เซียนคณิตเวทกับจอมเวทผู้ไร้สมการ•ตอนที่ 12

การเผชิญหน้าในโรงอาหาร

ผลงานโดย อาร์เธอร์มนตราสวรรค์
"เศษส่วนผสมของเกลือโซเดียมคลอไรด์ในน้ำซุปกระดูกหมูรอบนี้สูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานของโรงอาหารใหญ่ถึงสิบสองจุดสี่เปอร์เซ็นต์ครับ ฟีเรีย... คุณลองสังเกตความผิดปกติตรังกาลเวลานั้นสิครับ" เสียงกระซิบแผ่วเบาแต่เต็มไปด้วยความนิ่งสงบดังขึ้น ท่ามกลางเสียงจอแจของเหล่าคุณหนูและทายาทตระกูลเวทมนตร์ชนชั้นสูงที่กำลังเบียดเสียดกันอยู่หน้าเคาน์เตอร์อาหารกลางวัน เรย์ก้มหน้าลงมองถาดอาหารในมือของชายหนุ่มปีสองกลุ่มหนึ่งที่เพิ่งเดินผ่านโต๊ะของพวกเขาไป ดวงตาภายใต้กรอบแว่นใสฉายแสงสีฟ้าจางๆ เป็นระลอก คล้ายกับระบบสมการคณิตเวทกำลังคำนวณและประมวลผลข้อมูลมหาศาลเบื้องหลังม่านตา ฟีเรียชะงักตะเกียบในมือที่กำลังจะคีบเส้นพาสต้าเวทมนตร์ เธอนิ่วหน้าเล็กน้อยด้วยความสงสัย ก่อนจะหันไปมองตามสายตาของเรย์ "เกลือเกิน? มันก็แค่พ่อครัวมือหนักหรือเปล่าเรย์ เธออย่าบอกนะว่านี่คือทฤษฎีเวทมนตร์บทใหม่ที่จะใช้จับผิดคนอีกแล้ว" "ไม่ใช่แค่เรื่องรสชาติอาหารหรอกครับ..." เรย์วางช้อนลงบนโต๊ะไม้เนื้อแข็งอย่างแผ่วเบา เสียงกระทบกันเบาๆ นั้นแทบจะจมหายไปกับเสียงหัวเราะรื่นเริงรอบข้าง แต่แววตาของเด็กหนุ่มนักเรียนทุนกลับจริงจังขึ้นเป็นกอง "คุณลองใช้เนตรดาราตรวจสอบปริมาณมานาที่ตกค้างในถาดอาหารนั่นสิครับ ฟีเรีย... สิ่งที่เคลือบอยู่บนผิวถาดไม่ใช่คราบมันจากไขสัตว์ แต่เป็น 'รหัสพันธะอาคมระดับต่ำ' ที่ถูกแปลงสภาพให้อยู่ในรูปของรสชาติอาหาร เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจจับจากบาเรียป้องกันของสภาโรงเรียน" ฟีเรียเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย แม้เธอจะสูญเสียทฤษฎีเวทมนตร์ดั้งเดิมไปจนร่ายคาถาบทใหญ่ไม่ได้ดั่งใจ แต่พื้นฐานการเป็นหัวกะทิของเธอก็ยังเฉียบคมพอที่จะสะบัดปลายนิ้ววาดวงแหวนเวทจิ๋วเท่าเหรียญบาทขึ้นมาใต้โต๊ะได้ ในเสี้ยววินาทีนั้น แสงสีทองเรืองรองสะท้อนให้เห็นละอองมานาสีม่วงเข้มที่เจือปนอยู่ในคราบซุปบนชามกระเบื้อง—มันไม่ใช่มานาของนักเรียนทั่วไป แต่มันคือ 'มานาสาบสูญ' ของกลุ่มลัทธิบูชาความมืดที่แทรกซึมเข้ามาในเขตแดนของสถาบันอคาเดมี่แห่งนี้ "พวกมัน... แฝงตัวเข้ามาในรูปของเด็กนักเรียนแลกเปลี่ยนและพ่อครัวฝึกหัดจริงๆ สินะคะ... เอ๊ย ครับ" ฟีเรียเผลออุทานออกมาเกือบหลุดปาก เธอรีบปรับสรรพนามในใจทันทีเมื่อเห็นสายตาเตือนสติของเรย์ "ฉันหมายถึง... ถ้ามันหลุดรอดการตรวจสอบของอาจารย์ฝ่ายปกครองมาได้ แสดงว่าโครงสร้างบาเรียชั้นนอกของโรงเรียนกำลังถูกเจาะรูรั่วจากข้างใน" "ถูกต้องครับ" เรย์พยักหน้ารับอย่างใจเย็น รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปาก แต่มันไม่ใช่รอยยิ้มแห่งความสนุกสนาน มันคือรอยยิ้มของนักคำนวณที่กำลังมองเห็นตัวแปรสุดท้ายถูกเติมเต็มในสมการ "และรูปแบบการสั่งอาหารของพวกมันเมื่อครู่ คือ 'รหัสลับ' ที่ใช้ติดต่อสื่อสารกันระหว่างหน่วยสอดแนมครับ" เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เรย์จึงเริ่มอธิบายกลไกที่เขาเพิ่งถอดรหัสออกมาให้ฟีเรียฟังด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลแต่เฉียบคมตามแบบฉบับของเขา "คุณสังเกตไหมครับว่า กลุ่มคนสวมฮู้ดสีเทาที่นั่งอยู่มุมอับตรงเสาต้นที่สาม... พวกเขาไม่ได้สั่งอาหารตามความชอบทางโภชนาการเลยแม้แต่น้อย นักเรียนเวทมนตร์สายธาตุไฟมักจะต้องการอาหารที่มีพลังงานความร้อนสูงเพื่อรักษาอุณหภูมิแกนกลางของร่างกาย แต่พวกเขากลับสั่ง 'สลัดผักแช่แข็งราดด้วยน้ำส้มสายชูเข้มข้นสัดส่วนสามต่อหนึ่ง' สามชุด และ 'น้ำอัดลมผสมเกลือสมุทร' สองแก้ว" ฟีเรียขมวดคิ้วแน่น สมองของเธอเริ่มหมุนติ้วตามตรรกะที่เรย์ป้อนให้ "สามต่อหนึ่ง... กับเกลือสมุทร? หรือว่ามันคือ..." "ใช่ครับ" เรย์ต่อบทสนทนาทันทีโดยไม่ต้องรอให้เธอคิดจนจบ "หากเราแปลงตัวเลขเหล่านั้นให้อยู่ในรูปของพิกัดตารางเวทมนตร์โบราณ '3' คือแถวที่สาม '1' คือคอลัมน์แรก และ 'เกลือสมุทร' คือตัวแทนของธาตุน้ำกระด้างที่มีค่าการนำไฟฟ้าสูง นั่นเท่ากับการระบุตำแหน่ง 'ห้องควบคุมพลังงานเวทมนตร์ใต้ดินโซนบี' ซึ่งเป็นจุดอับสัญญาณที่อาจารย์ใหญ่เคยประกาศไว้เมื่อต้นเทอมอย่างไรล่ะครับ" บรรยากาศรอบโต๊ะอาหารพลันเงียบลงไปถนัดใจ แม้เสียงรอบข้างจะยังคงอึกทึกครึกโครม แต่ในพื้นที่ส่วนตัวระหว่างเรย์และฟีเรียกลับเต็มไปด้วยความตึงเครียดที่จับต้องได้ ความสามารถในการมองเห็นโลกเป็นตัวเลขและตรรกะของเรย์ไม่เคยทำให้ผิดหวังเลยสักครั้ง มันคือความน่ากลัวและน่าทึ่งในเวลาเดียวกัน เวทมนตร์ที่คนอื่นมองว่าเป็นเรื่องของพรสวรรค์และอารมณ์ กลับถูกเด็กหนุ่มคนนี้ถอดรหัสออกมาเป็นสูตรอาหารและสมการเลขคณิตได้อย่างง่ายดาย "ถ้าอย่างนั้น... เราจะทำอย่างไรกันดีล่ะครับเรย์?" ฟีเรียถามด้วยน้ำเสียงที่เริ่มร้อนรนขึ้นมาเล็กน้อย มือเรียวบางเผลอจับชายเสื้อของตัวเองแน่น เธอย่อมรู้ดีว่าการเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับกลุ่มลัทธิใต้ดินในโรงเรียนนั้นอันตรายเพียงใด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตอนที่เวทมนตร์ของเธอเองยังใช้งานได้อย่างไม่เต็มประสิทธิภาพ "เราไม่ต้องทำอะไรมากหรอกครับ..." เรย์หยิบแว่นตาขึ้นมาเช็ดด้วยผ้าเช็ดหน้าสะอาดช้าๆ ดวงตาคู่คมมองตรงไปยังกลุ่มคนสวมฮู้ดกลุ่มนั้นด้วยแววตานิ่งสงบ "เพราะในขณะที่คุณกำลังกังวล ระบบคำนวณในหัวของผมได้ส่งสัญญาณเตือนภัยไปยังเครือข่ายของสภาวะวะอากาศรอบโรงอาหารเรียบร้อยแล้วครับ อีกไม่ถึงสามนาที... ปฏิกิริยาเคมีจากเกลือโซเดียมที่พวกเขาจงใจทำหกไว้บนพื้น จะทำปฏิกิริยากับเวทมนตร์ตรวจจับที่ผมวางดักไว้ และส่งเสียงเตือนดังลั่นไปทั่วทั้งตึกอำนวยการอย่างแน่นอนครับ" ฟีเรียอ้าปากค้างเล็กน้อย เธอคาดไม่ถึงเลยว่าเรย์จะเดินเกมล่วงหน้าไปไกลถึงเพียงนี้แล้ว "เธอ... แอบวางอาคมดักไว้ตั้งแต่ตอนไหนกันเนี่ย? ฉันไม่ได้ยินเสียงร่ายคาถาเลยสักนิด" "ผมไม่ได้ร่ายคาถาครับฟีเรีย..." เรย์ยิ้มละมุน พรางเลื่อนถาดอาหารของตัวเองไปด้านข้าง "ผมแค่ใช้หลักการคำนวณความหนาแน่นของอากาศและการหักเหของแสง มาสร้างเป็น 'กับดักตรรกะ' ที่ไม่ต้องใช้มานาแม้แต่หยดเดียว... อ้อ ดูเหมือนว่าเวลาสามนาทีที่ว่า จะหมดลงพอดีเลยนะครับ" สิ้นเสียงของเรย์ ทันใดนั้นเอง เสียงสัญญาณเตือนภัยสีแดงฉานก็ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งโรงอาหาร แสงไฟระยิบระยับจากบาเรียฉุกเฉินปรากฏขึ้นบนเพดาน พร้อมๆ กับกลุ่มควันสีขาวพวยพุ่งขึ้นมาจากใต้พื้นกระเบื้องตรงจุดที่กลุ่มคนสวมฮู้ดนั่งอยู่ แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณจนเหล่านักเรียนต่างพากันส่งเสียงกรีดร้องด้วยความตกใจและวิ่ง กลุ่มคนสวมฮู้ดสะดุ้งสุดตัว พวกมันรีบผุดลุกขึ้นยืนพร้อมกับกระชากผ้าคลุมออกเผยให้เห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยสักประหลาดและดวงตาสสีดำสนิทไร้แววตา พวกมันกำลังจะร่ายเวทมนตร์โจมตีเพื่อเปิดทางหนี แต่ทว่า... ทันทีที่พวกมันสะบัดมือออกไป พื้นเบื้องหน้ากลับกลายเป็นบล็อกน้ำแข็งใสแจ๋วที่ถูกคำนวณองศาการลื่นไหลไว้อย่างสมบูรณ์แบบ จนทำให้พวกมันล้มกลิ้งไม่เป็นท่าท่ามกลางสายตาของอาจารย์ฝ่ายปกครองที่เพิ่งวิ่งกรูเข้ามาล้อมรอบ สถานการณ์ในโรงอาหารชุลมุนวุ่นวายในพริบตา อาจารย์เวทมนตร์หลายท่านพุ่งเข้าควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้อย่างรวดเร็วโดยไม่มีใครได้รับอันตราย ความสงบเรียบร้อยถูกคืนกลับมาด้วยมันสมองและไหวพริบอันยอดเยี่ยมของเด็กหนุ่มนักเรียนทุนเพียงคนเดียว ฟีเรียถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความโล่งอก เธอมองหน้าเรย์ด้วยความรู้สึกทึ่งและนับถืออย่างสุดซึ้ง "เธอนี่มัน... เกินมนุษย์จริงๆ นะครับเรย์... เอ๊ยค่ะ... หมายถึง ครับ!" เรย์เพียงแค่หัวเราะเบาๆ ในลำคออย่างสุภาพ เขายกแก้วน้ำขึ้นจิบด้วยท่าทางสบายๆ ราวกับว่าเรื่องวุ่นวายเมื่อครู่เป็นเพียงแค่การแก้โจทย์เลขข้อเล็กๆ ระหว่างมื้ออาหารเท่านั้น "ชมเกินไปแล้วครับฟีเรีย มันก็แค่คณิตศาสตร์พื้นฐานที่ประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันเท่านั้นเองครับ" แต่ทว่า ในขณะที่ความตึงเครียดกำลังจะคลี่คลายลง และรอยยิ้มกำลังจะกลับมาบนใบหน้าของทั้งสองคนนั้นเอง หน้าต่างโปร่งแสงสีฟ้าเข้มที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศเฉพาะในสายตาของเรย์ ก็สั่นกระตุกอย่างรุนแรง พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนที่ดังขึ้นในโสตประสาทด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบและผิดปกติไปจากทุกครั้ง [แจ้งเตือนจากระบบพิเศษ: ตรวจพบตัวแปรภายนอกที่ไม่สามารถระบุที่มาได้!] [ค่าความเสถียรของโลกเวทมนตร์ลดลงฮวบฮาบ 40% เนื่องจากมี 'ผู้แทรกแซง' นอกเหนือจากสมการหลักก้าวเข้าสู่เขตพื้นที่โรงเรียน] [คำเตือนระดับ SSS: เป้าหมายที่คุณต้องเผชิญหน้าในลำดับถัดไป ไม่ใช่นักเรียนหรือลัทธิใต้ดินอีกต่อไป... แต่คือบุคคลผู้ครอบครอง 'สมการต้องห้าม' ที่ถูกลบชื่อออกจากประวัติศาสตร์เซียนเวทมนตร์เมื่อพันปีก่อน] เรย์ที่กำลังจะหยิบช้อนขึ้นมาตักอาหารคําสุดท้าย ชะงักค้างกลางอากาศ รอยยิ้มอบอุ่นบนใบหน้าของสุภาพบุรุษหนุ่มค่อยๆ เลือนหายไปทีละน้อย ดวงตาภายใต้กรอบแว่นหรี่แคบลงเมื่อสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนแปลกประหลาดที่ค่อยๆ คลานขึ้นมาจากพื้นดินใต้ฝ่าเท้า เงาสําดำทะมึนทอดยาวผ่านกระจกใสของโรงอาหารเข้ามา เสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่ไม่มีใครในที่นั้นได้ยิน นอกจากเสียงสะท้อนในระบบคำนวณของเรย์กำลังดังขึ้นใกล้เข้ามาเรื่อยๆ... และเมื่อประบานประตูทางเข้าโรงอาหารถูกผลักเปิดออกอย่างไร้ซุ่มเสียง ร่างของบุคคลปริศนาในชุดคลุมสีดำสนิทที่แผ่ไอความมืดทมิฬออกมารอบตัวก็ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าโต๊ะของพวกเขา พร้อมกับรอยยิ้มเยือกเย็นที่ส่งตรงมายังเรย์เพียงคนเดียวเท่านั้น "ยินดีที่ได้พบนะ... เจ้าหนูผู้คำนวณลมหายใจของโลก" ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหน้ากระดาษแห่งตรรกะและเวทมนตร์บทนี้ไปด้วยกันนะครับ - อาร์เธอร์มนตราสวรรค์
สารจากนักเขียน (อาร์เธอร์มนตราสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนคณิตเวทกับจอมเวทผู้ไร้สมการ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%