รสชาติเค็มปร่าของเลือดจางๆ ที่ติดอยู่ริมฝีปาก ทำให้หลินอวี้ซินรู้ทันทีว่า ร่างกายนี้เพิ่งผ่านการกระทำที่รุนแรงมาไม่นานนัก เสียงตบโต๊ะไม้สนดังสนั่นจนฝุ่นผงร่วงกราวลงมาจากเพดานมุงแฝก ตามมาด้วยเสียงแหลมสูงของหญิงวัยกลางคนผู้มีใบหน้ายับย่นราวกับผลส้มโอตากแห้ง
"นังสะใภ้อกตัญญู! แกคิดว่าตัวเองเป็นคุณหนูมาจากไหน ถึงกล้าอู้งานในยามที่ครอบครัวกำลังหลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดินแบบนี้? ข้าวในหม้อวันนี้ไม่มีไว้เลี้ยงคนขี้เกียจอย่างแกหรอกนะ!"
จางซื่อ สะบัดหน้าพรืดด้วยความโมโห มือข้างหนึ่งชี้หน้าหญิงสาวที่กำลังนั่งพิงผนังดินเหนียวอันเย็นเยียบ ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความดูแคลนและเกลียดชัง ขณะที่หลินอวี้ซิน ค่อยๆ ปรือตาขึ้นช้าๆ สมองที่เคยหนักอึ้งราวกับถูกหินผาทับเริ่มประมวลผลข้อมูลมหาศาลที่หลั่งไหลเข้ามา
*นี่นาง... ทะลุมิติมาจริงๆ สินะ*
ในฐานะศัลยแพทย์หัวใจและทรวงอกมือหนึ่งผู้ควบตำแหน่งศาสตราจารย์แพทย์แผนจีนอัจฉริยะในศตวรรษที่ 21 อวี้ซินไม่คาดคิดเลยว่า อุบัติเหตุจากการผ่าตัดเคสยากติดต่อกันสามสิบหชั่วโมง จะส่งวิญญาณของนางมาติดอยู่ในร่างของ "หลินอวี้ซิน" หญิงสาววัยสิบเก้าปีแห่งหมู่บ้านหงซิง ในปี ค.ศ. 1970 ยุคสมัยแห่งการขาดแคลนที่ข้าวปลาอาหารต้องปันส่วน และผู้คนต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดด้วยหยาดเหงื่อทุกหยด
เจ้าของร่างเดิมเป็นเพียงเด็กสาวเมืองหลวงที่ถูกส่งมาใช้แรงงานตามนโยบาย "ยุวชนปัญญาชน" ก่อนจะถูกหลอกล่อให้แต่งงานกับ เฉินเฟิง อดีตทหารผ่านศึกที่บาดเจ็บขาพิการและถูกปลดประจำการ ครอบครัวสามีอย่างตระกูลเฉินไม่ได้อบอุ่นอย่างที่คิด แม่สามีอย่างจางซื่อเห็นนางเป็นเพียงทาสรับใช้ไร้ค่า ส่วนน้องสามีและพี่สะใภ้คนอื่นๆ ก็คอยรุมทึ้งและกลั่นแกล้งสารพัด จนกระทั่งเมื่อครู่ นางถูกผลักล้มหัวกระแทกขอบเตียงไม้ไผ่จนสิ้นลมหายใจ และเป็นจังหวะเดียวกับที่วิญญาณของแพทย์หญิงจากอนาคตเข้ามาแทนที่พอดี
"ฉันถามทำไมไม่ตอบ! หูหนวกเป็นใบ้ไปแล้วหรือไง?" จางซื่อเห็นลูกสะใภ้นั่งนิ่งไม่ไหวติง ยิ่งได้ใจ เงื้อมมือขึ้นเตรียมจะตบซ้ำอีกรอบ
*เพี๊ยะ!*
ไม่ใช่เสียงเนื้อกระทบเนื้ออย่างที่จางซื่อคาดคิด แต่เป็นเสียงที่หลินอวี้ซินใช้มือเรียวบางคว้าข้อมือเหี่ยวย่นนั้นไว้ได้อย่างแม่นยำ แรงบีบที่จุดชีพจรตรงข้อมือทำให้อีกฝ่ายสะดุ้งโหยงด้วยความเจ็บแปลบจนหน้าเหเก
หลินอวี้ซินค่อยๆ พยุงกายลุกขึ้นยืน แม้ร่างกายจะผอมแห้งจนแทบปลิวลม แต่แววตากลับคมกริบดุจใบมีดผ่าตัด ความเยือกเย็นและน่าเกรงขามแผ่ซ่านออกมาจากตัวจนจางซื่อถึงกับถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว
"คุณแม่สามี..." น้ำเสียงของอวี้ซินราบเรียบ ทว่าก้องกังวานและทรงพลัง "การที่ฉันแต่งเข้ามาในบ้านตระกูลเฉิน ไม่ได้แปลว่าฉันกลายเป็นทาสในเรือนเบี้ยที่ใครจะทุบตีตามอำเภอใจได้ตามใจชอบ และยิ่งในยุคสมัยที่ท่านประธานเหมาสอนให้เราพึ่งพาตนเองและเคารพศักดิ์ศรีของแรงงาน การกระทำป่าเถื่อนเช่นนี้... หากแจ้งผู้ใหญ่บ้านหรือสหกรณ์ตำบล เกรงว่าท่านคงต้องไปอธิบายเรื่องนี้ในห้องประชุมยาวนานทีเดียวกระมังคะ"
"น... นังนี่! แกกล้าขู่ฉันเรอะ!" จางซื่อหน้าซีดเผือดด้วยความตกใจ ปนความโกรธเกรี้ยว นางไม่เคยเห็นลูกสะใภ้คนนี้กล้าสบตาและต่อปากต่อคำมาก่อนเลยสักครั้ง
"ฉันไม่ได้ขู่ค่ะ ฉันแค่พูดความจริง" อวี้ซินสะบัดข้อมือออกอย่างไร้เยื่อใย ก่อนจะกวาดสายตามองไปรอบๆ บ้านดินเก่าคร่ำครึ พื้นดินแห้งแล้ง ไร้ซึ่งร่องรอยของอาหารดีๆ มีเพียงแป้งข้าวโพดขึ้นราติดก้นไหและผักป่าเหี่ยวๆ บนโต๊ะ นั่นคือภาพสะท้อนความยากจนข้นแค้นของยุค 70 อย่างแท้จริง
ทว่า ภายในจิตสำนึกของอวี้ซินกลับมีแสงสีฟ้าสว่างวาบขึ้น—มิติลับโรงพยาบาลส่วนตัวที่นางใช้ชีวิตอยู่ด้วยมาตลอดชาติก่อนยังคงตามติดมาด้วย! ภายในนั้นมีทั้งเครื่องมือแพทย์ทันสมัย คลังยาแผนปัจจุบัน ยาจีนหายาก และห้องเก็บเสบียงอาหารออร์แกนิกขนาดมหึมาที่ไม่เคยพร่องลงเลยแม้แต่น้อย
*ในเมื่อสวรรค์เมตตาให้ฉันได้ชีวิตใหม่ และมีทุนรอนพร้อมมือเช่นนี้ มีหรือที่ฉันจะต้องมาทนอดอยากและให้คนรังแก?*
ก่อนที่จางซื่อจะได้แผดเสียงด่าทอต่อ ประตูไม้ไผ่หน้าบ้านก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับร่างสูงใหญ่ที่ก้าวเข้ามา กลิ่นอายความเหนื่อยล้าและหยาดเหงื่อปะปนกับกลิ่นดินโคลนลอยมาแตะจมูก เฉินเฟิง สามีตามพฤตินัยของนางในร่างนี้ปรากฏตัวขึ้น ใบหน้าคมคายมีรอยแผลเป็นจางๆ ดวงตาคมกริบแต่แฝงไว้ด้วยความอ่อนล้าและห่วงใยยามที่กวาดสายตามาเห็นรอยฟกช้ำบนหน้าผากของภรรยา
"เกิดอะไรขึ้น?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามด้วยความกังวล ขณะที่เขาเดินตรงดิ่งเข้ามาบังร่างของอวี้ซินไว้จากแม่ของตนทันที
จางซื่อเห็นลูกชายคนรองกลับมา ก็รีบฟ้องทันทีด้วยน้ำเสียงกระเงาะกระงอด "เจ้าเฟิง! ดูเมียแกสิ กล้าปีนเกลียวฉัน ขู่จะไปฟ้องผู้ใหญ่บ้านแหน่ะ! แกอบรมสั่งสอนเมียแกยังไง ถึงได้กล้าหาญชาญชัยขนาดนี้!"
เฉินเฟิงขมวดคิ้วมุ่น เขาก้มมองภรรยาตัวน้อยที่ยืนนิ่งสงบอยู่ด้านหลัง ดวงตาดำขลับคู่นั้นไม่มีร่องรอยของความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย กลับฉายแววเฉลียวฉลาดและเด็ดเดี่ยวอย่างที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน หัวใจของชายหนุ่มกระตุกวูบอย่างประหลาด
อวี้ซินเงยหน้าขึ้นสบตากับสามีผู้เงียบขรึมและถูกตราหน้าว่าไร้ค่าคนนี้ นางรู้ดีว่าเฉินเฟิงไม่ได้เลวร้าย เขาเพียงแต่แบกรับภาระของครอบครัวและบาดแผลจากสงครามไว้ตามลำพัง และเขานี่แหละ... คือเป้าหมายแรกที่นางจะต้อง "ปั้นให้รุ่ง" เคียงบ่าเคียงไหล่กันในยุคสมัยที่พลิกผันนี้!
"พี่เฟิง..." อวี้ซินเอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าชัดถ้อยชัดคำ "ฉันแค่บอกคุณแม่ว่า... วันนี้ฉันจะเข้าป่าหลังหมู่บ้านไปเก็บสมุนไพรและหาของป่ามาซ่อมแซมร่างกายที่กำลังย่ำแย่นี้ เพื่อที่จะได้มาช่วยแบ่งเบาภาระของบ้านเราให้เต็มที่ต่างหากล่ะคะ"
คำพูดของนางทำให้ทั้งบ้านตกอยู่ในความเงียบงัน จางซื่ออ้าปากค้าง ส่วนเฉินเฟิงมองภรรยาด้วยแววตาที่ลึกซึ้งขึ้น
ทว่า ในวินาทีนั้นเอง เสียงท้องร้องโครกครากดังสนั่นมาจากกระเพาะของจางซื่อ ทำลายบรรยากาศตึงเครียดลงทันที พร้อมกับกลิ่นหอมแปลกประหลาดที่โชยออกมาจากไหนไม่รู้—กลิ่นหอมหวานเย้ายวนของเนื้อตุ๋นยาจีนและข้าวขาวร้อนๆ ที่ลอยอบอวลตลบอบอวลไปทั่วห้องครัวจนทุกคนต้องสูดจมูกฟุดฟิดด้วยความมึนงง!
อวี้ซินอมยิ้มบางๆ ที่มุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ เมื่อรู้ว่ากลิ่นหอมนั้นเล็ดลอดออกมาจากมิติลับในจิตวิญญาณของนางเอง... และมันกำลังจะทำให้ทุกคนในบ้านต้องตะลึงพรึงเพริดในอีกไม่กี่อึดใจนี้
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านและเป็นกำลังใจให้อวี้ซินเสมอนะคะ
คุณหมอหญิงแห่งยุคขาดแคลน กับภารกิจปั้นสามีให้รุ่ง•ตอนที่ 1
วิญญาณแพทย์หญิงในร่างสะใภ้
ผลงานโดย อวี้ซินหมอยายุค 70
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อวี้ซินหมอยายุค 70)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหมอหญิงแห่งยุคขาดแคลน กับภารกิจปั้นสามีให้รุ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!