คมมีดสเตนเลสสตีลความยาวแปดนิ้วปักฉึกกลืนหายไปกับเนื้อไม้ของเขียงมะกอก เสียงนั้นหนักหน่วงและเด็ดขาดราวกับประกาศิตจากยมทาล
กลิ่นอายของเนื้อแกะหมักโรสแมรี่และไวน์แดงที่ควรจะหอมกรุ่นอบอวลในห้องครัวปิดตายยามเที่ยงคืน กลับถูกแทนที่ด้วยกลิ่นสนิมเหล็กของเลือดสดๆ ที่เริ่มคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นไอความตาย
ธีทัตยืนนิ่งอยู่หน้าเคาน์เตอร์สแตนเลสขัดเงา เสื้อเชิ้ตสีดำพับแขนขึ้นถึงข้อศอกเผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อตึงแน่นและรอยแผลเป็นจางๆ ที่บ่งบอกถึงอดีตอันโชกโชน นัยน์ตาคมกริบสีนิลกาฬกวาดมองร่างไร้วิญญาณของชายชุดดำสองคนที่นอนกองอยู่แทบเท้า ความเงียบงันภายในห้องครัวระดับมิชลินสตาร์แห่งนี้ไม่ได้น่ากลัวเท่ากับร่องรอยการต่อสู้ที่จบลงภายในเวลาไม่ถึงสิบวินาที
เขายกมือขึ้นเสยผมลวกๆ พ่นลมหายใจออกทางจมูกด้วยความหงุดหงิดระคนรำคาญใจ
"พวกมาร์คัสนี่มันตื๊อเสียยิ่งกว่าปลิงควาย..." เสียงทุ้มต่ำพึมพำกับตัวเองอย่างหัวเสีย ก่อนที่ริมฝีปากหยักจะได้รูปจะเหยียดยิ้มเยาะหยัน "ส่งคนมากี่ชุดก็ทิ้งศพไว้ให้ทำความสะอาดเป็นภาระ ฉันควรคิดค่าบริการเก็บกวาดเพิ่มจากพวกมันดีไหมนะ"
ทว่า ในจังหวะที่เขากำลังจะก้มลงไปลากร่างไร้สัญชาตญาณพวกนั้นออกไปพ้นสายตา เสียงฝีเท้าเร่งรีบและเสียงหอบหายใจแผ่วเบากลับดังขึ้นที่ประตูหลังห้องครัว ซึ่งเชื่อมต่อกับบันไดหนีไฟ ประตูบานนั้นไม่ได้ล็อก เพราะเขาเพิ่งเดินออกไปรับพัสดุเมื่อสิบนาทีที่แล้ว
*กริ๊ก... แอ๊ด...*
ร่างโปร่งระหงในชุดสูทเข้ารูปสีเทาอ่อนก้าวพรวดพราดเข้ามาโดยไม่ทันระวังตัว พีรดาคิ้วขมวดมุ่น ใบหน้าสวยเฉี่ยวยังคงฉายแววเคร่งเครียดจากการวิเคราะห์ข้อมูลลับในแท็บเล็ตในมือ เธอเงยหน้าขึ้นเตรียมจะเอ่ยปากตำหนิเชฟหนุ่มเจ้าของร้านที่ติดต่อยากเย็นนัก แต่แล้ว... คำพูดทั้งหมดก็กลืนหายลงไปในลำคอ เมื่อดวงตากลมโตคู่สวยปะทะเข้ากับภาพตรงหน้า
เลือด... เลองนองเต็มพื้นกระเบื้องสีขาวสะอาด ศพชายชุดดำสองคน และ... เชฟหนุ่มรูปหล่อผู้ยืนถือมีดเปื้อนเลือดด้วยท่าทางสบายๆ ราวกับกำลังยืนเลือกวัตถุดิบทำอาหารเช้า
พีรดาชะงักงัน ลมหายใจสะดุดกึก สมองส่วนวิเคราะห์ข่าวกรองที่เคยทำงานด้วยความรวดเร็วระดับวินาที กลับประมวลผลสะดุดไปชั่วขณะหนึ่ง เธอกวาดสายตาจากศพบนพื้นขึ้นมาสบตากับนัยน์ตาดุราวกระจกเงาสีดำสนิทของธีทัต
ไม่มีเสียงกรีดร้อง ไม่มีอาการตื่นตระหนกจนตัวสั่นเทาอย่างที่ผู้หญิงทั่วไปควรจะเป็น หญิงสาวเพียงแต่หรี่ตาลงเล็กน้อย ก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวตามสัญชาตญาณการป้องกันตัว พร้อมกับยกแท็บเล็ตขึ้นตั้งฉากราวกับมันคือโล่กำบัง
"นี่ฉันมาผิดเวลา หรือพวกคุณกำลังถ่ายทำสารคดีฆาตกรรมอำพรางโดยไม่ขออนุญาต" น้ำเสียงใสแต่เฉียบคมราวน้ำแข็งไสเอ่ยขึ้น ท่าทีของเธอสงบนิ่งจนน่าประหลาดใจ
ธีทัตหรี่ตาลงมองผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงหน้า เขาจำเธอได้ทันที... ยัยนักวิเคราะห์สาวจอมจุ้นจากสำนักงานความมั่นคงที่คอยตามสืบเรื่องบริษัทบังหน้าของมาร์คัสไม่เลิกรา หล่อนมาทำอะไรที่หลังร้านของเขาในยามวิกาลแบบนี้
เชฟหนุ่มแค่นหัวเราะในลำคอ ขยับตัวเดินเข้าหาช้าๆ อย่างคุกคาม ร่างสูงใหญ่บังคับให้เธอต้องถอยหลังจนแผ่นหลังบอบบางชนเข้ากับชั้นวางอุปกรณ์ทำครัวสแตนเลส
"ตาฝืดหรือสมองเสื่อมกันแน่ ถึงได้เดินเข้ามาในดงกระสุนหน้าตาเฉยแบบนี้ คุณพีรดา" ธีทัตโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน กลิ่นกายสะอาดเจือจางด้วยกลิ่นอายอันตรายบางอย่างแผ่ซ่านออกมาจนคนถูกคุกคามรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ
พีรดาเชิดคางขึ้นสู้ ไม่ยอมถอยหนีแม้แต่น้อย แม้หัวใจในอกจะเต้นรัวเร็วจนแทบกระเด็นหลุดออกมานอกอกก็ตาม เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก แต่ฝีปากยังคงเผ็ดร้อนตามนิสัย
"ถอยไปนะเชฟปากเสีย! ฉันแค่มารá... มาทวงเอกสารตรวจสอบความปลอดภัยของร้านคุณตามหน้าที่ ไม่คิดว่าจะโชคดีได้เห็นงานอดิเรกยามว่างของคุณหรอกนะ" เธอกระแทกเสียงใส่หน้าเขาอย่างไม่เกรงกลัว มือเรียวแอบเอื้อมไปหยิบอุปกรณ์ทำครัวใกล้มือที่สุดอย่างเงียบเชียบ
"งานอดิเรกงั้นเหรอ?" ธีทัตเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง มุมปากหยักยกยิ้มร้ายกาจ มือหนาข้างหนึ่งยื่นไปทาบลงบนชั้นสแตนเลสข้างศีรษะของเธอเพื่อกักขังร่างบางเอาไว้ในวงแขน "ถ้าฉันบอกว่างานอดิเรกของฉันคือการกำจัดแมลงน่ารำคาญ... คุณคิดว่าคุณจะรอดออกไปจากห้องครัวนี้ในสภาพครบสามสิบสองไหมล่ะ"
บรรยากาศรอบตัวตึงเครียดขึ้นจนแทบจะจุดไฟติด สายตาสองคู่ประสานกันอย่างไม่มีใครยอมใคร เคมีอันตรายพุ่งพล่านท่ามกลางกลิ่นคาวเลือดที่เริ่มจางหายไปแทนที่ด้วยความเร่าร้อนบางอย่างที่ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชเชียบ
ทว่า... ก่อนที่พีรดาจะได้สวนกลับด้วยคำพูดเจ็บแสบชนิดที่ทำให้เชฟหนุ่มต้องหน้าชา
*แกร๊ก...*
เสียงโลหะกระทบกันเบาๆ จากมุมมืดของห้องครัวด้านที่ติดกับห้องเย็น... และตามมาด้วยเสียงลำกล้องปืนที่ถูกดึงขึ้นลำอย่างชัดเจนในความเงียบ
ธีทัตหุบยิ้มทันที นัยน์ตาสนุกสนานเมื่อครรลองแปรเปลี่ยนเป็นประกายคมกริบทอแสงอำมหิตในเสี้ยววินาที ร่างสูงพุ่งเข้าประชิดตัวพีรดาก่อนที่เธอจะทันตั้งตัว ใช้แขนแกร่งรวบเอวบางไว้แน่นแล้วกระชากหลบวิถีกระสุนที่เจาะทะลุกระจกตู้เย็นด้านหลังจนแตกกระจาย!
เพล้ง! เสียงกระจกแตกละเอียดพร้อมกับเสียงคำรามต่ำในลำคอของธีทัตที่ก้มลงกระซิบชิดริมหูของเธอ
"เงียบปากแล้วอยู่นิ่งๆ... ทางหนีไฟถูกตัดขาดแล้ว ยัยตัวแสบ"
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ที่น่ารักทุกคนที่แวะมาร่วมลุ้นระทึกไปกับความสัมพันธ์อันตรายนี้นะคะ
เซฟเฮาส์ความลับกับกับดักหัวใจของเชฟปืนดุ•ตอนที่ 1
กลิ่นคาวเลือดในห้องครัว
ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ความลับกับกับดักหัวใจของเชฟปืนดุ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!