จักรพรรดิผู้ถูกทอดทิ้ง: สร้างอาณาจักรไร้พ่ายจากจุดต่ำสุด•ตอนที่ 45

กลยุทธ์ป้องกันแนวหลัง

ผลงานโดย ผู้กล้าตกอับ
กลิ่นคาวสนิมเหล็กและคราบน้ำมันดินที่แผดเผaะยังคงลอยอวลอยู่ในความมืด ยามที่เรย์กวาดสายตาคมกริบมองภาพยุทธศาสตร์จำลองสามมิติบนโต๊ะหินแร่มานา แสงสีฟ้าครามที่สะท้อนลงบนใบหน้าด้านข้างของเขาขับเน้นความเยือกเย็น ราวกับประติมากรรมหินสลักที่ไร้ซึ่งความหวาดหวั่น "พวกมันไม่ได้ส่งกองกำลังหลักมา... รอบนี้มาแบบเงียบเชียบและมุ่งเป้าที่จุดตาย" เสียงนุ่มทุ้มแต่เปี่ยมด้วยอำนาจเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบงันภายในห้องบัญชาการลับใต้ดิน เอลีน่าขยับตัวเล็กน้อย แสงจากเวทมนตร์โบราณที่ปลายนิ้วของเธอกำลังสั่นไหวเล็กน้อยตามกระแสมานาภายนอกที่ผิดเพี้ยนไป นางสูดหายใจเข้าลึกเพื่อสงบสติอารมณ์ ก่อนจะเงยหน้าสบตากับชายหนุ่มผู้เป็นนายแห่งอาณาจักร "รายงานจากหน่วยลาดตระเวนเวทมนตร์ยืนยันตรงกันครับท่านเรย์... กลุ่มเงาเพลิงทมิฬ นักฆ่าระดับตำนานที่ขึ้นชื่อเรื่องการแทรกซึมผ่านมิติเงา ถูกส่งข้ามเขตแดนมาโดยอาศัยช่องโหว่ของแนวป้องกันชั้นนอกที่สาม เป้าหมายของพวกมันคือการลอบสังหารช่างตีเหล็กหลวง และทำลายคลังเสบียงสำรอง" น้ำเสียงของเอลีน่าเจือความกังวลอย่างปิดไม่มิด แม้จะผ่านศึกใหญ่มามากมาย แต่ยุทธวิธีลอบกัดเช่นนี้มักสร้างความเสียหายที่คาดไม่ถึงเสมอ เรย์ไม่ได้แสดงอาการตกใจแม้แต่น้อย เขายกมือขึ้นลูบคางเบาๆ ดวงตาคู่นั้นหรี่ลงเล็กน้อยราวกับกำลังคำนวณหมากกระดานที่อีกฝ่ายเดินพลาดอย่างมหันต์ "จักรพรรดิทมิฬคงคิดว่า ข้ายังคงเป็นแม่ทัพผู้ยึดติดกับแนวหน้าและการปะทะซึ่งหน้าสินะครับ..." มุมปากของเรย์ยกยดยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันและน่ากลัวในคราวเดียวกัน "มันลืมไปแล้วว่า คนที่จะสร้างอาณาจักรไร้พ่ายได้นั้น ไม่ได้วัดกันที่ว่าเราโจมตีรุนแรงแค่ไหน แต่วัดกันที่ว่า เราปกป้องหัวใจของอาณาจักรได้ดีเพียงใดต่างหาก" ก๊อกๆ! เสียงเคาะประตูสามครั้งตามรหัสลับดังขึ้น ก่อนที่ประตูเหล็กกล้าจะเปิดออก พร้อมกับร่างของหัวหน้าหน่วยข่าวกรองที่หอบหายใจถี่กระชั้น เนื้อตัวมีรอยแผลไหม้จากการปะทะกับเวทมนตร์สายมืด "ท่านเรย์ครับ! แนวป้องกันทิศใต้... พวกมันใช้คัมภีร์เคลื่อนย้ายมิติระดับสูงทะลวงเข้ามาได้แล้วสามคน ตอนนี้กำลังมุ่งหน้าไปยังห้องเครื่องจักรกลมานา!" "ช้าไปก้าวเดียว..." เรย์พึมพำเบาๆ แต่ดวงตากลับเปล่งประกายคมปราบ "เอลีน่า เตรียมวงแหวนเวทกักเก็บ... ส่วนเจ้า นำกำลังไปปิดล้อมเส้นทางหนีทางทิศเหนือ อย่าให้รอดไปได้แม้แต่คนเดียว" "แล้วตัวท่านล่ะครับ?" หัวหน้าหน่วยถามด้วยความตกใจ เมื่อเห็นเรย์ก้าวเท้าเดินออกจากโต๊ะยุทธศาสตร์โดยไม่มีแม้แต่อาวุธประจำกาย "ข้าจะไปต้อนรับแขกผู้ไม่ได้รับเชิญด้วยตัวเอง..." เงาร่างของเรย์หายวับไปจากห้องบัญชาการด้วยความเร็วที่เหนือกว่ามนุษย์ปุถุชน ทิ้งไว้เพียงระลอกคลื่นพลังงานมานาที่ยังคงหมุนวนรุนแรง ภายในห้องเครื่องจักรกลมานา แสงไฟสีส้มสลัวสาดส่องกระทบผนังหินแกรนิต กลิ่นอายความตายแผ่ซ่านปกคลุมไปทั่ว บุรุษในชุดคลุมสีดำสนิทสามคนปรากฏกายขึ้นราวกับภูตผี ดวงตาของพวกมันทอประกายสีแดงก่ำภายใต้ฮู้ด มือถือมีดสั้นอาบพิษที่ส่งเสียงหึ่งๆ จากพลังเวทมืด "เป้าหมายอยู่ตรงหน้า... ทำลายมันซะ แล้วถอนกำลัง" หัวหน้าหน่วยนักฆ่าส่งเสียงกระซิบแหบพร่าผ่านกระแสจิต ทว่า ในวินาทีที่คมมีดกำลังจะพุ่งเข้าแทงเข้าใส่แกนกลางของเครื่องจักรกลมานา เสียงฝีเท้าที่มั่นคงและเยือกเย็นก็ดังขึ้นจากความมืดเบื้องหลัง "น่าเสียดายนะ ที่พวกเจ้าไม่มีโอกาสได้ทำลายมัน..." ทั้งสามคนสะดุ้งสุดตัว หันขวับกลับมาพร้อมอาวุธในมือ แต่สิ่งที่พวกเขาพบกลับไม่ใช่กองทหารคุ้มกันอย่างที่คาดคิด มีเพียงชายหนุ่มเรือนผมสีดำสนิทผู้ยืนกอดอกพิงผนังด้วยท่าทีผ่อนคลายอย่างน่าประหลาด "แกเป็นใคร? กล้าดียังไงมาขวางทางเงาเพลิงทมิฬ!" นักฆ่าคนหนึ่งคำราม ลมปราณสีดำทะลักออกจากร่างจนเกิดเสียงหวีดหิว เรย์ปรายตามองพวกมันราวกับมองฝุ่นผงใต้รองเท้า "เงาเพลิงทมิฬ? ชื่อชั้นก็ดูยิ่งใหญ่ดี... แต่ก็น่าเสียดาย ที่พวกเจ้าเป็นแค่ 'หมากตัวแรก' ที่ถูกส่งมาให้ข้าใช้ทดสอบระบบป้องกันใหม่ก็เท่านั้นเอง" สิ้นคำพูดของเรย์ พื้นห้องเบื้องใต้ฝ่าเท้าของเหล่านักฆ่าก็เรืองแสงสีทองอร่ามขึ้นมาอย่างกะทันหัน อักขระโบราณนับพันตัวพุ่งทะยานขึ้นจากพื้นพันธนาการร่างของพวกมันไว้แน่นราวกับโซ่ตรวนเหล็กไหล "อะไรกัน! เวทพันธนาการนี่มันอะไรวะ แรงกดดันนี่มัน--!" นักฆ่าพยายามดิ้นรนสุดชีวิต แต่ยิ่งดิ้น ร่างกายก็ยิ่งจมดิ่งลงไปในพื้นราวกับจมอยู่ในโคลนดูด เรย์ก้าวเดินเข้ามาใกล้ทีละก้าว เสียงรองเท้ากระทบพื้นหินดัง *ก๊อก... ก๊อก...* เป็นจังหวะที่บีบเค้นหัวใจของเชลยทั้งสามจนแทบหยุดเต้น "บอกเจ้านายของพวกเจ้าไปซะ..." เรย์โน้มตัวลงกระซิบข้างหูของหัวหน้าหน่วยนักฆ่าที่กำลังใบหน้าซีดเผือด แววตาของจอมทัพไร้พ่ายฉายแววอำมหิตที่ถูกเก็บกดมาเนิ่นนาน "ว่าอาณาจักรแห่งนี้ไม่ใช่สนามเด็กเล่น และถ้าพวกมันยังบังaアจส่งสุนัขรับjīมาอีก... ข้าจะส่งศพพวกมันกลับไปประจานหน้าประตูเมืองหลวงของพวกมันเอง" ทว่า ในขณะที่สถานการณ์กำลังอยู่ในกำมือของเรย์ รอยยิ้มเยาะเย้ยก็ปรากฏขึ้นบนริมฝีปากที่แห้งผากของหัวหน้าหน่วยนักฆ่า "แกคิด... ว่าพวกเราคือทั้งหมดจริงๆ งั้นเหรอท่านอดีตจอมทัพ?" เรย์ชะงักฝีเท้าทันที สัญชาตญาณนักรบกรีดร้องเตือนภัยในเสี้ยววินาทีนั้นเอง พื้นห้องเบื้องบนเกิดเสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหว เพดานหินแกรนิตหนาเตอะพังทลายลงมา พร้อมกับละอองเวทสีม่วงเข้มที่แผ่พุ่งทะลักเข้ามา ร่างของใครบางคนก้าวออกมาจากควันสีม่วงหนาทึบ สวมชุดเกราะทองคำประดับอัญมณีสีเลือดที่เรย์คุ้นตาเป็นอย่างดี... เสียงหัวเราะเยาะหยันที่เต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องใต้ดิน "เซอร์ไพรส์... เพื่อนเก่า ไม่คิดเลยสินะว่าข้าจะมาต้อนรับด้วยตัวเองถึงที่นี่?" ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสร้างตำนานบทใหม่ไปด้วยกันเสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (ผู้กล้าตกอับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จักรพรรดิผู้ถูกทอดทิ้ง: สร้างอาณาจักรไร้พ่ายจากจุดต่ำสุด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%