คุณหมอหญิงแห่งยุค 70 กับภารกิจปั้นสามีให้เป็นเศรษฐีพันล้าน•ตอนที่ 17

รับมือกับญาติจอมหิวเงิน

ผลงานโดย อวี้ซินหมอยายุค 70
กลิ่นอายความอับชื้นของโคลนตมผสมผสานกับกลิ่นไอน้ำร้อนกรุ่นจากหม้อตุ๋นยาจีนในห้องครัว ลอยอบอวลจนแทบจะคว้าจับต้องได้ ทว่าบรรยากาศภายในห้องโถงเล็กๆ กลับเย็นเยียบราวกับถูกแช่แข็งด้วยน้ำค้างแข็งกลางฤดูหนาว "ถ้าพวกเธอสองคนยังคิดจะเป็นลูกหลานตระกูลจาง ก็ควรจะรู้สำนึกบุญคุณเสียบ้าง! เงินจากการขายโสมป่าและสมุนไพรล้ำค่าพวกนั้น ไม่ใช่สิ่งที่คนอกตัญญูอย่างพวกเธอจะผลาญเล่นได้ตามอำเภอใจ!" เสียงแหลมเล็กบาดแก้วหูของ 'ป้าสะใภ้รองเฉิน' ดังแผดลั่นจนโต๊ะไม้เก่าๆ สั่นสะเทือน นางยืนเท้าสะเอว ใบหน้าอ้วนท้วนบิดเบี้ยวด้วยความโลภและริษยา ดวงตาตี่รีดจ้องเขม็งไปยังถุงผ้าใยสังเคราะห์วางอยู่บนตั่งไม้ ซึ่งภายในบรรจุธนบัตรเหรินหมินปี้ที่ได้จากการนำสมุนไพรในมิติลับออกมาทยอยขายผ่านตลาดมืดเมื่อวานนี้ หลินอวี้ซินไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย นางค่อยๆ วางถ้วยกระเบื้องเคลือบสีหม่นลงบนโต๊ะอย่างใจเย็น เรียวปากบางยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มนั้นงดงามแต่กลับแฝงไอสังหารเย็นเยียบที่ทำให้ผู้พบเห็นต้องสันหลังวาบ ในฐานะอดีตแพทย์หญิงมือหนึ่งผู้ผ่านสมรภูมิความตายมานับไม่ถ้วน คนประเภทป้าสะใภ้รองเฉิน—ที่ใช้คำว่า 'ครอบครัว' มาเป็นเครื่องมือรีดไถและกดขี่—นางพบเจอมาจนเอียนระอาแล้ว "ป้าสะใภ้รองเจ้าคะ..." อวี้ซินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ นุ่มนวล ทว่าทรงพลังจนอีกฝ่ายถึงกับชะงักคำพูดที่กำลังจะพ่นออกมา "ท่านบอกว่าพวกเราอกตัญญูและผลาญเงิน... แต่ถ้าจำไม่ผิด ตอนที่ฉันกับจางเหว่ยถูกขับไล่ออกจากบ้านใหญ่ด้วยตัวเปล่า พร้อมกับหนี้สินกองโตที่พี่ใหญ่สร้างไว้เมื่อปีมะโว้ พวกท่านเคยยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือสักหยดน้ำค้างหรือไม่?" จางเหว่ยที่ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหลังภรรยา ขยับตัวเล็กน้อย แผ่นกว้างหนาดั่งภูเขาของเขาบังร่างเพรียวบางของอวี้ซินไว้ครึ่งหนึ่ง ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวจ้องมองป้าสะใภ้รองราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ มือหนากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ความทรงจำอันโหดร้ายในอดีตที่ครอบครัวนี้รุมรังแกและเอาเปรียบพี่น้องตระกูลจางไหลทะลักเข้ามาในหัว "อวี้ซินพูดถูก" เสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามของเสือดาวในป่าลึกดังลอดไรฟัน "เงินนี่เป็นหยาดเหงื่อแรงงานของพวกเรา สุขภาพของอวี้ซินเกือบแย่เพราะขึ้นเขาไปหาเก็บสมุนไพรเสี่ยงชีวิต ถ้าท่านยังไม่อยากออกไปจากบ้านหลังนี้ด้วยสภาพที่เดินไม่ได้... เชิญกลับไปเสียเถอะครับ" คำว่า 'เดินไม่ได้' ของจางเหว่ยไม่ได้พูดเล่น ในฐานะอดีตทหารหน่วยรบพิเศษ เขาย่อมรู้จุดชีพจรและวิธีทำให้คนหมดสภาพโดยไม่ต้องลงไม้ลงมือรุนแรง ป้าสะใภ้รองสะดุ้งโหยด ถอยหลังกรูดไปสองก้าวด้วยความหวาดกลัว แต่ความโลภที่มีมากกว่าทำให้ชะตากรรมบังตา นางกรีดร้องเสียงแหลมสูงขึ้นกว่าเดิมเพื่อกลบเกลื่อนความกลัว "ไอ้หลานอกตัญญู! แกกล้าขู่ฉันเหรอ! แกจำไม่ได้หรือไงว่าปู่ของแกเคยสั่งไว้ว่าสมบัติทุกชิ้นในตระกูลต้องเป็นของส่วนรวม! แกเอาเงินซ่อนไว้กินคนเดียวแบบนี้ มันเห็นแก่ตัวที่สุด! ฉันจะไปฟ้องผู้ใหญ่บ้าน ให้เขามาดูความเนรคุณของพวกแก!" นางเฉินทำท่าจะพุ่งเข้าไปคว้าถุงเงินบนตั่งไม้ ทว่าไวเท่าความคิด อวี้ซินดีดนิ้วมือข้างหนึ่งที่มีเข็มเงินเล่มบางซ่อนอยู่ระหว่างง่ามนิ้ว ปลายเข็มพุ่งแหวกอากาศออกไปด้วยความเร็วสูง ฝังลงที่จุด 'เหอหก' บนข้อมือของป้าสะใภ้รองเฉินพอดิบพอดี *จึก!* "โอ๊ย!" ป้าสะใภ้รองร้องลั่นราวกับหมูถูกเชือด มือข้างนั้นชาดิกไร้เรี่ยวแรงจนถุงผ้าที่หมายตาหลุดร่วงลงพื้น นางกุมข้อมือตัวเองด้วยความตกใจตื่นกลัว ใบหน้าซีดเผือด "แก... แกทำอะไรฉัน! แขนฉัน... ทำไมมันขยับไม่ได้!" อวี้ซินลุกขึ้นยืนช้าๆ ร่างระหงก้าวเข้าไปใกล้ทีละก้าว แววตาคมปลาบดุจแพทย์หญิงผู้ถือครองความเป็นความตายในมือ "นี่คือบทเรียนราคาแพงสำหรับการล่วงเกินบ้านของผู้อื่นอย่างไรมารยาทค่ะ ป้าสะใภ้รอง... ร่างกายของท่านช่วงนี้ตับลมพุ่งพล่าน ลมปราณติดขัด หากยังโวยวายเสียงดังโอดครวญอีก ไม่แน่ว่าพรุ่งนี้เช้าท่านอาจจะปากเบี้ยวพูดไม่ชัดไปตลอดชีวิตก็ได้นะคะ" คำขู่ด้วยวิชาแพทย์แผนจีนผสมผสานกับการขู่ขวัญอันแยบยล ทำเอาป้าสะใภ้รองหน้าถอดสี ขาสั่นพับด้วยความหวาดกลัวจนแทบทรุดลงไปกองกับพื้น นางรู้ดีว่านังเด็กสะใภ้คนนี้แปลกประหลาดและน่ากลัวขึ้นมากแค่ไหนในระยะหลังนี้ "แก... นังปีศาจ..." นางเฉินเค้นเสียงลอดไรฟันด้วยความแค้นเคือง แต่ไม่กล้าแม้แต่จะเอื้อมมือมาแตะต้องสิ่งใดอีก นางกัดฟันกรอด ถอยหลังกรูดวิ่งหนีออกจากบ้านไม้เก่าๆ ไปอย่างไม่คิดชีวิต ทิ้งเสียงโวยวายโหยหวนไว้เบื้องหลัง บรรยากาศในห้องกลับคืนสู่ความเงียบสงบอีกครั้ง จางเหว่ยถอนหายใจยาวนานด้วยความโล่งอก ก่อนจะหันมามองภรรยาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรัก ความชื่นชม และความทึ่งระคนกัน เขาเอื้อมมือหนามาโอบไหล่บางของนางเข้าหาตัวอย่างทะนุถนอม "เธอเก่งเกินไปแล้ว... ทำให้ฉันอดห่วงไม่ได้ว่าวันหนึ่งเธอจะบินหนีฉันไป" อวี้ซินหัวเราะเบาๆ ในลำคอ นางเอียงศีรษะซบลงกับอกแกร่งของสามีสูดดมกลิ่นอายบุรุษที่คุ้นเคย "บินไปไหนกันล่ะคะ? ฉันเหนื่อยจะตายอยู่แล้ว... อีกอย่าง สามีรูปหล่อขยันขันแข็งหาเงินเก่งขนาดนี้ ใครจะยอมปล่อยให้หลุดมือไปล่ะคะ" ทั้งสองยิ้มให้กันด้วยความอบอุ่น ความวุ่นวายเมื่อครู่ถูกปัดเป่าหายไปในพริบตา ทว่าในขณะที่อวี้ซินกำลังจะหันไปเก็บกวาดถุงเงินบนโต๊ะนั้นเอง เสียงเคาะประตูด้านนอกก็ดังขึ้นสามครั้งอย่างหนักแน่น—*ก๊อก ก๊อก ก๊อก*—ไม่ใช่เสียงเคาะแบบชาวบ้านธรรมดา แต่เป็นจังหวะที่จางเหว่ยจำได้ขึ้นใจว่าเป็นรหัสลับของสหายร่วมรบ จางเหว่ยขมวดคิ้วมุ่น เดินไปเปิดประตูอย่างระมัดระวัง ทว่าเมื่อประตูไม้เปิดออก ภาพเบื้องหลังกลับทำให้ทั้งเขาและอวี้ซินต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง—ชายหนุ่มในชุดเครื่องแบบทหารยศสูงผู้มีใบหน้าคุ้นเคย ยืนยิ้มเยาะพิงกรอบประตู พร้อมกับยื่นกระดาษแผ่นหนึ่งมาตรงหน้าพวกเขา "ไม่ได้เจอกันนานนะ... สหายจาง และคุณหมอหลิน ทางการสั่งให้ฉันมาตรวจสอบที่นี่... เพราะมีคนแจ้งว่าพวกคุณลักลอบค้าขายของเถื่อนผิดกฎหมายรัฐ" ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้อวี้ซินก้าวผ่านอุปสรรคในยุค 70 ไปด้วยกันนะคะ!
สารจากนักเขียน (อวี้ซินหมอยายุค 70)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหมอหญิงแห่งยุค 70 กับภารกิจปั้นสามีให้เป็นเศรษฐีพันล้าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%