์ครับ! ท่านประธานบริษัทคู่ค้าจากยุโรปรอพบคุณอยู่ที่ห้องรับรองวีไอพีแล้วครับ!"
เสียงของเลขาหนุ่มดังขึ้นใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ทำให้อคินทร์ต้องจำใจผละริมฝีปากออกจากรินรดาอย่างเสียดาย เขามองหน้าหญิงสาวที่ยังคงยืนหายใจหอบสะท้านด้วยแววตาคมกริบที่เต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้ง
"เรายังคุยกันไม่จบ..." อคินทร์กระซิบก่อนจะหันหลังเดินผละออกไปจากมุมมืดด้วยท่าทางเย่อหยิ่งดังเดิม ทิ้งให้รินรดายืนอยู่ลำพัง
รินรดายกมือขึ้นสัมผัสริมฝีปากบวมเจ่อของตัวเอง เธอมองตามแผ่นหลังกว้างของอคินทร์ที่เดินหายลับไปทางห้องรับรองวีไอพี รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นบนใบหน้าสวยเฉี่ยวอีกครั้ง
แต่ทว่า... ในวินาทีที่เธอกำลังจะเดินกลับออกไปสู่แสงไฟด้านนอก สายตากลับเหลือบไปเห็นเงาร่างเล็กๆ ของเด็กชายคนหนึ่งในชุดสูทเด็กตัวจิ๋ว กำลังวิ่งตามหาใครบางคนอยู่ไม่ไกลจากจุดนั้น
เด็กชายคนนั้นหยุดวิ่ง หันมามองตรงมายังเสาหินที่เธอเพิ่งยืนอยู่ ดวงตากลมโตสุกใส จมูกโด่งรั้น และโครงหน้าพิมพ์เดียวกันกับอคินทร์อย่างกับแกะ!
ดวงตาสีเข้มคู่นั้นเบิกกว้างขึ้นเมื่อประสานสายตากับรินรดา และเด็กชายตัวน้อยก็เอ่ยปากเรียกขึ้นมาด้วยเสียงใสแจ๋วที่ทำเอารินรดาแทบหยุดหายใจ
"คุณแม่ครับ! คุณพ่อหายไปไหนเหรอครับ ทำไมคุณแม่ถึงหน้าแดงจังเลยล่ะครับ?"
- ชฎาพรายไวน์แดง -
ทัณฑ์รักรอยตราบาปกับอดีตสามีผู้เย่อหยิ่ง•ตอนที่ 1
หวนคืนในเงามืด
ผลงานโดย ชฎาพรายไวน์แดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชฎาพรายไวน์แดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์รักรอยตราบาปกับอดีตสามีผู้เย่อหยิ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
