อัศวินไร้คมกับศาสตราจารย์ผู้ปิดตายบันทึก•ตอนที่ 1

ดาบไม้กับตำราเวท

ผลงานโดย วาเลนเทียอัศวินมืด
เสียงเหล็กกระทบกันดังกังวานก้องสนามฝึกซ้อมกลาง แต่สำหรับคาร์ล วอล์คเกอร์แล้ว เสียงเหล่านั้นเป็นเพียงคลื่นรบกวนฉากหลัง เขาไม่ได้สนใจคมดาบจริงที่พาดผ่านปลายจมูกของคู่ฝึกซ้อมในคลาสอัศวินแม้แต่น้อย สายตาของเด็กหนุ่มเรือนผมสีน้ำตาลเข้มจับจ้องไปยังเศษกระดาษแผ่นหนึ่งในมือซ้าย—กระดาษโน้ตเก่าคร่ำคร่าที่ร่วงลงมาจากตำราประวัติศาสตร์เวทมนตร์เมื่อช่วงสาย ข้อความด้วยลายมือหวัดๆ แต่หนักแน่นทิ้งท้ายไว้สั้นๆ เพียงประโยคเดียว: *'หอสมุดต้องห้าม หลังเที่ยงคืน... ถ้าไม่อยากให้ความจริงเรื่องพ่อของนายกลายเป็นแค่ขี้เถ้า'* คำว่า 'พ่อ' ทำงานเหมือนลิ่มเหล็กที่ตอกลงกลางอก คาร์ลผ่อนลมหายใจยาว เหงื่อเม็ดเป้งไหลย้อยลงมาตามกรอบหน้าคมคาย แต่ความเย็นเยียบที่แผ่ซ่านจากกระดาษแผ่นนั้นกลับหนาวยิ่งกว่าสายลมยามค่ำคืนของสถาบันเวทมนตร์แอสทราเลีย สถาบันแห่งนี้ถูกปกคลุมด้วยกฎระเบียบและชนชั้นเวทมนตร์อันเข้มงวด ที่ซึ่งอัศวินฝึกหัดอย่างเขาเป็นได้เพียง 'แรงงานไร้เวท' คอยแบกรับเศษเสี้ยวภารกิจอันตราย ขณะที่พวกสายเลือดบริสุทธิ์นั่งเสวยสุขบนหอคอยงาช้าง และยิ่งดึกสงัดเท่าไหร่ หอสมุดต้องห้าม—สถานที่ที่ถูกปิดตายด้วยผนึกเวทระดับสูงตั้งแต่ยุคสงครามโบราณ—ก็ยิ่งดูเหมือนสัตว์ประหลาดอ้าปากรอเหยื่อ แต่คาร์ลไม่มีทางเลือก การตายของพ่อเมื่อสามปีก่อนยังคงเป็นรอยปริศนาที่สำนักบริหารปกปิดไว้ใต้พรม ทางการอ้างว่าเป็นการ 'อุบัติเหตุจากการทดลองเวท' แต่ในฐานะลูกชายที่เคยช่วยพ่อขัดเกลาคมดาบไม้มาตั้งแต่เด็ก เขารู้ดีว่ารอยตัดบนเกราะเหล็กนั้นไม่ใช่ฝีมือของเวทมนตร์สุ่มสี่สุ่มห้า แต่มันคือวิถีดาบ... วิถีดาบที่สะอาดคมกริบราวกับถูกสะบั้นด้วยเจตจำนงอันมืดมน เมื่อเข็มนาฬิกาดาราศาสตร์บนหอคอยหลักตีบอกเวลาเที่ยงคืนตรง คาร์ลในชุดคลุมสีดำสนิทกลมกลืนกับรัตติกาลก็ก้าวเท้าผ่านประตูเหล็กดัดของหอสมุดต้องห้าม แรงกดดันทางเวทมนตร์เข้มข้นจนขนลุกชัน อากาศรอบตัวหนาหนักราวกับมีสายตาคู่หนึ่งกำลังจ้องมองทะลุผ่านความมืดเข้ามาสำรวจทุกอณูผิว แอด... เสียงบานประตูไม้โบราณเปิดออกเองอย่างเชื่องช้า ราวกับต้อนรับผู้มาเยือนที่ถูกเชิญโดยปริยาย กลิ่นอายของกระดาษเก่าและฝุ่นละอองนับร้อยปีลอยคละคลุ้ง ท่ามกลางความมืดมิดที่มีเพียงแสงจันทร์สาดส่องผ่านกระจกสีลายวิจิตร ณ ใจกลางห้องโถงชั้นในสุด ใกล้ชั้นหนังสือที่ลึกที่สุด ร่างระหงในชุดคลุมศาสตราจารย์สีเทาเข้มกำลังยืนหันหลังให้ แสงจันทร์อาบไล้เรือนผมสีเงินยวดยาวสลวยถึงกลางหลัง บรรยากาศรอบตัวเธอนิ่งงันและเย็นชาจนแทบจะแช่แข็งหยดน้ำในอากาศได้ นั่นคือ อาจารย์ไอรีน ดราคูล—ศาสตราจารย์สาวผู้กุมอำนาจสูงสุดแห่งภาควิชาอักขระโบราณ ผู้ได้รับฉายาจากเหล่านักเรียนว่า 'ตุ๊กตาน้ำแข็งแห่งแอสทราเลีย' ไม่เคยมีใครเห็นเธอยิ้ม และไม่เคยมีใครกล้าสบตากับเธอนานเกินสามวินาที "เธอมาเร็วกว่าที่ฉันคิดนะ, วอล์คเกอร์" เสียงหวานใสแต่เย็นยะเยือกเอ่ยขึ้นโดยที่เธอยังไม่หันกลับมามอง คาร์ลหยุดยืนเว้นระยะห่างจากเธอราวสามก้าว มือขวาเผลอกุมด้ามดาบไม้ที่เหน็บไว้ข้างเอวตามสัญชาตญาณการป้องกันตัว "ผมคิดว่าการปล่อยให้อาจารย์รอนานไม่ใช่เรื่องของสุภาพบุรุษครับ" คาร์ลตอบเสียงเรียบ นัยน์ตาสีเทาเข้มจ้องมองแผ่นหลังนั้นอย่างพิจารณา "อีกอย่าง... ข้อความในกระดาษใบนั้นมันกวนใจผมจนนอนไม่หลับ" ไอรีนค่อยๆ หมุนตัวกลับมาเผชิญหน้า แววตาภายใต้กรอบแว่นทรงรีคมกริบราวกับใบมีด เธอกวาดสายตาสำรวจเด็กหนุ่มตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ราวกับกำลังชั่งน้ำหนักว่าเขามีค่าพอจะรับฟังความลับที่จะเปลี่ยนชีวิตไปตลอดกาลหรือไม่ "ความอยากรู้อยากเห็นเป็นบ่อเกิดแห่งความหายนะ, คาร์ล" ไอรีนก้าวเข้ามาใกล้ชิดขึ้นทีละน้อย กลิ่นหอมจางๆ คล้ายดอกไวโอเล็ตป่าลอยปะปนกับกลิ่นหมึกเวท "โดยเฉพาะเมื่อสิ่งที่นายกำลังตามหา มันไม่ได้ถูกฝังไว้ใต้ดิน... แต่มันกำลังรอเวลาที่จะลุกขึ้นมากลืนกินสถาบันแห่งนี้" เธอยื่นมือเรียวบางที่สวมถุงมือหนังสีดำสนิทออกมา ข้างในนั้นมีสมุดบันทึกเล่มหนา ปกหนังสีดำสนิทที่ถูกผนึกไว้ด้วยโซ่อักขระเวทสีแดงฉาน โซ่เหล่านั้นกำลังสั่นระริกราวกับมีสิ่งมีชีวิตดิ้นรนอยู่ข้างใน ดวงตาสีเทาของคาร์ลเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อจำตราประทับบนสันปกได้ มันคือตราสัญลักษณ์ประจำตัวของพ่อเขา... บันทึกวิจัยที่หายสาบสูญไปในคืนวันที่พ่อเสียชีวิต! "นั่นมัน..." "บันทึกที่พ่อของนายใช้แลกมาด้วยลมหายใจสุดท้ายยังไงล่ะ" ไอรีนพูดแทรกขึ้น น้ำเสียงของเธอลดระดับลงจนเกือบเป็นเสียงกระซิบ ทว่าเต็มไปด้วยความตึงเครียด "และตอนนี้ มีใครบางคนในสภาสูงกำลังตามหามัน เพื่อใช้มันเปิดประตู 'ผนึกชั้นที่เจ็ด' ใต้หอสมุดแห่งนี้" ยังไม่ทันที่คาร์ลจะได้เอ่ยปากถามคำถามใดๆ ทันใดนั้น บรรยากาศรอบตัวก็เกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน! เปลวไฟสีฟ้าครามที่จุดอยู่ตามเชิงเทียนรอบห้องโถงดับวูบลงพร้อมกัน ความมืดมิดสนิทเข้าปกคลุมชั่วพริบตา ตามมาด้วยเสียงคำรามต่ำทุศจากใต้พื้นห้องโถง ราวกับมีสัตว์ประหลาดมหึมานับร้อยตัวกำลังตื่นจากการหลับใหล แผ่นพื้นหินใต้ฝ่าเท้าสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ฝุ่นผงร่วงกราวลงมาจากเพดานสูงลิ่ว อักขระเวทสีแดงที่เคยสงบบนผนังรอบด้านกลับเปล่งแสงวาบขึ้นพร้อมกันเป็นวงกว้าง กลายเป็นลวดลายลูกโซ่ที่พุ่งตรงเข้ามาโอบล้อมรอบตัวพวกเขาทั้งสองคนไว้ราวกับกรงขัง [แจ้งเตือนระบบสนับสนุนพิเศษ: ตรวจพบสภาวะคุกคามระดับ SSS จากอาณาเขตต้องห้าม] [เป้าหมาย: ปกป้อง 'บันทึกศาสตราจารย์วอล์คเกอร์' และหลบหนีจากการปิดล้อมของเวทมนตร์นิรนาม] [เงื่อนไขทางเลือก: เปิดใช้งาน 'วิถีดาบกายภาพ' เพื่อทำลายจุดอ่อนของอักขระ (0/4 จุด)] เสียงแจ้งเตือนประหลาดดังขึ้นในหัวของคาร์ล พร้อมกับหน้าต่างโปร่งแสงสีฟ้าอ่อนที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศเบื้องหน้า แต่นี่ไม่ใช่เวลามานั่งตกใจกับระบบที่จู่ๆ ก็โผล่มา ไอรีนขมวดคิ้วแน่น มือบางยกขึ้นวาดวงเวทป้องกันเบื้องหน้าอย่างรวดเร็ว แต่พลังเวทของเธอกลับถูกกดทับด้วยแรงดึงดูดมหาศาลจนแทบขยับไม่ได้ "บ้าจริง... พวกมันรู้ตัวเร็วกว่ากำหนด!" คาร์ลสูดหายใจเข้าลึก ตั้งสติท่ามกลางความโกลาหล เขาชักดาบไม้ออกมาจากฝัก แม้จะเป็นเพียงไม้เนื้อแข็งไร้คมเวทมนตร์ แต่ในวินาทีนี้ น้ำหนักที่คุ้นเคยในมือกลับให้ความรู้สึกมั่นคงยิ่งกว่าสิ่งใด นัยน์ตาสีเทาเข้มคมกริบกวาดมองอักขระเรืองแสงที่กำลังพุ่งเข้ามาหาพวกเขาด้วยความเร็วสูง เขารู้ดีว่าหากก้าวพลาดแม้แต่ก้าวเดียว ทั้งชีวิตของเขาและความลับของพ่อจะจบลงที่นี่ "อาจารย์ครับ..." คาร์ลเอ่ยขึ้นเสียงนิ่ง ทว่าก้องกังวานท่ามกลางเสียงคำรามกึกก้อง รอยยิ้มมุมปากเล็กน้อยปรากฏขึ้นอย่างท้าทาย "ดูเหมือนบทเรียนคาบแรกของเรา จะเริ่มโหดหินกว่าที่คิดนะครับ" --- *ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านหน้ากระดาษแผ่นแรกไปกับผมนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ* — **วาเลนเทียอัศวินมืด**
สารจากนักเขียน (วาเลนเทียอัศวินมืด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัศวินไร้คมกับศาสตราจารย์ผู้ปิดตายบันทึก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%