เงาร่างนั้นไม่ได้ส่งเสียงพูดคุย มันเพียงแต่ก้าวข้ามผ่านเขตแดนแห่งความมืดมาด้วยจังหวะการเดินที่ไร้ซึ่งความลังเล ทว่าทุกย่างก้าวกลับสั่นคลอนโครงสร้างความเป็นจริงรอบตัวให้บิดเบี้ยวราวกับภาพวาดสีน้ำมันที่ถูกน้ำสาดซัด ใบหน้าที่ถอดแบบมาจากเรย์ทุกกระเบียดนิ้วกำลังแย้มรอยยิ้ม—รอยยิ้มที่ว่างเปล่า ไร้ซึ่งประกายความคิด คำนวณ หรือตรรกะใดๆ มนุษย์เราหวาดกลัวสิ่งที่ไม่รู้จักเสมอ แต่สิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่า คือการได้เผชิญหน้ากับเงาสะท้อนของตนเองที่ถูกพรากเอาความเป็นมนุษย์ออกไปจนหมดสิ้น
"เรย์! อย่ามองตาคอมพิวเตอร์... เอ่อ หมายถึง อย่ามองตาเงานั้นตรงๆ!"
เสียงตะโกนของฟีเรียดังแทรกผ่านความโกลาหล ทว่ามันกลับพร่าเลือนไปในอากาศ ราวกับเสียงนั้นเดินทางผ่านสื่อกลางที่มีความหนาแน่นแปรปรวนตลอดเวลา เรย์หอบหายใจหนักหน่วง สมองที่เคยประมวลผลชุดสมการเวทมนตร์นับหมื่นบรรทัดในเสี้ยววินาทีกลับเริ่มสะดุด ตัวเลขในหัวของเขาเริ่มเต้นระบำอย่างไร้ทิศทาง สัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ที่เคยยึดเหนี่ยวจิตใจและโลกทัศน์มาตลอดชีวิตกำลังแตกสลายกลายเป็นละอองฝุ่นสีเทา
ในมิติแห่งนี้... ไม่มีสมการใดให้แก้ ไม่มีกฎเกณฑ์ใดให้ยึดถือ และไม่มีแม้กระทั่งความจริงที่ว่า 'หนึ่งบวกหนึ่งเท่ากับสอง'
"ตรรกะพังทลายลงแล้วสินะครับ..." เรย์พึมพำกับตัวเอง มือข้างที่สั่นเทากำไม้เท้าเวทมนตร์แน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว เขาพยายามดึงสติกลับมาด้วยการท่องสูตรคูณและทฤษฎีบททางคณิตศาสตร์พื้นฐาน ทว่าทันทีที่เสียงกระซิบแห่งความคิดหลุดจากริมฝีปาก ตัวเลขเหล่านั้นก็กลับกลายเป็นตัวอักษรที่ไหลย้อนกลับและสลายหายไปในความว่างเปล่า
เงาร่างเบื้องหน้าหยุดเดิน มันเอียงคอเล็กน้อยในมุมองศาที่เกินกว่ามนุษย์ทั่วไปจะทำได้ ก่อนที่อากาศรอบตัวจะปริแตกออกเป็นเสี่ยงๆ เรย์รู้สึกเหมือนถูกกระชากวิญญาณออกจากร่าง แรงโน้มถ่วงรอบตัวแปรเปลี่ยนทิศทางอย่างไร้เหตุผล บางครั้งเขารู้สึกเหมือนกำลังยืนอยู่บนพื้นราบ แต่ในเสี้ยววินาทีต่อมา กลับรู้สึกราวกับกำลังดิ่งพสุธาลงไปในหลุมดำไร้ก้นบึง
"นี่คือ... พื้นที่ที่ปราศจากสัจพจน์อย่างนั้นหรือ" เรย์กัดฟันกรอด รสคาวเลือดคละคลุ้งในโพรงปาก ความเจ็บปวดจากการถูกปฏิเสธโดยสภาพแวดล้อมรอบตัวทำให้เรย์ตระหนักว่า หากเขายังคงพยายามใช้ตรรกะเดิมๆ ในการเอาตัวรอด เขาจะถูกกลืนกินจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของความว่างเปล่านี้อย่างแน่นอน
ทางด้านฟีเรียที่พยายามรวบรวมมานาเพื่อร่ายเวทป้องกันตัว กลับพบว่าอาคมบทพื้นฐานที่สุดอย่าง 'บอลแสง' ไม่ยอมจุดประกายขึ้นมา เปลวไฟในมือของเธอไม่ใช่สีส้มหรือสีฟ้า แต่มันกลับกะพริบสลับเป็นสีที่ไม่มีอยู่จริงในธรรมชาติ พร้อมกับส่งเสียงกรีดแหลมสูงที่ทำเอาแก้วหูแทบปริแตก
"เรย์! เวทมนตร์ของฉัน... มันใช้การไม่ได้เลย! กฎของมานาในพื้นที่นี้ถูกเขียนขึ้นใหม่หมด!" ฟีเรียตะโกนแข่งกับเสียงคำรามของมิติที่กำลังบิดเบี้ยว ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกเป็นครั้งแรกตั้งแต่รู้จักกันมา
เรย์หันไปมองสหายร่วมรบ เขาสังเกตเห็นว่าปลายเส้นผมของฟีเรียเริ่มจางหายไปทีละน้อย การมีอยู่ของพวกเขาในมิตินี้กำลังถูกลบออกไปทีละเปลาะ ราวกับสมการที่ถูกลบทิ้งจากกระดานดำโดยไม่เหลือแม้แต่ร่องรอยของชอล์ก
"ใจเย็นๆ ก่อนครับฟีเรีย..." เรย์บังคับน้ำเสียงให้ราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้ในใจจะตื่นตระหนกไม่แพ้กัน "ถ้าที่นี่ไม่มีกฎ... เราก็แค่วางกฎขึ้นมาใหม่ก็เท่านั้น"
คำพูดนั้นดูราวกับเป็นเรื่องเพ้อฝันในดินแดนที่ไร้ซึ่งตรรกะ แต่นั่นคือทางรอดเดียวของนักคณิตศาสตร์ผู้เชื่อมั่นในความเป็นระเบียบ เรย์หลับตาลง ปิดกั้นการรับรู้ภายนอกทั้งหมด เสียงคำรามของเงาร่าง เสียงกรีดร้องของความว่างเปล่า และเสียงหัวใจที่เต้นรัวระรัวถูกตัดขาดออกไป เหลือไว้เพียงความมืดมิดภายในจิตใจที่เขาสามารถควบคุมมันได้
ถ้าโลกใบนี้ปฏิเสธตัวเลข... เขาก็จะสร้างภาษาใหม่ขึ้นมาเพื่อสื่อสารกับมัน
เรย์เริ่มวาดรูปทรงเรขาคณิตในจินตนาการ จุด เส้นตรง พื้นผิว และปริมาตร สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เวทมนตร์ แต่มันคือโครงสร้างพื้นฐานของความคิดมนุษย์ เรย์ใช้นิ้วชี้กลางอากาศ วาดเส้นตรงสมมติขึ้นมาตัดผ่านความมืดมิด ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัสกับอากาศที่ว่างเปล่า เกิดประกายไฟสีครามเส้นเล็กๆ พาดผ่านความมืด ราวกับเข็มเงินที่กำลังเย็บผืนผ้าใบแห่งความเป็นจริงเข้าด้วยกัน
เงาร่างเบื้องหน้าชะงักฝีเท้า มันส่งเสียงคำรามต่ำในลำคอราวกับไม่พอใจที่เห็นเหยื่อเริ่มดิ้นรน
"หนึ่ง... สอง... สาม..." เรย์นับจังหวะในใจ กำหนดขอบเขตของตัวตนขึ้นมาใหม่เพื่อต้านทานแรงดึงดูดแห่งความไร้ระเบียบ "ตัวตนของผมถูกกำหนดด้วยทางเลือกและการตัดสินใจ หากผมเลือกที่จะมีอยู่... ความเป็นจริงก็ต้องยอมจำนนต่อผลลัพธ์นั้น"
*เปรี้ยง!*
เส้นสายฟ้าสีครามพุ่งออกจากปลายนิ้วของเรย์ ปะทะเข้ากับหน้าอกของเงาร่างที่เหมือนกับเขาอย่างจัง แรงระเบิดทำให้มิติรอบข้างสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง รอยแยกสีดำสนิทขยายตัวกว้างขึ้น เผยให้เห็นสิ่งที่อยู่เบื้องหลังมิตินั้น—ไม่ใช่ความว่างเปล่า แต่เป็นห้องโถงหินโบราณที่เต็มไปด้วยกลไกเฟืองจักรทองเหลืองขนาดยักษ์ที่กำลังหมุนวนอย่างเป็นระเบียบ
นั่นคือต้นกำเนิดของตรรกะเวทมนตร์ทั้งหมดในโรงเรียนแห่งนี้!
เรย์ลืมตาขึ้น แววตาของเขาสะท้อนประกายแสงสีฟ้าเจิดจ้า เขามองเงาร่างที่กำลังถูกพลังของเส้นตรงเรขาคณิตตรึงไว้กับที่ ก่อนจะหันไปคว้าแขนของฟีเรียที่กำลังจะจางหายไปในอากาศ
"จับมือผมไว้ครับฟีเรีย... เราจะหาทางออกไปจากห้องเรียนพิเศษนี่ด้วยกัน"
ทว่า ก่อนที่ทั้งสองคนจะทันได้ก้าวเท้าผ่านรอยแยกมิติไปยังห้องเฟืองจักรเบื้องหน้า เสียงแจ้งเตือนที่คุ้นเคยแต่กลับเย็นเยียบจนน่าขนลุกก็ดังขึ้นในโสตประสาทของเรย์—ไม่ใช่เสียงจากระบบภารกิจปกติ แต่มันคือเสียงสะท้อนจากแกนกลางระบบที่เขาไม่เคยได้ยินมาก่อน
[ตรวจพบการแทรกแซงจากผู้ดูแลระบบระดับสูง]
[เงื่อนไข "วิกฤตแห่งตรรกะ" บรรลุครบถ้วน... เริ่มต้นกระบวนการรีเซ็ตตัวตนของเป้าหมาย]
[คำเตือน: ตัวตนของคุณ "เรย์" กำลังจะถูกลบออกจากสารบบในอีก 10... 9...]
เรย์เบิกตากว้างเมื่อมองลงไปที่มือข้างที่กำลังจับฟีเรียไว้ ผิวหนังและเนื้อผ้าของเขาเริ่มสลายกลายเป็นตัวเลขไบนารีสีเขียวทีละนิด ขณะเดียวกัน เงาร่างที่ถูกตรึงไว้เมื่อครู่กลับหัวเราะออกมา—เสียงหัวเราะที่ไม่ได้มาจากเงา แต่มาจากบุคคลที่สามที่กำลังยืนอยู่หลังม่านแห่งความมืดมิดนั้น... บุคคลที่ถือรีโมตคอนโทรลชีวิตของพวกเขาเอาไว้ตั้งแต่ต้น
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านห้วงมิติอันไร้ตรรกะนี้ไปด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
— อาร์เธอร์มนตราสวรรค์
เซียนคณิตเวทกับจอมเวทผู้ไร้สมการ•ตอนที่ 24
วิกฤตแห่งตรรกะ
ผลงานโดย อาร์เธอร์มนตราสวรรค์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อาร์เธอร์มนตราสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนคณิตเวทกับจอมเวทผู้ไร้สมการ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!