“หยดเลือดของแก... มันก็แค่สีแดงธรรมดาที่ไม่ต่างจากพวกขยะระดับล่างหรอก เรย์”
เสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยความเย่อหยิ่งดังก้องอยู่ในโถงบัญชาการชั้นสูงสุดของป้อมปราการลอยฟ้า ‘อาคาน่า’ เรย์ยืนนิ่งอยู่กลางวงล้อมของทหารม้าเหล็กนับร้อยชีวิต ปลายหอกนับสิบจ่อเข้าที่ลำคอของเขา ในขณะที่เบื้องหน้าคือ ‘จักรพรรดิทมิฬ’ หรือที่ใครๆ ต่างเรียกขานในนาม ‘อาเธอร์’ ชายผู้เคยเป็นพี่น้องร่วมสาบานที่เขายอมมอบชีวิตให้
เรย์ไม่ได้ตอบโต้ด้วยวาจา ดวงตาคมกริบสีนิลมองไปยังฝ่ามือของตัวเองที่กำลังสั่นไหวเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะแรงสั่นสะเทือนจากพลังเวทที่เพิ่งถูกกระชากออกจากร่างผ่านโซ่ตรวนเวทมนตร์ที่ไร้ร่องรอยการมองเห็น
“ฉันถามแกครั้งสุดท้าย... จะมอบ ‘ศิลาแห่งปฐมกาล’ ให้ดีๆ หรือจะให้ฉันควักมันออกมาจากซากศพของแกเอง” อาเธอร์ขยับรอยยิ้มเหยียด มือหนากระชับดาบเล่มยักษ์ที่แย่งชิงมาจากมือของเรย์เพียงไม่กี่วินาทีก่อนหน้านี้ มันคือไอเทมระดับตำนาน ‘ดาบแห่งแสงนิจนิรันดร์’ อาวุธที่เรย์ใช้หยาดเหงื่อและเลือดเข้าแลกมาตลอดสามปี
“อาเธอร์...” เรย์เอ่ยขึ้น เสียงของเขาเรียบเฉย ทว่าหนักแน่นจนทำให้อากาศรอบข้างดูเหมือนจะกดทับลง “นายลืมไปแล้วหรือเปล่าว่าใครกันแน่ที่เป็นคนสอนให้นายรู้จักคำว่า ‘ชัยชนะ’?”
อาเธอร์หัวเราะร่า เสียงหัวเราะที่ฟังดูน่าสมเพชในความรู้สึกของเรย์ “นั่นคืออดีต! ตอนนี้แกมันก็แค่ขยะที่หมดประโยชน์ เรย์ นายไม่มีค่าพอที่จะยืนอยู่บนจุดสูงสุดของกิลด์ทหารม้าเหล็กอีกต่อไปแล้ว!”
สิ้นเสียงนั้น ดาบในมืออาเธอร์ก็ถูกกระแทกเข้าที่ท้องของเรย์อย่างแรง แรงปะทะมหาศาลส่งร่างของจอมทัพผู้เคยไร้พ่ายกระเด็นไปกระแทกกับผนังหินสลักอักขระจนร้าวฉาน เลือดสีสดไหลซึมออกจากมุมปาก เรย์กัดฟันกรอด ความเจ็บปวดไม่ได้เทียบเท่ากับความรู้สึกที่ถูกหักหลังโดยคนที่เขาเคยไว้ใจที่สุด
“เอาของทุกอย่างคืนมาให้หมด” อาเธอร์สั่งการ พลางมองดูแหวนมิติที่สวมอยู่บนนิ้วเรย์ด้วยสายตาหิวกระหาย “ทั้งชุดเกราะ ทั้งคัมภีร์เวทโบราณ และไอเทมทุกชิ้นที่แกเก็บไว้... ปลดมันออกให้หมด ก่อนที่ฉันจะตัดมือของแกทิ้ง”
เรย์เงยหน้าขึ้น สายตาของเขาเปลี่ยนไป จากความว่างเปล่ากลายเป็นความเยือกเย็นดุจน้ำแข็งขั้วโลก เขาไม่ได้ขัดขืน เขาค่อยๆ ถอดแหวนมิติและชุดเกราะเบาที่เปื้อนเลือดออกทีละชิ้น ราวกับกำลังสลัดคราบไคลที่สกปรกออกจากตัว
“นายคิดว่าการยึดครองสิ่งของเหล่านี้ จะทำให้นายกลายเป็นผู้ยิ่งใหญ่ได้งั้นหรือ?” เรย์ถามพลางส่งแหวนมิติให้ด้วยมือที่สั่นเทา “อำนาจไม่ได้อยู่ที่ของนอกกาย อาเธอร์... นายแค่กำลังทำลายเสาหลักที่คอยพยุงอาณาจักรนี้ไว้ด้วยมือของนายเอง”
“หุบปาก!” อาเธอร์กระชากแหวนไปจากมือเขา ก่อนจะเตะเข้าที่หน้าอกของเรย์จนล้มลงไปกองกับพื้นหินเย็นเยียบ “โยนมันออกไปนอกป้อมปราการ ให้มันไปตายที่ไหนก็ได้ที่ไม่มีใครเห็นหัวมันอีก!”
เรย์ถูกทหารม้าเหล็กสองนายลากคอเสื้อออกไปทางระเบียงชั้นนอก ลมหนาวพัดกรรโชกปะทะใบหน้า ท้องฟ้าเบื้องบนเริ่มวิปริต เสียงฟ้าร้องดังกัมปนาทราวกับโลกกำลังจะแตกสลาย นี่ไม่ใช่ปรากฏการณ์ธรรมชาติ แต่มันคือ ‘คำสาป’ ที่เขาเคยพยายามผนึกไว้... และบัดนี้ เมื่อไร้ซึ่งจอมทัพผู้คุมกฎ ผนึกนั้นกำลังจะขาดสะบั้น
“แกจำไว้ให้ดีนะ เรย์... ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป แกไม่มีความหมายอะไรในประวัติศาสตร์ของโลกนี้อีกต่อไป” อาเธอร์ตะโกนไล่หลัง ก่อนที่ร่างของเรย์จะถูกผลักตกจากความสูงระดับเมฆ
ร่างของชายหนุ่มร่วงหล่นลงสู่ความมืดมิดเบื้องล่าง แรงลมตีเข้าใบหน้าอย่างรุนแรง เรย์ไม่ได้กรีดร้อง เขากลับหลับตาลงนิ่งๆ ในใจของเขากำลังทบทวนถึงความผิดพลาดที่ผ่านมา ความไว้ใจคืออาวุธที่อันตรายที่สุด และเขาได้ใช้มันแทงหัวใจตัวเองจนแหลกเหลว
ทว่า ในเสี้ยววินาทีก่อนที่ร่างกายจะกระแทกกับพื้นดินเบื้องล่างที่มีแต่ป่าปีศาจและอสูรร้าย เสียงกระซิบที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นในจิตใต้สำนึก เป็นเสียงของหญิงสาวที่เขาเคยช่วยชีวิตไว้จากห้วงเวลาที่สาบสูญ
*‘นายท่าน... ข้าสัมผัสถึงลมหายใจแห่งการเริ่มต้นได้แล้ว... อย่าเพิ่งปิดตาลง’*
เรย์เบิกตากว้าง ท่ามกลางสายฝนที่เริ่มโปรยปรายราวกับน้ำตาของท้องฟ้า ร่างของเขาไม่ได้แตกสลายอย่างที่ควรจะเป็น แต่กลับมีแสงสีทองอร่ามพุ่งขึ้นมาจากพื้นดินโอบอุ้มร่างเขาเอาไว้ และที่ตรงนั้นเอง มีเงาร่างของหญิงสาวในชุดคลุมสีเงินยาวสลวยกำลังยืนรอรับเขาอยู่ด้วยแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความภักดี
เรย์หอบหายใจหนักหน่วง มองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความตกตะลึง เพราะเขารู้ดีว่านางคือใคร... และนางไม่ควรจะอยู่ที่นี่ในเวลานี้
“เอลีน่า? เธอ... เธอออกมาจากคุกผนึกได้ยังไง?”
เอลีน่าคลี่ยิ้มบาง เธอคุกเข่าลงข้างหนึ่งเบื้องหน้าชายหนุ่มที่สภาพปางตาย “ในวันที่อาณาจักรของเขาพังทลายลงด้วยน้ำมือคนทรยศ... คือเวลาที่ข้าจะได้กลับมาเป็นมือขวาให้ท่านอีกครั้ง เรย์... อาณาจักรใหม่ที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม กำลังรอให้ท่านสร้างมันขึ้นมาใหม่จากกองซากปรักหักพังนี้ครับ”
ที่ขอบฟ้าไกลออกไป กองทัพของจักรพรรดิทมิฬเริ่มส่งสัญญาณแตรสงคราม พวกเขาไม่ได้รู้ตัวเลยว่า การตัดสินใจขับไล่ 'ศัตรู' ที่น่ากลัวที่สุดออกไปนั้น คือการเปิดประตูสู่หายนะที่แท้จริงของตัวเอง
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับจุดเริ่มต้นของความแค้นและการสร้างอาณาจักรครั้งใหม่นี้ด้วยกันนะครับ ผู้กล้าตกอับขอบพระคุณครับ
จักรพรรดิผู้ถูกทอดทิ้ง: สร้างอาณาจักรไร้พ่ายจากจุดต่ำสุด•ตอนที่ 1
ถูกขับไล่ในวันที่ฟ้าถล่ม
ผลงานโดย ผู้กล้าตกอับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ผู้กล้าตกอับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จักรพรรดิผู้ถูกทอดทิ้ง: สร้างอาณาจักรไร้พ่ายจากจุดต่ำสุด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!