"ถ้าพวกเธออยากจะเข้ามาพังครัวหลังบ้านฉันอีกรอบ ก็ลองก้าวขาเข้ามาสิคะ!"
เสียงตบตะหลิวเหล็กกระทบกับขอบกระทะดินเผาดัง 'เคร้ง!' สนั่นหวั่นไหว สะท้อนก้องไปทั่วบริเวณกำแพงดินอัดของบ้านสกุลเฉิน หลินอวี้ซินกวาดสายตาคมกริบมองป้าสะใภ้ใหญ่และลูกสมุนจอมสอดรู้สอดเห็นที่ยืนหน้าเสียอยู่ตรงประตูรั้ว สตรีวัยกลางคนผู้ขึ้นชื่อเรื่องการรีดไถคนอื่นกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ เมื่อเห็นประกายตาเยียบเย็นที่ไร้ซึ่งความเกรงกลัวใดๆ ของอดีตคุณหนูเมืองหลวงที่ตอนนี้กลายเป็นสะใภ้ป้ายแดงไปเสียแล้ว
ในยุคปี 70 ที่ข้าวปลาอาหารหายากยิ่งกว่าทองคำ การที่บ้านไหนมีควันลอยขึ้นจากปล่องไฟและส่งกลิ่นหอมของอาหารโชยไปไกล ย่อมตกเป็นเป้าสายตาของคนทั้งหมู่บ้านอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
และวันนี้ หลินอวี้ซินตั้งใจจะทำให้ครัวหลังบ้านแห่งนี้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการยกระดับคุณภาพชีวิต ด้วยวัตถุดิบชั้นเลิศที่แอบหยิบฉวยออกมาจากตู้เย็นอัจฉริยะในมิติลับของเธอ!
เฉินเฟิงที่เพิ่งเดินกลับมาจากแปลงนา ร่างกายสูงใหญ่เต็มไปด้วยหยาดเหงื่อและกลิ่นอายของดินโคลน ชะงักฝีเท้าลงทันทีที่ได้กลิ่นหอมอันลึกล้ำที่ลอยมาแตะจมูก ดวงตาคมเข้มฉายแววประหลาดใจระคนตกตะลึง กลิ่นหอมของเนื้อสัตว์ที่เคี่ยวจนเปื่อยนุ่มผสมผสานกับเครื่องเทศและซีอิ๊วดำเข้มข้น ช่างเป็นสิ่งที่เขาไม่ได้สัมผัสมานานนับหลายปี ตั้งแต่บาดเจ็บปลดประจำการและกลับมาใช้ชีวิตอัตคัดขัดสนที่ชนบทแห่งนี้
ชายหนุ่มก้าวเท้าเข้ามาในครัวด้วยความระมัดระวัง ราวกับกลัวว่าภาพตรงหน้าจะเป็นเพียงความฝัน ตื่นมาแล้วทุกอย่างจะสลายหายไป
"อวี้ซิน... เธอ..." เฉินเฟิงเอ่ยเสียงแหบพร่า ดวงตาคู่คมมองแผ่นหลังบอบบางแต่เปี่ยมด้วยความเด็ดเดี่ยวของภรรยาที่กำลังง่วนอยู่หน้าเตาไฟ
หลินอวี้ซินหันกลับมา รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าเนียนละเอียด แม้จะมีคราบเขม่าควันจางๆ ป้ายอยู่ข้างแก้ม แต่นั่นกลับทำให้เธอดงงามมีชีวิตชีวาอย่างประหลาด มือเรียวบางที่จับตะหลิวลดลงเล็กน้อย ก่อนจะผายมือไปยังหม้อดินเผาที่กำลังเดือดปุดๆ
"กลับมาพอดีเลยค่ะ เฉินเฟิง วันนี้ฉันไปขุดเจอหัวมันป่ามาได้หน่อยหนึ่ง แล้วก็โชคดีบังเอิญ... เอ่อ ได้เนื้อสามชั้นชิ้นงามมาจากเพื่อนร่วมงานเก่าที่ส่งพัสดุมาให้จากในเมืองค่ะ" คำโกหกคำโตถูกเอ่ยออกมาอย่างลื่นไหลไร้ที่ติ ใครจะกล้าบอกความจริงว่าเธอแอบเอาเนื้อหมูคูโรบูตะเกรดพรีเมียมออกจากช่องแช่แข็งในโรงพยาบาลส่วนตัวมิติลับกันเล่า!
เฉินเฟิงไม่ได้ซักไซ้ไล่เลียง สายตาของเขาจดจ้องอยู่ที่หม้อดินเผานั้นด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก ภายในหม้อคือเมนู 'หมูสามชั้นตุ๋นน้ำแดง' (หงShaoโร่ว) สีสันเงางามน่ารับประทาน หนังหมูสีแดงฉ่ำซึมซับน้ำซอสเข้มข้น ไขมันส่วนเกินละลายหายไปจนเหลือเพียงความนุ่มละมุนลิ้นที่ส่งกลิ่นหอมฟุ้งตลบอบอวลไปทั่วห้องครัวคับแคบ นอกจากนี้ข้างเตายังมีผัดผักกวางตุ้งป่าสีเขียวสดกรอบ และซุปกระดูกหมูหัวไชเท้ามะเขือเทศที่เคี่ยวจนน้ำซุปกลายเป็นสีขาวขุ่นชวนซด
นี่ไม่ใช่แค่มื้ออาหารธรรมดา... แต่มันคือสัญลักษณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์ที่บ้านสกุลเฉินไม่เคยมีมานานแสนนาน
"มัน... มากมายเกินไปหรือเปล่าครับ" เฉินเฟิงกระซิบเสียงเบา เขารู้ดีว่าเนื้อสัตว์ในยุคนี้มีค่าแค่ไหน คนทั่วไปต้องเก็บ ‘คูปองเนื้อ’ นานหลายเดือนกว่าจะได้แลกซื้อสักครั้ง การที่ภรรยาของเขานำเนื้อชิ้นโตขนาดนี้มาทำอาหารรวดเดียวหมด ย่อมทำให้คนอิจฉาตาร้อนและอาจเกิดปัญหาตามมาได้ง่ายๆ
หลินอวี้ซินวางตะลงในอ่างดินเผา เดินเข้าไปใกล้สามีร่างหนਾ ใช้ผ้าสะอาดเช็ดมือเบาๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาของเธอจริงจังและมั่นคง
"จำไว้นะคะ เฉินเฟิง ชีวิตคนเราสั้นเกินกว่าจะมานั่งอดอยากเพื่อรักษาหน้าตาให้คนอื่นดู สามีของฉันทำงานหนักจนหลังแทบหักทุกวัน ร่างกายสูญเสียพลังงานไปเท่าไหร่ ถ้าไม่บำรุงให้ดีแล้วอนาคตเราจะเอาแรงที่ไหนไปลืมตาอ้าปากได้คะ? ส่วนเรื่องคนอื่น..." มุมปากของหญิงสาวกระตุกยิ้มเยาะอย่างเยือกเย็น "ถ้าใครกล้ามาหาเรื่องแย่งอาหารในชามของเรา ฉันนี่แหละจะเป็นคนใช้เข็มพิษฝังพวกมันให้เดินไม่ได้ไปสามเดือนเลยค่ะ!"
น้ำเสียงหวานใสที่เอ่ยออกมาพร้อมรอยยิ้มหวานหยาดเยิ้ม แต่นัยน์ตากลับเต็มไปด้วยความดุร้ายของแพทย์หญิงผู้กุมความเป็นความตายของคนได้ ทำให้เฉินเฟิงถึงกับกลืนน้ำลาย หายใจติดขัด หัวใจเต้นระรัวในอกอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
พระเจ้า... ภรรยาของเขาไม่ได้เป็นเพียงแค่คุณหนูตกยาก แต่เธอน่าเกรงขามและทรงพลังยิ่งกว่าเสือดาวสาวแห่งผืนป่าเสียอีก!
แต่กระนั้น ความรู้สึกอบอุ่นแปลกประหลาดก็แผ่ซ่านเข้ามาในห้องอกด้านซ้าย ความห่วงใยที่แสดงออกมาอย่างไร้การปรุงแต่งนี้ ทำให้ความรู้สึกโดดเดี่ยวและเหนื่อยล้าจากการถูกกดขี่ในหมู่บ้านตลอดหลายปีที่ผ่านมามลายหายไปจนสิ้น
"ครับ... ผมเข้าใจแล้ว" เฉินเฟิงระบายยิ้มกว้างออกมาเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี รอยยิ้มนั้นเปลี่ยนใบหน้าคมคายดุดันให้ดูอบอุ่นและหล่อเหลาขึ้นจนหลินอวี้ซินแอบชะงักไปชั่วขณะ
"รู้ก็ดีค่ะ งั้นไปล้างมือให้สะอาดแล้วมานั่งกินข้าวกันเถอะค่ะ ก่อนที่กลิ่นหอมนี่จะลอยไปถึงบ้านหัวหน้าหมู่บ้านเสียก่อน"
บรรยากาศบนโต๊ะอาหารไม้เก่าๆ เต็มไปด้วยความเงียบสงบที่เปี่ยมด้วยความสุข เฉินเฟิงคีบชิ้นหมูสามชั้นตุ๋นน้ำแดงเข้าปาก สัมผัสแรกคือความนุ่มละมุนที่แทบจะละลายหายไปบนลิ้น รสชาติเค็มหวานกลมกล่อมผสานกลิ่นหอมของเครื่องเทศซึมซ่านไปทั่วโพรงปาก น้ำซุปเข้มข้นราดลงบนข้าวสวยร้อนๆ เม็ดอวบอ้วนที่หลินอวี้ซินแอบนำออกมาจากมิติลับ ทำให้มื้ออาหารธรรมดากลายเป็นมื้ออาหารระดับภัตตาคารหรูในยุคปัจจุบัน
ชายหนุ่มก้มหน้าก้มตากินด้วยความเอร็ดอร่อย แม้เขาจะพยายามคีบชิ้นเนื้อที่มีมันน้อยให้ภรรยา แต่หลินอวี้ซินก็มักจะตักชิ้นที่เนื้อหนังสมบูรณ์ที่สุดกลับมาใส่ในชามของเขาเสมอ พร้อมกับสายตาดุๆ ที่บังคับให้เขากินเข้าไปให้หมด
ในขณะที่สองสามีภรรยากำลังดื่มด่ำกับมื้ออาหารอันแสนวิเศษ ทันใดนั้น เสียงทุบประตูก็รัวดังสนั่นหวั่นไหวจากด้านนอก พร้อมกับเสียงแหลมแสบแก้วหูของป้าสะใภ้ใหญ่ที่ตะโกนแผดเสียงเข้ามา
"เฉินเฟิง! หลินอวี้ซิน! เปิดประตูเดี๋ยวนี้! ฉันรู้ว่าพวกแกแอบซ่อนเนื้อไว้ในบ้าน! ส่งเนื้อนั่นมาให้บ้านใหญ่เดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นฉันจะไปตามผู้ใหญ่บ้านมาจับพวกแกข้อหากบฏต่อส่วนรวม!"
มือที่กำลังถือตะเกียบของเฉินเฟิงชะงักค้างทันที ใบหน้าคมเข้มฉายแววเคร่งเครียดขึ้นมาทันควัน
ทว่า หลินอวี้ซินกลับวางตะเกียบคู่ลงบนโต๊ะอย่างช้าๆ ใบหน้าหวานหยดไร้ซึ่งความตื่นตระหนก มีเพียงรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก มือเรียวเอื้อมไปหยิบกล่องไม้เล็กๆ ที่บรรจุเข็มเงินสะท้อนแสงวาบออกมาจากกระเป๋าเสื้อกาวน์ตัวเก่งที่แขวนไว้ข้างฝา
"ดูท่าทาง... อาหารมื้อแรกที่มีเนื้อของเรา คงจะมีแขกไม่ได้รับเชิญมาร่วมวงด้วยเสียแล้วสิคะ"
เฉินเฟิงมองรอยยิ้มของภรรยาแล้วพลันรู้สึกหนสันหลังวาบ... เขารู้สึกสงสารป้าสะใภ้ใหญ่ขึ้นมาจับใจเสียแล้วสิ
รี้ดเดอร์ที่รักคะ... ตอนหน้า รับรองว่ามีเลือดตกยางออกกันแน่ค่ะ! แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าด้วยความตื่นเต้นนะคะ!
คุณหมอหญิงแห่งยุคขาดแคลน กับภารกิจปั้นสามีให้รุ่ง•ตอนที่ 6
อาหารมื้อแรกที่มีเนื้อ
ผลงานโดย อวี้ซินหมอยายุค 70
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อวี้ซินหมอยายุค 70)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหมอหญิงแห่งยุคขาดแคลน กับภารกิจปั้นสามีให้รุ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!